ฤาการเล่าเรื่องราวแบบ storytelling เป็นเรื่อง Competency สำคัญที่ต้องฝึกฝนกันใหม่

ก่อนที่ ร.พ.กระบี่ จะผ่านประสบการณ์จนมายืนอยู่ในแถวต้นๆของการผ่าน re-accredit HA  นั้น มีเรื่องแปลกที่อยากบันทึกไว้ทบทวนกัน

เริ่มต้น -   เมื่อเริ่มต้นเรียนรู้การประเมินตนเองด้วยแบบ HA 20 บท คนประเมินตนเองจะบอกเล่าเรื่องราวว่า ทำอะไรในเรื่องคุณภาพไว้บ้างเป็นแบบ stortytelling   ซึ่งจะไม่ค่อยเห็นตัวชี้วัด 

ช่วงกลาง-  เมื่อผ่าน บันไดขั้น 3 ได้รับ accredit รอบแรก ความเข้าใจว่าอะไรคือตัวชี้วัดมีมากขึ้น การนำเสนอตัวชี้วัดเริ่มเห็นมากขึ้น เรื่องเล่าแบบ storytelling ลดลงไปหน่อย  แต่ก็ยังมีเรื่องราวเล่าสู่กันฟังได้

ช่วงปลาย - เมื่อเรียนรู้การประเมินตนเองแบบ HA ฉบับกาญจนาภิเษกและผ่าน re-accredit รอบแรก เรื่องเล่ากลับน้อยลงไปอีก แต่มีตัวชี้วัดมาแสดงให้เห็นมากขึ้นๆ  ดีที่ว่ามีเรื่องของ HPH มาเล่าให้ฟังเติมต่อ เรื่องเล่าจึงยังไม่เลือนหายไป

ช่วงปัจจุบัน- เมื่อผ่าน re-accredit รอบที่ 2 โดยใช้การประเมินตนเอง แบบ HA ฉบับฉลองราชสมบัติ 60 พรรษา  สิ่งที่ต้องเล่าจะเป็นแบบตามรอยทางคลินิก  เมื่อลองให้มีการบันทึกเรื่องราวเรื่องเล่าที่เป็นแบบเดิมๆ กลับมีคนเล่าเรื่องแบบ storytelling ได้น้อยลง

ช่วงอนาคต- จะมีการขอ re-accredit รอบที่ 3 โดยใช้แนวทาง TQA เมื่อลองตามรอยดูการพัฒนาที่เกิดขึ้น  รูปแบบการนำเสนองานคุณภาพที่จะอยู่ในรูปการนำเสนอเหมือนผลงานวิชาการหรืองานวิจัยเป็นสวนใหญ่ เรื่องเล่าประสบการณ์มีน้อยกว่าน้อย  คำถามเกิดขึ้นในใจว่า เหตุใดผู้เป็นเจ้าของเรื่องราวเหล่านี้ จึงไม่สามารถจารึกเรื่องราวที่งดงามของเขาไว้ และนำเสนอ เพื่อให้เด็กรุ่นลูกหลานได้เรียนรู้ว่า อดีตที่ผ่านมามีเรื่องราวการพัฒนาอย่างไร เขาจึงช่วยกันนำพาร.พ. ให้ก้าวมาอยู่แถวหน้าได้เหมือนขณะนี้

ควรฤาที่เราจะให้ความสวยงามที่แฝงอยู่ในแต่ละชิ้นงานคุณภาพ วิธีคิดที่อยู่เบื้องหลังเหล่านี้หดหายไป ด้วยเพียงแต่มุ่งจะผ่านคำกล่าวขานว่า ความรู้เรื่อง HA แน่น

ฤาจะจริงที่มีคนพูดให้เคยได้ยินว่า เมื่อวิทยาศาสตร์ (วิชาการ) มา เยือน ธรรมชาติจะหายไป   แล้วที่จริง ต้นตอ เกิดจากวิทยาศาสตร์แน่หรือ