วัด 40 ผู้รับเหมา 60

ในฐานะคนอยู่วัดเกินยี่สิบปี เรื่องราวในวัดหรือความเป็นไปที่เกี่ยวกับวัดในรูปแบบต่างๆ เกือบทุกเรื่อง จะผ่านการรับรู้ของผู้เขียนเสมอ มากบ้างน้อยบ้าง เต็มใจไม่เต็มใจ และแม้แต่ต้องการหรือไม่ต้องการจะรับรู้สิ่งนั้นๆ ก็ตาม....

อย่างหนึ่งที่ต้องการจะเล่าก็คือ ธุรกิจเหมางานวัด ซึ่งก็มีหลายออปชั่น ทั้งที่เหมาบางส่วน เช่น เหมาพิธีสงฆ์ เหมาการออกร้านภายในวัด เหมามหรสพ เหมาค่าอาหารเลี้ยงพระเลี้ยงโยม... หรือเหมาแบบเบ็ดเสร็จอย่างกรณี งานปิดทองฝังลูกนิมิต

งานปิดทองฝังลูกนิมิต จัดเป็นงานวัดที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากหลายสิบหรืออาจหลายร้อยปีกว่าแต่ละวัดจะจัดให้มีขึ้นสักครั้งหนึ่ง และนิยมจัดกันหลายวัน อย่างน้อยที่สุดก็ ๕ วัน สูงสุดก็ประมาณครึ่งเดือน....

เมื่อพูดถึงระดับรายได้ของงานแล้ว งานปิดทองฝังลูกนิมิตจัดเป็นงานระดับเกรด A+ .... บางวัดผู้เขียนก็ได้ฟังข่าวว่าได้หลายสิบล้าน ส่วนอย่างน้อยๆ ก็ไม่ต่ำกว่า ๑-๒ ล้าน จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับจำนวนนักบุญและระบบการจัดการ... 

สังคมปัจจุบัน บางวัดมีผู้มาช่วยงานน้อย เพราะท่านเจ้าอาวาสมีความเห็นต่างกับชาวบ้าน เมื่อจำเป็นจะต้องจัดงานนี้ขึ้นมา ก็มีปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ถ้าจะจัดให้ใหญ่ก็ขาดเงินทุนและผู้ช่วยเหลือในด้านต่างๆ จะจัดเล็กๆ ก็เกรงจะถูกครหาว่าปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอยไป เพราะบางวัดนั้น โอกาสที่วัดจะได้ปัจจัยหลักล้านนั้น ยังไม่เคยมีเลย... 

เมื่อมีกลุ่มธุรกิจเหมางานปิดทองฝังลูกนิมิตแบบเบ็ดเสร็จผ่านมาเสนอ ว่า ผมจะลงทุนเองและจัดการทุกอย่าง ทางวัดไม่ต้องออกแม้บาทเดียว จัดงานสิบห้าวัน ได้เงินเท่าไหร่ก็แบ่งกัน โดยทางวัดได้ ๔๐ผมได้ ๖๐ และผมรับประกันว่าทางวัดจะได้ไม่น้อยกว่า ๕ ล้าน ถ้าทางวัดตกลง วันเซ็นสัญญา ผมจ่ายให้ก่อนล่วงหน้า ๒ ล้าน ... ทำนองนี้

............

งานวัด โดยเฉพาะงานปิดทองฝังลูกนิมิต สมัยก่อนจัดขึ้นมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จแห่งความร่วมมือร่วมใจของชุมชนในท้องถิ่น ทุกคนต่างช่วยงานวัดโดยไม่เห็นแก่สินจ้างรางวัล แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ปลื้มใจที่ได้อยู่ทันปิดทองฝังลูกนิมิตวัดบ้านเกิดโดยไม่ได้ล้มหายตายจากเสียก่อน... ประมาณนี้

แต่เมื่อถูกเหมาแบบเบ็ดเสร็จในรูปธุรกิจ โรงครัวของวัดที่จะเลี้ยงบรรดาญาติพี่น้องใกล้ไกลที่มาร่วมบุญก็ไม่จำเป็น โรงน้ำร้อนน้ำชาที่มีไว้เพื่อรับรองพระสงฆ์องค์เณรที่มาร่วมงานก็ไม่จำเป็น นี้คือสองประการแรกที่จะไม่มีในงานที่ถูกเหมาแบบเบ็ดเสร็จ

สาเหตุที่สองประการข้างต้นถูกตัดไปเพื่อเป็นการลดต้นทุนนั่นเอง ลองพิจารณาดู ตามสัญญาต้องจ่ายให้วัด ๕ ล้าน (จ่ายไปก่อนแล้ว ๒ ล้าน) ยังมีค่าโฆษณาในรูปแบบต่างๆ ค่าถวายพระอีกจิปาถะในพิธีสงฆ์ (การผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิต จัดเป็นสังฆกรรมที่ใช้พระสงฆ์หลายสิบรูปหรือนับร้อยรูป และหลายครั้งกว่าจะแล้วเสร็จ สรุปว่า เฉพาะค่าถวายพระที่นิมนต์มาร่วมพิธีก็หลักแสนเป็นอย่างน้อย) ค่าดอกไม้ ธูป เทียนทอง หรือค่าแรงงานอีกนับร้อยชีวิตในเวลาเกือบเดือน... เป็นต้น

ดังนั้น ผู้ไปร่วมบุญงานทำนองนี้ มักจะเจอแต่การเรี่ยไรให้ควักกระเป๋าทำบุญตั้งแต่เริ่มเข้าประตูวัด แม้บอกปัดว่าจะไปที่โน้นที่นี้ก่อน ก็อาจถูกโฆษกประจำแผนกนั้นพูดเสียดสีด้วยถ้อยคำที่ทำให้ขวยเขินหรือเสียหน้า (ใช่ซิ ! เพราะพวกเขาเป็นมืออาชีพ มาจากไหนก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นหน้า) และเพื่อรักษาหน้าตาก็อาจจำเป็นต้องควักกระเป๋าทำบุญไปตามสมควร....

.......

ธุรกิจเหมางานวัด นอกจากงานปิดทองฝังลูกนิมิตแล้วก็ยังมีอื่นๆ อีกเยอะ เช่น สร้างเครื่องรางของขลังในรูปแบบต่างๆ (ฟังว่า บางกลุ่มถึงกับจดทะเบียนในรูปของบริษัท) ซึ่งผู้ติดตามข่าวก็คงจะเคยได้ยินได้ฟังมาบ้าง....

ผู้เขียนก็ได้แค่เพียงเตือนว่า อย่าใจอ่อนเชื่อคำโฆษณาในรูปแบบต่างๆ เกี่ยวกับงานบุญงานวัด เพราะพวกนั้น มิใช่นักบุญผู้เสียสละมาช่วยวัดดังเช่นอดีตที่ผู้เฒ่าผู้แก่เคยประพฤติมา... แต่พวกนั้น จะเป็น สื่อในรูปแบบต่างๆ โฆษกเสียงดีพูดมีหลักธรรม หรือกรรมกรช่วยงานในวัดแผนกต่างๆ ก็ตาม...ทั้งหมดเป็นเพียง ลูกจ้าง กลุ่มนักธุรกิจเหมางานวัดเท่านั้น  

อันที่จริง ประเด็นนี้ยังมีเรื่องจะบ่นจะเล่าอีกเยอะ แต่ผู้เขียนตัดทอนนำมาเล่ามาเพียงสั้นๆ เท่านั้นในโอกาสนี้ (เนื่องจากมีแรงกระทบจากปิยมิตรบางท่านที่ไปร่วมงานบุญทำนองนี้แล้วมาบ่นให้ฟัง)

ต่อไป... หากมีเหตุการณ์ทำนองนี้มากระทบใจอีก ก็อาจนำประเด็นอื่นๆ เกี่ยวกับธุรกิจเหมางานวัดมาเล่ามาบ่นอีกครั้ง