"รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย"

....เมื่อคืน(๓๑ ธค.)  มีโอกาสดูรายการตัวจริงชัดเจน เป็นการสัมภาษณ์และนำเสนอเรื่องวัฒนธรรมไทย...การสร้างความเป็นไทย...

น่าสนใจมาก..หลายปีมาแล้วประมาณปี ๒๕๒๗ ดิฉันมีโอกาสไปบรรยายศูนย์วัฒนธรรมหลายจังหวัด  แต่ตอนนั้นเรายังเยาว์นัก ตีความคำว่า"ความกลมกลืนและแตกต่างทางวัฒนธรรมในสังคมไทย" ไม่แตก มองแต่ชนกลุ่มน้อยกับความหลั่งไหลของวัฒนธรรมผิวขาว  ทำให้ลืมมองลงไปที่ด้ามขวานว่าที่นี้ก็มีความแตกต่างและกลมกลืนทางวัฒนธรรม....จากการฟังทำให่ดิฉันคิดมากๆๆๆๆ  เพราะการที่เราพยายามสร้างความแตกแยกโดยเอาศาสนามาขวางกั้น  อาจยิ่งสุดขั้วกันไป  ..ถึงเวลาแล้วที่เราต้องสร้างความเข้มแข็งของความเป็นไทย  ทุกคนที่ถือกำหนดในแผ่นดินนี้ เป็นคนไทยทั้งสิ้น  ได้รับการปฏิบัติเหมือนกันไม่ว่านับถือศาสนาใด  ....โดยเฉพาะการจัดการศึกษาซึ่งมีความละเอียดอ่อน  เราต้องการสลายความรู้สึกเรื่องการแต่งกาย ไทยมุสลิมอาจแต่งกายคลุมหมดก็ดี  เพราะนักเรียนไทยพุทธบางคนแต่งกายชุดนักเรียนดูไม้ได้เอาเสียเลย....จะได้เปรียบเทียบกันได้  แต่ที่สำคัญกว่าก็คือ เรานำเด็กทุกคนเข้าสู่ระบบการศึกษาแบบเดียวกัน เด็กไทยมุสลิมก็เรียนรู้ภาษาไทย ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร  ภาษาไทยจะแทรกซึมสู่ครอบครัวของเขา  แทนที่เราผลักเด็กเหล่านี้ออกไปเพราะเรื่องการแต่งกายที่ยอมกันไม่ได้  แทนที่เด็กจะเข้ามาอยู่ด้วยกัน เป็นสิษย์โรงเรียนเดียวกัน  กลายเป็นคนหนึ่งเรียนโรงเรียนรัฐบาล  อีกคนเรียนโรงเรียนเอกชนอิสลาม หรือโรงเรียนปอเนาะ  ที่จริงแล้วเอาเด็กมาเรียนวิชาสามัญและให้เรียนศาสนาวันหยุดเหมือนการเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์นะดีแล้ว   ถ้าเราไม่เปลี่ยนวัฒนธรรมการคิดเสียที  ความกลมกลืนทางวัฒนธรรมไทยพุทธ และ ไทยมุสลิมยิ่งห่างไกล " รักกันไว้เถิด  เราเกิดร่วมแดนไทย"   ไทยพุทธ  ไทยมุสลิม ก็เด็กเรา  เอาเค้ามาเรียนด้วยกันดีกว่าผลักออกไปจนเค้าไม่รู้ว่าที่ใดที่เป็นที่สำหรับให้เค้ายืน...ร่วมกันสร้างชาติไทยไม่ว่าคุณนับถือศาสนาใด...ศาสนาพุทธมีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด  แต่ผู้สืบทอดคุณต้องร่วมกันสร้างความเข้มแข็งของคำสอน ให้เป็นที่ยอมรับ....คุณว่าจริงมั้ย