ถ้าท่านต้องการให้ลูก(เด็ก) ทำสิ่งใด ท่านต้องสื่อสารกับเขาอย่างชัดเจนและท่าท่างน้ำเสียงหรือสำเนียงของท่านจะต้องไม่เหลาะแหละ ท่านจะต้องแสดงการพูดที่มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่พูด เพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่าไม่ได้พูดเล่น เพราะท่านจะเอาจริงแล้ว
เด็กดื้อ เป็นเหมือนนิยายคลาสสิกเล่มหนึ่ง ปัญหาเป็นปัญหาใกล้ตัว เจอได้ทุกคนใช่ว่าจะมีลูก ถึงจะเจอ บรรดาลุงป้าน้าอา คุณครูอาจารย์ก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน
มีใครเคยคิดบ้างหรือเปล่าว่าทำไม เด็กจึงแสดงพฤติกรรมนี้
- ต้องการแก้แค้น
- ต้องการเอาใจใส่มาก ๆ
- ต้องการความรัก ไม่อยากแบ่งใคร
- ต้องการสินบน
- ต้องการแสดงอำนาจว่าเราแน่
- อยากได้ของเล่น
- เกเร ดื้อเฉย
มีอย่างอื่น อีกไหมที่เราจะคิดถึงบ้าง
- เรามีความยุติธรรมกับเด็กไหม
- เราโกหก ไม่รักษาสัญญาที่ให้หรือเปล่า
- บางอย่างเราชัดเจนไหม หรือกำกวมเสียเอง
- รู้แต่ตำหนิไม่บอกให้ชัดเจน
- ชอบตะโกน แผดเสียง หรือตวาดด้วยอารมณ์
- อารมณ์ร้อน วู่วาม
- พูดเยาะเย้ย ถากถางเด็ก ด้วยสำเนียงและคำพูดไม่เป็นมิตร
- ไม่เคยเป็นมิตร
ปัญหาเด็กดื้อ คงไม่เกิด หากเราทั้งผู้ปกครองและอาจารย์จะช่วยกันทบทวน แก้ปัญหานี้
เราเคยได้ยินข่าว อาจารย์ลงโทษเด็ก แล้วขึ้นโรงขึ้นศาล นี่เป็นปัญหาที่เกิดจากอะไร เด็กทำร้ายร่างกายครู , ครูทำร้ายเด็ก
มาร่วมใจกันแก้ไข ปัญหา หรือ ป้องกันกันดีกว่าค่ะ
นักจิตวิทยา กล่าวว่า
- เรียกชื่อ เช่น ลูกเอ๋มานี่หน่อยสิลูก แทน นี่แม่ตัวดี
- บอกสิ่งที่ปรารถนาให้เขาทำอย่างชัดเจน
- บอกด้วยว่าเมื่อไรที่ท่านต้องการให้เขาทำ
- พูดดี ๆ (นุ่มนวล) อย่าวางอำนาจ
- เรียบเรียงคำพูดให้รัดกุม อย่าให้มีช่องโหว่ที่เด็กจะต่อล้อต่อเถียงได้
- ให้ยืนใกล้ ๆ ลูกเมื่อต้องการพูดให้ลูกทำสิ่งใด
- อย่าออกคำสั่ง หรือวางอำนาจด้วยน้ำเสียงก็ดี ท่าท่างก็ดี
- เวลาพูด พยายามมองหน้า หากเด็กไม่มองหน้า ให้พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน บอกเขา และทวนในสิ่งที่ท่านบอก เพื่อให้แน่ใจว่าเขารับรู้
ถ้าท่านต้องการให้ลูก(เด็ก) ทำสิ่งใด ท่านต้องสื่อสารกับเขาอย่างชัดเจนและท่าท่างน้ำเสียงหรือสำเนียงของท่านจะต้องไม่เหลาะแหละ ท่านจะต้องแสดงการพูดที่มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่พูด เพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่าไม่ได้พูดเล่น เพราะท่านจะเอาจริงแล้ว
"แม่ครับ ถ้าผู้ใหญ่โกหก แล้วจะเป็นคนดีไหมครับ" ลูกถาม
" เป็นคนไม่รักษาสัญญา ย่อมเป็นคนไม่น่าเชื่อถือ" แม่ตอบ
" แม่ครับ ถ้าหากไม่รักษาสัญญาอีก ต่อไปน้องจะไม่เชื่อแม่อีกแล้ว" ลูกตอบ
( คุณแม่หน้าซีด เพราะอย่างนี้ ลูกถึงดื้อกับคุณแม่นั้นเอง )
สวัสดีครับ
เป็นเรื่องเล่าที่ให้มุมมองกับผมได้ดีมากๆครับ
อ่านบันทึกของคุณเพชรน้อยจบ...ก็นึกถึงครอบครัวหนึ่งเป็นรายการปราบเด็กดื้อของต่างชาติเขานะค่ะ....พ่อทำงานนอกบ้าน แม่เป็นแม่บ้าน มีลูกสี่คน ชายสองคน หญิงสองคน...ปรากฏว่าเด็กสี่คนนี้มีพฤติกรรมเหมือนกันคือก้าวร้าวกับแม่ ถ่มน้ำลาย...ทำร้ายร่างกายแม่....เมื่อโกรธ ถ้าแม่พาเขาไป Supermarket ก็จะมีแต่เรื่องปวดหัว....ยิ่งกว่าจับปูใส่กระด้ง...แต่เมื่อพ่อมา...จะมีพฤติกรรมตรงกันข้ามเชื่อฟังพ่อทุกอย่าง ไม่มีการโต้แย้งเมื่อถูกสั่งลงโทษ แต่ทุกครั้งที่พ่อคล้อยหลัง....บ้านหลังนั่นก็เหมือนเกิดสงครามน้อยๆ ระหว่างแม่กับลูก.......จากการวิเคราะห์ของแนนนี่มืออาชีพ...พบว่าปัญหามาจากพ่อ...ที่สร้างอำนาจ ทำให้ลูกเกิดความกลัว...และหาทางระบายออกกับแม่...สุดท้ายครอบครัวนี้ทำงานแบบทีมระหว่างพ่อกับแม่หลังจากทราบจุดของปัญหาคือ ให้แม่มีอำนาจในบ้าน...โดยได้รับการสนับสนุนจากพ่อ....และพ่อก็เข้าหาลูกๆ ด้วยความอบอุ่น มากกว่าทำท่าดุ ใช้เสียงดุ......สุดท้ายครอบครัวนี้ Happy ค่ะ...ปัญหาทุกปัญหาที่เราเห็นจากเด็กย่อมมีสาเหตุนะค่ะ...ขอให้แก้ไขถูกจุด...ทุกอย่างก็จะเป็นไปในทิศทางที่ดีค่ะ
สวัสดีค่ะท่าน kmsabai
ยินดีที่ร่วมคิดร่วมกับนอกเหนือจากองค์กรแล้ว
ส่วนหนึ่งคือ ครอบครัวที่เราไม่อาจปล่อยมือวางลงได้
เพราะคือ หน้าที่ และความรัก
...........................
สวัสดีค่ะคุณ noktalay
นับว่าปัญหาเรื่อง เด็กดื้อ ใช่ว่าจะเกิดที่ใดที่หนึ่ง
หากเราร่วมกันปัญหาคงไม่ตามมา
สิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับคือ
เราไม่เคยมองเห็นปัญหาด้วยตนเอง
จึงจำเป็นที่มีใครมา"สะท้อนปัญหา" คล้าย
เส้นผมบังภูเขา มองยังไงก็ไม่เจอสักที