เรื่องราวแห่งความดีงามที่เกิดขึ้นในคน เป็นสิ่งที่ควรเผยแพร่ จึงบันทึกเรื่องราวเหล่านี้ไว้ เพื่อร่วมกันจดจำ และชื่นชม

วันที่ 3 มกราคม 2550  สหวิชาชีพที่ร่วมกันทำงานของร.พ.กระบี่ มีวงสุนทรียสนทนา เล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ได้นำเอากระบวนยุทธ์ KM ไปฝึกฝนการทำงานร่วมกันในค่ายเบาหวาน  ผู้ร่วมวงสนทนามีทั้ง กลุ่มโภชนากร  กลุ่มเภสัชกร วิสัญญีพยาบาล พยาบาลอื่นๆ และแพทย์

ขอเล่าไว้เพื่อให้เห็นภาพค่ายเบาหวานของเรา เพราะค่ายของเราไม่ใช่ค่ายเต็มรูปแบบ เนื่องจากผู้ป่วยของเราเป็นคนอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนจึงไม่นิยมการไปค้างคืนบ้านอื่นที่ไม่ใช่บ้านตน  ค่ายของเราเป็นกึ่งค่ายกึ่ง Day care ที่จัดกิจกรรมขึ้นนอกร.พ.   

การสนทนาเริ่มขึ้นโดยมีการเกริ่นนำท้าวความที่มาของการที่ทุกคนได้เข้ามาร่วมเป็นทีมงาน หลายคนบอกความรู้สึกว่า ตอนแรกที่เข้ามา ไม่กระจ่างใจว่า เหตุใดตนเองมาเกี่ยวข้อง บางคนบอกว่า เข้ามาเพราะหน้างานเกี่ยวข้องกับเบาหวาน และบางคนเข้ามาเพราะถูกโยงเข้ามาเกี่ยวข้องโดยอ้อม เมื่อมีคำถามว่ารู้สึกอย่างไรกับการต้องมาเกี่ยวข้อง ทุกคนกล่าวเกือบเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกดีกับการได้เข้ามาร่วมอยูในกระบวนงานตามกิจกรรม  ได้เรียนรู้และเปิดกว้างความรู้ตัวเองกับสิ่งใหม่ๆมากมาย

สมาชิกจากหน่วยโภชนาการ กล่าวว่า " ก่อนมาเข้าร่วมกิจกรรม เคยรับรู้และได้ยินคำว่า ค่ายผู้ป่วย แต่นึกภาพไม่ออกว่าจะจัดบริการอย่างไร ถ้าต้องเข้าร่วมงาน  แต่ก่อนไปประชุมที่ไหนร.พ.ไหนๆเขามีค่ายกันแต่ร.พ.เราไม่มี ก็คิดอยู่ว่าทำไมจึงไม่มี เมื่อมีก็รู้สึกดีใจ  ก่อนเข้ามาร่วม เตรียมตัวเพื่อการสอนเยอะมากและเป็นเรื่องลึกๆที่ตัวเองเรียนมา  แต่เมื่อมาร่วมกิจกรรมกลับพบว่า การใช้เรื่องง่ายๆพื้นๆ ในชีวิตประจำวันมาใช้สอนกลับง่ายต่อการทำให้คนเข้าใจมากกว่า แถมการมาเข้าร่วมยังได้ความรู้จากทีมงานมากมาย จนขณะนี้เมื่อร่วมทำงานกับ OPD เบาหวาน จากแต่ก่อนไม่กล้าสอนเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆเมื่อคนไข้ถามในเรื่องตื้นๆ เดี๋ยวนี้สอนแทนพยาบาลได้เมื่อพยาบาลไม่ว่าง เช่น สอนตรวจเท้า  ตรวจฟัน แนะนำเรื่องยา เป็นต้น  เรื่องที่ได้แถมอีก คือ ความรู้เกี่ยวกับการเป็นวิทยากร บทที่ต้องทำเมื่อขึ้นไปอยู่แถวหน้า การบริหารเวทีประชุมที่ต้องมอง."