ในหนทางของชีวิตที่บางครั้งโปรยไปด้วยกลีบกุหลาบหรืออีกหลากหลายครั้งนั้นอุดมไปด้วยขวากและหนาม
ชีวิตนี้ใช้ทุกย่างก้าวเป็นบทเรียน
บทเรียนที่แสนแพง
บางคนผ่านความขื่นขมระทมทุกข์
บางคนประสบกับความสุขอันไม่จีรังยั่งยืน
บางคนพบกับความสำเร็จตั้งแต่เยาว์วัย
แต่ไม่ว่าใครต่อใคร "ทุก ๆ คนนั้นย่อมก้าวเดินด้วยบทเรียน"

บทเรียนในทุกก้าวที่ผันผ่านให้ความรู้แท้กับผู้เดิน
ผู้ที่ก้าวเดินย่อมประสบกับความรู้ต่าง ๆ มากมายในทุก ๆ ครั้งที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย โดยเฉพาะใจ ได้สัมผัส
ทุก ๆ ก้าวนั้นมีความรู้
ทุกคนในทุกก้าวรู้ในสิ่งที่เคยก้าวเดิน
บางคนนำความรู้นั้นมาเป็นแนวทางเพื่อนำพาชีวิตไปในทางใหม่ที่ไร้อุปสรรค
บางคนต้องจมปลักก็เพราะรู้ทั้งรู้ว่าทางที่ก้าวเดินนั้นเต็มไปด้วยเลน


ทุกคนรู้ทุกเรื่องราวของวันวานที่เคยผันผ่าน
แต่บางคนอาจจะเผลอสติไปในช่วงในบางเวลาที่สำคัญ
ความรู้ที่เคยมีนั้นอาจเรียกคืนกลับมาไม่ทันในเวลาที่ต้องตัดสินใจเพื่อก้าวย่างต่อไป
ก้าวซ้าย และก้าวขวา ห่างกันแค่เพียงเสี้ยววินาที
ในเสี้ยววินาทีนั้นต้องการสติเพื่อเรียกความรู้
คนที่มีความรู้และมีสติชีวิตจะไม่ผิดพลาด
คนที่มีสติย่อมมีศีลเป็นธรรมดา
เพราะสติจะทำจิตเดิมแท้อันประภัสสรได้เบ่งบานแทนความคิด
ชีวิตที่เดินด้วยสติจากจิตเดิมจะขาวสะอาดและราบรื่น
แตกต่างจากชีวิตที่เดินด้วยความคิด บางครั้งหลงผิดเพราะความคิดอาจติดกิเลส


ศีลมี สมาธิมา ปัญญาเกิด
ความรู้ที่เดินควบคู่กับสติในทุกย่างก้าวจะนำพาชีวิตราบรื่นอย่างมั่นคง
ชีวิตจะเต็มเปี่ยมด้วยศีล สติเรียกความรู้และให้มั่นคงในศีล
เมื่อเท้าจะก้าวเดินไปทางผิด ความรู้จากสติจะยับยั้งไว้ได้ทัน
แต่เมื่อใดเท้าจะก้าวเดินไปทางแห่งสวรรค์ ความรู้และสติจะส่งเสริมให้ก้าวเดินไร้ผองภัย
มีสติเพื่อทรงความรู้ไว้ ลมหายใจแห่งชีวิตจะสบายหมดทุกข์พลัน...