4 P ในการขับเคลื่อนของกรมพัฒนาชุมชน

ตอนนี้จะเล่าเรื่องแนวความคิดในการขับเคลื่อนงาน ของกรมพัฒนาชุมชนปี 2551 ค่ะ แม้ว่าเราจะอยู่คนละกระทรวง  แต่งานในพื้นที่ใกล้กันมากระหว่างนักส่งเสริมการเกษตร กับนักพัฒนาชุมชน   หลายแห่งเกิดความขัดแย้งเพราะแย่งผลงานกัน...คนอึดอัดคือชาวบ้าน...  แต่มุมมองหนึ่งก็คิดว่าร่วมมือกันทำงาน  คนได้ประโยชน์คือเกษตรกร แล้วจะทำให้เราทำงานแบบมีความสุข  และเป็นการบูรณการอย่างที่ควรจะเป็น...

    หลัก 4  p ที่กล่าวถึงนี้ จะซ้ำกับ หลักการตลาด อยู่ 2 ข้อค่ะคือ   place และ product  ต่างกัน 2 ตัวคือ P- promotion แต่ในการพัฒนาชุมชน ใช้ planning   และ P  - priceของการตลาดแต่ที่นี่ใช้ people  มาดูรายละเอียดกันนะคะ

   people คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  มุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน โดย

        1) การรวมกลุ่มและสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชน

        2) สร้างศูนย์เรียนรู้ชุมชน (learning Center)

        3) ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต

        4) เสริมสร้างวิถีชีวิตประชาธิปไตย

        5) การสร้างครอบครัวอบอุ่น เชื่อมโยงกิจกรรมร่วมกันระหว่างกลุ่มสตรีและเยาวชน

 Place ยึดหลักพื้นที่เป็นหลัก (Area Approch) ทำชุมชนให้น่าอยู่  เป็นชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข โดย

         1) ส่งเสริมให้ชุมชนมีสิ่งแวดล้อมที่ดี  พัฒนาเป็นชุมชนน่าอยู่

         2) ส่งเสริมให้เป็นชุมชน 5 ปลอด คือ ปลอดยาเสพติด  ปลอดภัยในชีวิต  ปลอดมลพิษ  ปลอดการซื้อเสียงขายสิทธิ  และปลอดการติดอบายมุข

 Product กำหนดอัตตลักษณ์ของชุมชนให้ชัดเจน โดยมีวิธีการดังนี้

        1) มุ่งพัฒนา Product ที่สามารถเป็นจุดขายของชุมชนสอดรับกับ Market  Positioning ของชุมชน

         2) พัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนให้เติบโตในทิศทางทีมีศักยภาพ

        3) พัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP

        4) พัฒนากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต  เพื่อส่งเสริมการออมและการลงทุน

Planning ขยายผลการจัดทำแผนชุมชนและการประสานการทำงานร่วมกันกับกรมการปกครอง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการจัดทำแผนชุมชนที่กำหนด Market  Positioning ของชุมชนโดยใช้แนวคิด 4P และ 4 ฐานการเรียนรู้มาขับเคลื่อนกระบวนการแผนชุมชน เพื่อตอบสนองนโยบายอยู่ดีมีสุขของรัฐบาล

     เป็นไงคะ  อ่านแล้ว  รู้เขารู้เรา    เขาพร้อมมากสำหรับขับเคลื่อนงานโดยใช้งบอยู่ดีมีสุขซึ่งตั้งไว้ที่จังหวัด    แล้วเราพร้อมหรือยัง...

    ไม่เพียงแต่เท่านี้นะ ได้ทราบว่าในปีงบประมาณ2552 เราต้องตั้งงบประมาณที่จังหวัด  ไม่ใช่กรมตั้งให้อีกแล้ว...  ถ้าเป็นจริงหละก็   คงจะเกิดถกเถียงในการเป็นเจ้าภาพหลักของการดำเนินการโครงการแน่ๆเพราะงานเขาคล้ายกับงานเรามาก......