"ทำอย่างไรพูดแล้ว เพื่อนอยากให้พูดอีก"
1. สมุนไพรต่างๆ
เช่น สะระแหน่ ทารากอน ยูคาลิปตัส โรสแมรี่ และกระวาน เป็นต้น เราสามารถเลือกที่จะกินพืชผักสมุนไพรพวกนี้แบบสดๆเลย หรือเอามาชงเป็นชาสมุนไพรก็ได้ นอกจากช่วยดับกลิ่นปากแล้ว ยังช่วยในการทำงานของทางเดินอาหารอีกด้วย
2. โยเกิร์ต
ผลการวิจัยเมื่อเร็วๆนี้ พบว่าการกินโยเกิร์ตวันละหนึ่งถ้วย ช่วยลดระดับของไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่นในช่องปากได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในช่องปากอีกด้วย วิตามินดีที่เราได้จากทั้งโยเกิร์ต ชีส และนมจะช่วยในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ แบคทีเรีย ทำให้ลดกลิ่นปากได้ แต่ต้องระวังว่า เราเลือกโยเกิร์ตแบบธรรมชาติ คือไม่ได้ผสมอย่างอื่นเพิ่มเติมมากเกินไป
3. ผัก ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง
เช่น แอปเปิ้ล แครอท เป็นต้น นักวิจัยบอกว่ากลิ่นปาก เกิดจากการที่มีคราบแบคทีเรียที่ติดอยู่ตามเหงือกและฟัน เพราะฉะนั้น เราควรกินอาหารที่เพิ่มการผลิตน้ำลาย เพื่อทำให้ช่องปากของเราชุ่มชื้นอยู่เสมอ
4. หมากฝรั่งแบบหวานน้อย
ถึงแม้ว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งจะไม่ดีเท่ากับการแปรงฟันจริงๆ หลังทานอาหาร แต่มันก็ช่วยให้เรามีกลิ่นปากที่สดชื่นได้ นอกจากนี้ยังช่วยในเพิ่มการผลิตน้ำลาย ที่จะมาชะล้างคราบแบคทีเรียได้ด้วย ที่สำคัญก็คือ ต้องเป็นหมากฝรั่งแบบหวานน้อย หรือ sugar-free ได้เลยยิ่งดีคะ
5. อาหารที่มีวิตามินซีสูง
เช่น พวกเบอร์รี่ต่างๆ ส้ม เมลอน อาหารพวกนี้จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรียไม่สามารถเติบโตได้ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับเหงือก เช่น เหงือกอักเสบ ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องเป็นวิตามินซีที่ได้มาจากอาหารเท่านั้นนะครับ ไม่ใช่มาจากพวกวิตามินแบบเม็ดๆ เพราะนั่นอาจทำให้ทางเดินอาหารผิดปกติ และทำให้เกิดกลิ่นปากตามมาได้ในที่สุด
มะกล้าบอกใครง่ะ..เด๋วเค้างอนเอาอ่ะเด่ะ..
ooHooH ไม่บอกก็ไม่จริงใจซิจะ
ดีค่ะมีประโยชน์ดีค่ะ ถ้ามีเวลาก็ แปรงฟันตอนกลางวันก็จะดีค่ะ