ความจริงเป็นคนที่ไม่ค่อยได้สัมผัสกะบุหรี่บ่อยนัก เพราะคนรอบข้างไม่ค่อยมีคนสูบบุหรี่ ก็คงมีแต่พ่อที่สูบบุหรี่ แต่พ่อก็ตายไปแล้ว แต่พ่อไม่ได้ตายด้วยบุหรี่หรอกนะ แต่ตายด้วยเมาแล้วขับมากกว่า ก็เคยเป็นคนที่ค่อนข้างจะแอนตี้กะเหล้าพอสมควร แต่กะบุหรี่นี่ก็ไม่ใช่จะไม่แอนตี้ น่าจะแอนตี้หนักกว่าเหล้าอีกเพราะเป็นที่แพ้ควันบุหรี่ แต่ก็ไม่เคยรู้สึกเสียใจที่เป็น คนขี้แพ้ กลับภูมิใจซะอีก ที่แพ้พวกสารแบบนี้ เคยเห็นคำว่า NO SMOKING ในตามสถานที่ต่างๆบ่อยครั้ง โดยเฉพาะที่ โรงพยาบาล ติดไว้แทบจะทุกที่ สงสัยกันบ้างไหมว่าทำไมจึงติดไว้ สาเหตุก็มีด้วยหลายประการ (คิดเอาเองว่าน่าจะมาจากสาเหตุนี้) 1. รบกวนบุคคลรอบข้าง2. เป็นอันตรายต่อสุขภาพของตนเองและผู้ป่วย3. ในสถานที่ พวกโรงพยาบาลมีการติดตั้งออกซิเจนไว้ และออกซิเจนก็เป็นวัตถุไวไฟอาจทำให้เกิดไฟไหม้ และการระเบิดได้มาทำความรู้จักกะเจ้าบุหรี่ตัวดีกันดีกว่า ว่ามีประโยชน์มีโทษยังไง ควรเอาตัวเข้าไปพัวพันหรือไม่บุหรี่ มีลักษณะเป็นทรงกระบอกม้วนห่อด้วยกระดาษ (ขนาดปกติจะมีความยาวสั้นกว่า 120 มิลลิเมตร และ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 10 มิลลิเมตร) มีใบยาสูบบดหรือซอยบรรจุภายในห่อกระดาษ ปลายด้านหนึ่งเป็นปลายเปิดสำหรับจุดไฟ และอีกด้านหนึ่งจะมีตัวกรอง ไว้สำหรับใช้ปากสูดควัน คำนี้ปกติจะใช้หมายถึงเฉพาะที่บรรจุใบยาสูบภายใน แต่ในบางครั้งก็อาจใช้หมายถึงมวนกระดาษที่บรรจุสมุนไพรอื่น ๆ เช่น กัญชา (en:marijuana)บุหรี่ ต่างจาก ซิการ์ (en:cigar) ตรงที่บุหรี่นั้นมีขนาดเล็กว่า และใบยาสูบนั้นจะมีการบดหรือซอย รวมทั้งกระดาษที่ห่อ ซิการ์โดยปกติจะใช้ใบยาสูบทั้งใบ ซิการ์ชนิดที่มีขนาดเล็กพิเศษเท่าบุหรี่ เรียกว่า ซิการ์ริลโล (en:cigarillo) ต้นกำเนิดของบุหรี่
ชาวอินเดียนแดงซึ่งเป็นชนพื้นเมืองในทวีปอเมริกา ได้เริ่มต้นใช้ยาสูบเป็นพวกแรก โดยปลูกยาสูบเพื่อใช้ เป็นยา และนำมาสูบ ในพิธีกรรมต่างๆ
การสูบบุหรี่ในประเทศไทย
ในประเทศไทยมีการใช้ยาสูบตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว โดยได้ยาสูบมาจากเมืองมะนิลา ในหมู่เกาะฟิลิปปินส์ จากประเทศจีน และที่ปลูกในประเทศเอง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสิงหนาทราชดุรงค์ฤทธิ์ได้ทรงประดิษฐ์บุหรี่ก้นป้านขึ้น เพื่อสูบควันและอมยากับหมากพร้อมกัน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการผลิตบุหรี่ขึ้นโดยบริษัทที่มีชาวอังกฤษเป็นเจ้าของ เป็นบริษัทแรกใน พ.ศ. 2460 ต่อมาในรัชสมัยพระสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการนำเครื่องจักรเข้ามาจากประเทศเยอรมนี จนกระทั่งใน พ.ศ. 2482 รัฐบาลได้จัดตั้งโรงงานยาสูบขึ้น โดยซื้อกิจการมาจากห้างหุ้นส่วนบูรพายาสูบ จำกัด (สะพานเหลือง) และดำเนินกิจการอุตสาหกรรมยาสูบภายใต้การควบคุมของกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง หลังจากนั้น รัฐบาลได้ซื้อ กิจการของบริษัทกวางฮก บริษัทฮอฟฟัน และบริษัทบริติช อเมริกัน โทแบคโคเพิ่มขึ้น แล้วรวมกิจการภายใต้ชื่อว่า โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง มาจนถึงปัจจุบัน
ในบุหรี่มีสารพิษอะไรบ้าง
ในบุหรี่ 1 มวน เมื่อเกิดการเผาไหม้ จะทำให้เกิดสารเคมี มากกว่า 4,000 ชนิด สารหลายร้อยชนิดมีผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย และมี 42 ชนิด ที่เป็นสารก่อมะเร็ง
สารพิษที่สำคัญในควันบุหรี่นอกจากสารก่อมะเร็ง คือ
นิโคติน ( Nicotine ) ทาร์ ( Tar) คาร์บอนมอนอกไซด์ ( Carbon monoxide ) ไฮโดรเจนไดออกไซด์ ( Hydrogen dioxide ) ไนโตรเจนไดออกไซด์ ( Nitrogen dioxide ) แอมโมเนีย ( Ammonia ) และไซยาไนด์ ( Cyanide )
การสูบบุหรี่เป็นวิธีการที่ทำให้สมองได้รับสารเสพติด ( นิโคติน ) เร็วที่สุด คือภายใน 7 วินาทีเท่านั้น ซึ่งเร็วกว่า การฉีดเฮโรอีนเข้าเส้นเลือดเสียอีก
นิโคตินทำให้เกิดการเสพย์ติดเช่นเดียวกับเฮโรอีน ทุกครั้งที่สูบบุหรี่จะเกิดมีการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง เมื่อสูดดมควันบุหรี่เข้าไป นิโคตินจะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วเข้าสู่กระแสเลือด และผ่านเข้าสู่สมองภายในเวลา 10 วินาที นิโคตินกระตุ้นการหลั่งของสารโดปามีน ซึ่งมีผลทำให้เกิดอารมณ์แห่งความสุข ยังมีผลเพิ่มการหลั่งสารนอร์อีพิเนฟฟริน ซึ่งมีผล ทำให้เกิดการตื่นตัว และมีพลัง เมื่อหยุดสูบบุหรี่ ฤทธิ์ของสารโดปามีน และนอร์อีพิเนฟฟรินจะลดลง ซึ่งมีผลทำให้อารมณ์แห่งความสุขของผู้สูบบุหรี่หายไป และเกิดอาการถอนยาขึ้นมาแทนที่ ได้แก่ อาการกระวนกระวาย โกรธ หงุดหงิดง่าย นอนหลับยาก เสียสมาธิ และเหนื่อยง่าย เพื่อที่จะบรรเทาอาการถอนยานี้ และเพื่อให้เกิดสภาวะอารมณ์แห่งความสุขต่อไป จึงต้องสูบบุหรี่มวนต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้สมองจึงเกิดความเคยชินจากการได้รับสารนิโคติน และเกิดการเสพย์ติดในที่สุด เมื่อหยุดสูบบุหรี่
หลังจากที่คุณหยุดสูบบุหรี่มวนสุดท้ายเพียง 20 นาที จะมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ในร่างกายของคุณ
20 นาที ความดันโลหิตเริ่มลดลง และกลับเข้าสู่ปกติ อุณหภูมิของมือ และเท้าสูงขึ้น และกลับเข้าสู่ปกติ
8 ชั่วโมง ระดับของคาร์บอนมอนนอกไซด์ในเลือดต่ำลง และเข้าสู่ระดับปกติ ระดับของออกซิเจน ในเลือด สูงขึ้น และกลับเข้าสู่ระดับปกติ
24 ชั่วโมง ความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจวายเฉียบพลันลดลง
48 ชั่วโมง ปลายประสาทเริ่มเจริญเติบโตใหม่อีกครั้ง
2 สัปดาห์ - 3 เดือน การไหลเวียนของโลหิตเริ่มดีขึ้น การทำหน้าที่ของปอดดีขึ้นถึง 30%
1 - 9 เดือน อาการไอ อาการบวมของโรคไซนัส เมื่อยล้า และอาการหายใจขัดลดลง มีการเกิดขึ้นใหม่ของขน cilia ในปอด ซึ่งทำให้ ประสิทธิภาพการทำความสะอาดปอดเพิ่มขึ้น และลดสภาวะการติดเชื้อบุหรี่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจแน่หรือ ในกลุ่มผู้สูบหรี่จะมีโอกาสหรือความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนไม่สูบบุหรี่ถึง 2.4 เท่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูบบุหรี่ที่เป็นโรคความดันเลือดสูงหรือมีไขมันในเลือดสูง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดถึง 1.5 เท่า แต่หากผู้สูบบุหรี่นั้นเป็นทั้งความดันเลือดสูงและไขมันในเลือดจะเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 8 เท่าของคนทั่วไป ประโยชน์ของการเลิกสูบบุหรี่1. เป็นผลดีต่อสุขภาพ และเป็นผลดีที่เกิดขึ้นได้ทันที
2. จะมีอายุยืนยาวกว่าผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่อยู่ โดยผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ก่อนอายุ 50 ปีจะมีโอกาสเสียชีวิตเพียงครึ่งหนึ่งของผู้ที่ยังคงสูบต่อไปเมื่อทั้งสองกลุ่มมีอายุ 65 ปี
3. ลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด มะเร็งในระบบอื่นๆ หัวใจวายกระทันหัน เส้นเลือดในสมองตีบตันกะทันหัน โรคถุงลมโป่งพอง และโรคปอดเรื้อรังอื่นๆ
4. ผู้หญิงที่หยุดสูบบุหรี่ก่อนการตั้งครรภ์หรือระหว่าง 3 - 4 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ จะลดความเสี่ยงที่ลูกจะมีน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่าปกติ
5. ผลดีที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพ น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 2.3 กิโลกรัม
6. เมื่อเทียบกับผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป ความเสี่ยงของการที่จะเสียชีวิตจะลดลงอย่างรวดเร็ว
7. การหยุดสูบบุหรี่ลดความผิดปกติที่จะกลายไปเป็นมะเร็งในระยะแรกของเยื่อบุลำคอ กล่องเสียง และปอด
ควันบุหรี่มีผลของพิษต่อบุคคลข้างเคียง การสูบบุหรี่นั้นนอกจากจะมีผลต่อผู้สูบโดยตรงแล้ว ยังทำให้ผู้อื่นที่อยู่ในระยะของควันบุหรี่สูดเอาพิษจากควันบุหรี่เข้าไปด้วย
1. การสูบบุหรี่ของคนในครอบครัว ทำให้เด็กป่วยด้วยโรคหลอดลมอักเสบ ปอดบวม หอบหืด หูอักเสบเพิ่มมากขึ้น
2. หญิงมีครรภ์สูบบุหรี่ จะทำให้น้ำหนักตัวในขณะตั้งครรภ์ เพิ่มน้อยกว่าปกติ และมีโอกาสแท้ง คลอดก่อนกำหนด ตกเลือดในระหว่าง คลอด และหลังคลอดมากเป็น 2 เท่าของหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ นอกจากนั้นยังทำให้เกิดภาวะรกเกาะต่ำ และรกลอกตัวก่อนกำหนดมากขึ้นลูกที่คลอดจากแม่ที่สูบบุหรี่ อาจมีน้ำหนักและความยาวตัวน้อยกว่าปกติ พัฒนาการทางด้านสมองช้ากว่าเด็กปกติ อาจมีความผิดปกติทางด้านระบบประสาท ระบบความจำ
3.คู่สมรสของผู้สูบบุหรี่ มีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าคู่ที่ไม่สูบบุหรี่เป็น 2 เท่า มีความเสี่ยงที่ <p style="margin: 0cm 0cm 12pt" class="MsoNormal">จะเป็นโรคหัวใจ 3 ท่า และเสียชีวิตเร็วกว่าปกติถึง 4 ปี
4. คนทั่วๆไป ที่อยู่ในบรรยากาศที่ผู้อื่นสูบบุหรี่อยู่ ควันบุหรี่จะทำให้เกิดอาการเคืองตา ปวดศีรษะ คัดจมูก น้ำมูกไหล โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคหอบหืดอยู่แล้ว โรคหัวใจ โรคหลอดลมอักเสบ มีอาการกำเริบเพิ่มมากขึ้น </p>
ไม่รู้เหมือนกันว่าปัจจุบันราคาบุหรี่ที่ขายกันจริงๆเท่าไหร่กันแน่ แต่เฉลี่ยว่าประมาณซองละ 50บาท ถ้าสูบวันละซอง เดือนนึงก็ 30x50 = 1500 บาท ปีหนึ่งมี 365วัน 365x50=18250 บาท ถ้าหากว่าสูบมา 20 ปี 18250x20=365000 บาท ทำให้มีเงินเหลือเก็บ มากเหมือนกันเชียวนะเนี่ย
NO SMOKING
มารู้จักบุหรี่กันเถอะ
ความเห็น
พอดีไม่สูบบุหรี่ครับผม
บทความในวันเดียวกัน
นายช่างใหญ่ · 3 ม.ค. 2551
มลฤดี โภคศิริ · 3 ม.ค. 2551
หมอพเนจร · 3 ม.ค. 2551
ทนัน ภิวงศ์งาม · 3 ม.ค. 2551
เพชรน้อย · 3 ม.ค. 2551