หลังจากที่ คุณหนูนิดไปเยี่ยมบ้านของ อ.วิทยากร เชียงกูล ได้พบปะกับแนวร่วม ได้แนวความคิดสำหรับก้าวเดินต่อไปของ ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล ซึ่งเธอเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงที่สำคัญของชมรม ฯ คุณหนูนิด ได้ระลึกสึกถึง นายสายลม หรือ คุณมะเดี่ยว แนวร่วมคนสำคัญของเธอ ซึ่งชื่นชมและศรัทธาในผลงานของ อ.วิทยากร เชียงกูล เช่นเดียวกับคุณหนูนิด
นับตั้งแต่ คุณหนูนิดและนายสายลมได้มีโอกาสพบปะกันครั้งแรก ดังในคลิปวิดีโอข้างต้น ได้มีการติดต่อสื่อสารกันมาเป็นระยะๆ และในวันนี้ หนูนิดได้ติดต่อสื่อสารกับ นายสายลมทางโทรศัพท์อีกครั้ง เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2551
มามองกลยุทธ์จากความคิดของทั้ง 2 ท่านกัน
เมื่อคุณหนูนิด เล่ารายละเอียดให้นายสายลมฟังเพิ่มเติม จากรายละเอียดในบันทึก ภาพบรรยากาศการไปเยี่ยมบ้านของ อ.วิทยากร เชียงกูล และกิจกรรมเพื่อสังคมในเร็วๆนี้
นายสายลม - ไปบ้านพ่อครูบาสุทธินันท์มั้ยพี่
คุณหนูนิด - อย่าพึ่งเลยนะ ในขั้นต้นน่าจะลงมือทำกันเองก่อน โชว์ศักยภาพที่มีของตัวเองก่อน เริ่มจากการวางกรอบการทำงาน เจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นอนาคตของชาติ เช่น กลุ่มนักเรียน นักศึกษาก่อน
นายสายลม - ขอเวลาผมซัก 2-3 วันนะครับ จะช่วยคิด concept ให้ ในส่วนของกลุ่มเป้าหมาย น่าจะเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ถ้าเอากลุ่มนิสิต มมส. ดูกว้างเกินไป น่าจะเจาะกลุ่มที่แคบลง เช่น นิสิตสาขาเอกไทย
คุณหนูนิด - คงต้องประสานกับพี่พนัส จากกองกิจการนิสิต มมส.อีกทีนึง ทีนี้ เมื่อได้ประเด็นแล้ว จะได้ส่งเมล์ถึง อ.วิภา ซึ่งได้แจ้ง link บันทึกภาพบรรยากาศการไปเยี่ยมบ้านของ อ.วิทยากร เชียงกูล และกิจกรรมเพื่อสังคมในเร็วๆนี้ไปแล้ว เป็นการรายงานความเคลื่อนไหว ส่วน domain ของเวบไซต์ใหม่ของชมรมฯ ได้ตรวจสอบชื่อที่ต้องการแล้ว แล้วจะติดต่อเรื่องพื้นที่ทำเวบไซต์กับ อ.วิภา จาก ม.ธรรมศาสตร์ในเร็วๆนี้
นายสายลม - เรื่องแนวร่วมจากส่วนกลาง จะมีปัญหาหรือไม่ ยิ่งทำงานกับกลุ่มคนที่แตกต่างกันมาก ต่างภูมิภาค ต่างประสบการณ์กัน จะเกิดปัญหาทางความคิด การทำงานมากมายหรือไม่ อาจเกิดการแตกแยกกันได้นะ
คุณหนูนิด - ถ้าจะเกิดปัญหาที่ยุ่งยาก หรือ ความคิดเห็นต่างกันมากๆ ก็คงไม่มีโอกาสได้ร่วมงานกัน เพราะต่างคนต่างเสียสละเวลามาร่วมงานนี้ ด้วยใจ
มองกลยุทธ์จากความคิดของ 2 แนวร่วมสำคัญของชมรมฯ นี้
- นายสายลม มีความตั้งใจสูงเช่นกัน เมื่อได้ยินแนวคิดเพื่อสังคม ก็แนะนำให้ไปบ้านพ่อครูบาสุทธินันท์ทันที เพราะสิ่งที่ตั้งใจจะทำ จะสำเร็จได้ไม่ยาก ด้วยศักยภาพ ความรู้ และพลังเครือข่ายของพ่อครูบา แต่ในมุมมองของคุณหนูนิด ซึ่งได้ลงมือมาตั้งแต่เริ่มต้น มองว่า ในจุดนี้ สามารถทำเองได้ มีศักยภาพเพียงพอในกรอบการทำงานที่วางไว้ และต้องการทำงานจุดนี้ในแนวทางพึ่งตนเอง ไม่ต้องการพึ่งพิงหรือ อยู่ในร่มเงาของใคร ซึ่งจะทำให้ขาดอิสระในการตัดสินใจ และกรอบการทำงาน ผิดไปจากวัตถุประสงค์เดิมตั้งแต่ต้น
- งานที่ได้ลงมือทำเองมาตั้งแต่ต้น ผู้ลงมือทำย่อมจะเห็นคุณค่า ความสำคัญ มองเห็นการเติบโต ผลิดอกออกผลตามระยะเวลาที่ผ่านไป เหมือนการหมั่นพรวนดิน รดน้ำต้นไม้ ให้ต้นไม้ค่อยๆเติบโตอย่างแข็งแรง มั่นคง ไม่ต้องเร่งโต แต่อ่อนแอเป็นโรคง่ายในภายหลัง
- เมื่อคุณหนูนิด เข้าในกรอบการทำงาน และนึกถึงแนวร่วมหลายๆท่าน เป็นการดึงศักยภาพที่เธอมองเห็นจากแต่ละคนที่เธอได้รู้จักนับตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้ แล้วทำการติดต่อ เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมคิด ร่วมวางกรอบการทำงานในสิ่งที่ตั้งใจทำ ซึ่งทั้ง คุณหนูนิด และนายสายลม เคยทำกิจกรรมในยุคที่เป็นนักศึกษามาก่อน ซึ่งจะมีพลังและความมุ่งมั่นอย่างมากมาย
- รูปแบบการเปิดโอกาสให้หลายคนมีส่วนร่วมของคุณหนูนิด เปิดโอกาสให้หลายท่านช่วยระดมความเห็น ทั้งนายสายลม, พี่หนิง พี่พนัส พี่เปี๊ยกที่ กทม.ฯลฯ แล้วเธอจะรวบรวมประเด็น เสนอ อ.วิภา และ อ.วิทยากร เชียงกูล จนได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ได้เป็นแนวทางการทำงานต่อไป
หนูนิด เจอกับคุณแมวเหมียว เลขาของ อ.วิทยากร เชียงกูล ในบรรยากาศกันเอง แบบสบายๆ ในช่วงที่คุณแมวเหมียว เดินทางมารับปริญญาที่ มมส. เมื่อ ธ.ค.2550
คลิปวิดีโอ บรรยากาศการเยี่ยมบ้าน อ.วิทยากร เชียงกูล เมื่อ 6 ม.ค.2551
ที่มาของ คลิปวิดีโอ : ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล
ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของน้องมะเดี่ยวนะ แต่ตอนนี้ในการทำงานของทางชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล จะถือว่าเป็นก้าวแรกที่เราจะทำงานโครงการนี้ก็ว่าได้ ยังไม่รู้เลยว่าจะได้ผลการตอบรับเป็นไง แม้ว่าเท่าที่ผ่านมาที่ทำใน web free นั้นสถิติผู้เข้าชมและการสมัครสมาชิก ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เฉลี่ยวันละ เกือบ 200 ราย แต่นั่นก็ไม่ใช่คำตอบที่แน่ชัด
ที่มะเดี่ยวเสนอให้มีการพบปะกันระหว่างสมาชิกและผู้สนใจทั่วไป ในสถานที่ของพ่อครูบา ไม่ใช่พี่หนูนิดไม่เห็นด้วยนะค่ะ เข้าใจน้องค่ะว่าน้องอยากให้ กิจกรรมเพื่อสังคม ที่ทางชมรมกำลัง ก่อร่าง สร้างฝัน สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีและรวดเร็ว และตัวมะเดี่ยวชื่นชมและศรัทธาในตัวของพ่อครูบา และเพราะพ่อครูบาฯ เป็นบุคคลที่มีศักยภาพเพียงพอ ที่มะเดี่ยวคิดว่าจะพอช่วยเหลือทางชมรมฯ ได้ ดังที่มะเดี่ยวเคยได้รู้และเห็นมาแล้ว
แต่..ตัวพี่หนูนิดเองยังต้องการก้าวเดินที่ละขั้นตามขั้นตอนก่อน เพราะเมื่อใดที่เกิดปัญหา ซึ่งแน่นอนมะเดี่ยวและพี่หนูนิด มองเห็น และเราน่าจะแก้ไขกันได้แน่ ๆ จึงปรึกษากันและสรุปว่าอยากให้เราพึ่งตนเองก่อน และสร้างศักยภาพของเราให้มั่นคงก่อนเป็นอันดับแรก โดยขอความร่วมมือจากสมาชิกในชมรมศึกษาผลงาน ซึ่งหนึ่งในนั้นที่เรากำลังมองและต้องการความช่วยเหลือก็คือ พี่พนัส
และเมื่อถึงเวลานั้นแล้ว บุคคลหน่วยงานหรือองค์กร ที่มองเห็นถึงความตั้งใจจริง ความแน่วแน่และมั่นคงของเราแล้ว มีหรือจะไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
และกลุ่มเป้าหมายของเราก็คือ...เยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ พี่หนูนิดกับมะเดี่ยวคุยกันในชั้นต้นแล้วค่ะว่าเราจะมีส่วนในการสร้างสรรค์สิ่งดีงามแก่เยาวชนรุ่นน้องของเรายังไง และสิ่งที่ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล และตัวของอาจารย์วิทยากร เชียงกูล มองก็คือ เยาวชนไทย ยังรักการอ่านหนังสือน้อยมากกกก
เราจะทำยังไง?...
ถึงเรื่องนี้จะเป็นปัญหาของชาติของสังคม
เราเป็นแค่ปุถุชนธรรมดาคนนึงก็อยากจะมีส่วนร่วมช่วยด้วยซึ่งจะเป็นเพียงการกระทำเพียงน้อยนิดก็ยังดีกว่าเรานิ่งอยู่เฉยๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเลย
ความคิด และแนวทางชัดเจนเช่นนี้ กิจกรรมเพื่อสังคมคงได้เห็นเป็นรูปเป็นร่างในเร็วๆนี้นะครับ :))