
ถือเป็นครั้งแรกที่แม่นีโอรู้จัก เมืองอบาชิริ (Abashiri) ตั้งแต่ก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น แม่นีโอได้ไปขอคำแนะนำเรื่องข้อมูลประเทศญี่ปุ่น ที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ได้ความว่าเดิมที่นี่ยังไม่เป็นที่นิยมนักสำหรับคนไทย แต่มาพักหลังนี่ก็เริ่มเห็นมีบริษัททัวร์จัดมานำเที่ยวที่นี่บ้างแล้ว โดยมีจุดขายอยู่ที่การล่องเรือตัดน้ำแข็งในฤดูหนาว

อบาชิริทำให้แม่นีโอประทับใจตั้งแต่แรกพบ ด้วยไมตรีจิตจากเจ้าบ้านนาม “นากาฮาร่าซัง” ที่ให้การต้อนรับและดูแลอย่างดี จนแม่นีโอรู้สึกอบอุ่นกลบความหนาวเย็นของหิมะไปมากโข แม้อบาชิริจะเป็นเมืองชนบทเล็กๆ ติดทะเลโอคอสต์ ข้ามฝั่งไปก็เป็นประเทศรัสซีย
แต่ที่นี่ก็มีกิจกรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนอยู่ไม่น้อย ที่ขึ้นชื่อที่สุดเห็นจะเป็น การนั่งเรือตัดน้ำแข็ง หรือที่เรียกว่า เรือออโรร่า (Aurora) ซึ่งมีเฉพาะในหน้าหนาวช่วงกลางเดือนมกราคม ถึง ต้นเมษายน จะมีเรือออกจากท่าเรืออบาชิริทุกวัน เราสามารถกินลมชมวิว(แบบหนาวจับใจ)บนดาดฟ้าเรือ ในขณะที่เรือก็ตัดน้ำแข็งที่เกาะเหนือผิวน้ำไปเรื่อย การล่องเรือกินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สนนราคาประมาณ 3000 เยน ดังนั้นผู้ที่สนใจควรวางแผนไว้ล่วงหน้านะคะ
อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นว่าไมตรีจิตจากเจ้าบ้านทำให้แม่นีโอซึ้งใจ นากาฮาราซังเธอเลี้ยงดูปูเสื่อด้วย เนื้อเจงกิสข่านสูตรพื้นเมือง ซึ่งเธอบอกว่าแขกไปใครมาที่นี่ต้องลิ้มลองถึงจะครบสูตร ซึ่งเนื้อเจงกิสข่านต้นตำรับต้องเป็นเนื้อแกะ เวลาทานจะมีอุด้งและผักเป็นกำลังเสริม และที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือ ปูสดๆตัวใหญ่ยักษ์ ถือเป็นตัวไซส์ใหญ่ที่สุดที่เลยลิ้มลองมาก็ว่าได้ เวลาทานจะมีกรรไกรตัดก้ามปูเป็นอาวุธประจำกาย ทานกันจนพุงกาง...อิ่มแปล้เลยเรา และที่สำคัญที่สุดคือ อ.จิน เล่นหีบเพลงให้พวกเราฟัง เพลินไปกับเพลงญี่ปุ่นเพราะๆ สมกับเป็น superstar ของญี่ปุ่นจริงๆ :-)

นากาฮาราซังพาพวกเราไปทะเลสาบ Tofutsu ที่มีห่านและนกบินว่อนให้เราชื่นชมไปกับธรรมชาติของทะเลสาบ แต่เดี๋ยวก่อน....มันหนาวจับใจเหลือเกินกับอุณหภูมิศูนย์องศา แม่นีโอเลยจำต้องหลบเข้าไปร้านขายของที่ระลึกเสียหน่อย (เอ...นี่เป็นข้ออ้างหรือเปล่าน๊า)
ภายในร้านขายของ....สายตาแม่นีโอเหลือบไปเห็น เค้าเลี้ยงตัวอะไรหน่ะในขวดโหลแก้ว ถามไถ่ได้ความว่า เจ้าสัตว์ทะเลตัวจิ๋วนี้มีชื่อว่า “ Clione” มีขนาดเพียง 1-3 เซนติเมตรเท่านั้น เป็นสัตว์จำพวกหอยไม่มีเปลือก จึงทำให้เห็นลำตัวใสแจ๋วจนมองเห็นอวัยวะภายในสะท้อนแสงสีแดงแว้บๆ ออกมา หน้าตาน่ารักน่าชังทีเดียว โดยเฉพาะเวลาที่ว่ายน้ำจะเห็นปีกบางใสขยับไปมา ถึงขนาดได้ชื่อว่าเป็นนางฟ้าแห่งท้องทะเล หรือ Sea Angle แม่นีโอเห็นเค้าเลี้ยงใส่ขวดโหลเอาไว้ อย่างกับเลี้ยงปลาแน่ะ ดังนั้นในบรรดาของที่ระลึกจำพวกพวงกุญแจ หรือโปสการ์ด จึงมักมีเจ้า Clione เป็นนางเอกอยู่ด้วยจ้ะ

แม่นีโอได้จัดการภาพถ่ายใหม่ใน blog นี้ใหม่ เนื่องจากได้แรงบันดาลใจจาก พี่ดาว เรื่องการตบแต่งภาพ เลยมาลองใน blog นี้ค่า..ขอบคุณพี่ดาวอีกครั้งค่ะ
สวัสดีครับ เอ
เรือตัดน้ำแข็ง! แค่คิดก็สนุกแล้วครับ ^__^
อ.จิน นี่ท่านนอกจากจะเป็น genius ทางด้านคณิตศาสตร์แล้ว ยังเล่นดนตรีเก่ง ดูไปคล้ายๆ ไอน์สไตน์มากทีเดียวนะครับเนี่ย
จับภาพมารวมกันทำให้มองปร๊าดเดียวเห็นหลายอย่าง แต่มีจุดน่าเสียดายเหมือนกันที่ไม่เห็นรายละเอียดในภาพเท่าที่ควร
เดี๋ยวพี่จะไปตาม อาจารย์ดาว (ลูกไก่) มาชมผลงานครับ ;-)
สวัสดีค่ะ พี่ชิว
สวัสดีค่ะ พี่ดาว
เอถ่ายภาพเจ้า clione มาเหมือนกัน แต่ภาพไม่ค่อยสวย
เลยนำภาพจากโปสการ์ดมาแทนค่ะ..ตัวเป็นๆ นี่ว่ายน้ำน่ารักเชียวค่ะ
ตอนนี้เริ่มสนุกกับการแต่งภาพค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าฝีมือจะพัฒนาขึ้นหรือเปล่า ??
มาเยี่ยมค่ะ
ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ อ.ศศินันท์ ที่แวะมาเยี่ยมเยียนกัน
พี่ดาว และพี่ชิว ขา
เอเปลี่ยนภาพใหม่อีกค่ะ เห็นทีต้องไปฝึกปรับภาพใหม่อีกที
เพราะภาพเดิมที่ทำมา ดูไม่ค่้อยชัดอย่างที่พี่ชิวว่าจริงๆ