GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

รายงาน ERP

Enterprise Resource Planning (ERP)
ฟังก์ชันของธุรกิจ , กระบวนการ และความต้องการข้อมูล (Business Function, Process, and Data Requirements)
ขอบเขตฟังก์ชันการดำเนินงานในฟังก์ชันทางธุรกิจ จะประกอบด้วย ฝ่ายการตลาดและการขาย (Marketing and Sales), ฝ่ายการจัดการวัตถุดิบและการผลิต (Production and Materials Management), ฝ่ายการเงินและการบัญชี (Accounting and Finance), ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources) ซึ่งที่ผ่านมานั้นแต่ละฝ่ายจะทำงานแบบแยกกัน ซึ่งในบางครั้งอาจมีความคิดไม่ตรงกัน ฝ่ายหนึ่งอาจเกิดข้อสรุปที่ไม่สัมพันธ์กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับอีกฝ่ายได้ หรือกล่าวได้อีกอย่างว่าระบบข้อมูลของฝ่ายหนึ่งจะไม่เกิดผลต่อฝ่ายอื่น ส่วนกระบวนการทางธุรกิจเป็นการรวบรวมกิจกรรมที่รับอินพุต (input) ได้หลากหลาย และสร้างเอาต์พุต (output) ที่เป็นมูลค่าไปยังลูกค้า โดยความแตกต่างระว่างฟังก์ชันทางธุรกิจกับกระบวนการทางธุรกิจก็คือกระบวนการทางธุรกิจนั้นคือการทำงานร่วมกันของฟังก์ชันทางธุรกิจ การที่ฝ่ายต่างๆมีการแบ่งปันข้อมูลอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพซึ่งจะช่วยชักนำให้กระบวนการทางธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบข้อมูลสาระสนเทศ (information) นั้นสามารถออกแบบได้ดังนั้นข้อมูลที่มีความถูกต้องและทันต่อเวลาจึงสามารถส่งถึงกันระหว่างฝ่ายต่างๆได้ ซึ่งระบบในลักษณะนี้เรียกว่า ระบบข้อมูลสาระสนเทศแบบเกื้อกูลกัน (Integrated information system) จึงมีการคิดค้นซอฟท์แวร์ที่จะช่วยให้ทุกขอบเขตฟังก์ชันใช้ฐานข้อมูลเดียวกันที่มีความถูกต้อง, และจะทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นแบบเรียลทาม (real time) ขึ้นมา นั่นก็คือ ERP
พัฒนาการของระบบ Enterprise Resource Planning (The Development of Enterprise Resource  Planning Systems)
ปัจจุบัน ระบบ ERP มีการพัฒนาขึ้นได้ด้วยเหตุผลก็คือ การพัฒนาของเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่จำเป็นในการสนับสนุนระบบ และการพัฒนาทัศนคติเกี่ยวกับระบบข้อมูลสาระสนเทศแบบเกื้อกูลกัน ถ้ากล่าวถึงเรื่องการพัฒนาของเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์นั้น ความพร้อมของคอมพิวเตอร์ในการเป็นเครื่องมือสำหรับการทำธุรกิจแบบจริงจัง เกิดขึ้นเมื่อ บริษัท IBM ได้มีการเปิดตัวคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรก (PC) ขึ้นมาในปี 1981 ส่วนการออกจำหน่ายซอฟท์แวร์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ส่วนตัวช่วงแรกๆ จะเป็นซอฟท์แวร์พวก word-processing และ spreadsheet โดย Word-processing จะช่วยให้สามารถพิมพ์เอกสารของตัวเองได้ และการเปลี่ยนแปลงเอกสารก็ยังสามารถทำได้เร็วและง่ายอีกด้วย ส่วน Spreadsheet ก็จะช่วยให้มีผู้ใช้มีความสามารถมากขึ้นในการพัฒนาการวิเคราะห์ธุรกิจที่มีความซับซ้อน สำหรับความพยายามในการแบ่งปันข้อมูลนั้นก็เริ่มจาก สถาปัตยากรรม Client-server ที่สามารถจะแบ่งปันข้อมูลบนระบบเครือข่ายแบบ Local โดยมีรากฐานของการสร้าง ERP ซึ่งวิวัฒนาการมาจากระบบการติดตามบัญชีรายการสินค้าที่มีอยู่ไปสู่ซอฟท์แวร์ Materials Requirements Planning (MRP) ซึ่งความคิดพื้นฐานของระบบ ERP เป็นคุณสมบัติในการพัฒนา MRP II ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นปี 1980 การอธิบายการพัฒนาของซอฟท์แวร์ ERP จะใช้ของบริษัท SAP โดย SAP เป็นรายแรกที่พัฒนาซอฟท์แวร์ ERP และปัจจุบันก็ยังเป็นผู้นำในตลาดการขายซอฟท์แวร์ ERP หลังจานั้นในปี 1972 ผู้ชำนาญการวิเคราะห์ระบบ IBM ได้สร้างรูปแบบ Systems Analysis and Program Development (SAP) พวกเขามีเป้าหมายคือ พัฒนาและทำการตลาดกับซอฟท์แวร์ที่ได้มาตรฐานซึ่งจะเกื้อกูลกระบวนการทางธุรกิจ, ต้องการข้อมูลที่มีกระบวนการที่จะสามารถตอบโต้กันเพื่อจะทำงานได้แบบเรียลทาม (real time), และต้องการให้ผู้ใช้ทำงานกับข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และไม่ต้องพิมพ์ออกมาให้มากมาย จากนั้นในปี 1988 SAP ได้ตระหนักว่าถึงความเป็นไปได้ของโครงสร้างฮาร์ดแวร์ แบบ client-server และเริ่มการพัฒนาระบบ R/2 และ R/3 ซึ่งออกวางตลาดในปี 1992โครงสร้างแบบ client-serverของ SAP ยอมให้มันสามารถประมวลผล (RUN) บนระบบปฏิบัติการ (platform) ได้หลากหลาย ได้แก่ Unix และ Windows NT นอกจากนี้ระบบ R/3 ยังถูกออกแบบการใช้การเข้าถึง open-architecture ซึ่งหมายความว่าบริษัทซอฟท์แวร์มือที่ 3 จะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอฟท์แวร์แบบ ad-on ที่จะช่วยเกื้อกูลให้กับ SAP R/3 ได้ สำหรับการนำซอฟท์แวร์ SAP ไปใช้งานนั้นไม่ทุกบริษัทที่ติดตั้ง module ของ R/3 ทั้งหมด เช่น บริษัทที่ไม่มีโรงงานก็จะไม่เลือก Manufacturing module เป็นต้น และด้วยเหตุผลที่เอ่ยถึงไปทำให้เกิดความพยายามในการทำ Best of Breed ซึ่งก็คือการพยายามในการออกแบบให้มีการเกื้อกูลกันระหว่าง module จากผู้ผลิต ERP ต่างกัน นั่นเอง นอกจากนี้เนื่องจากแพ็คเก็จ ERP เป็นซอฟท์แวร์ที่ใหญ่และซับซ้อนมาก บริษัทส่วนใหญ่จึงมีการศึกษาความจำเป็นของพวกเขาและจ้างทีมที่ปรึกษาของพวกเขาเพื่อช่วยเลือกผู้ผลิตซอฟท์แวร์ที่ถูกต้องและนำ ERP ไปใช้งานได้ดีที่สุด จะเห็นได้ว่าความสำคัญและประโยชน์ของซอฟท์แวร์และระบบ ERP ก็คือการยอมให้มีการเกื้อกูลกันทั่วโลกERP โดยไม่เพียงเกื้อกูลคนและข้อมูลเท่านั้นแต่ยังแยกการอัพเดตและการซ่อมแซมระบบคอมพิวเตอร์หลายระบบโดยแยกจากกันได้ และยอมให้มีการจัดการที่จะบริหารการทำงานไม่เพียงแต่คอยเฝ้ามองอย่างเดียว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 15807
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)