ส.ค.ส.พระราชทาน คืออะไร
สำหรับประชาชนชาวไทยการได้รับพรจากใครๆ คงจะไม่ยิ่งใหญ่และมากด้วยคุณค่าเท่าพรอันยิ่งใหญ่ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือ ในหลวงทั้งนี้ ในแต่ละปีของเทศกาลปีใหม่สำหรับคนไทยคงไม่มีถ้อยคำใดจะยิ่งใหญ่และนำความปลาบปลื้มยินดีมาสู่ชีวิตและจิตใจได้เท่ากับ "พรพระราชทานปีใหม่แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกปี ที่สำนักพระราชวังจะนำภาพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดทำเป็น"การ์ดอวยพร" หรือ "ส.ค.ส."มอบเป็นของขวัญแก่ประชาชนทั้งประเทศ
ส.ค.ส.พระราชทานคืออะไร
ส.ค.ส.พระราชทาน คือบัตรส่งความสุขที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประดิษฐ์ขึ้นด้วยพระองค์เองเพื่อพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ เป็นประจำทุกปี (ยกเว้นพ.ศ. 2548)
ที่มาของส.ค.ส.พระราชทาน
และในวันสิ้นปี (31 ธันวาคม) ของทุกปีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพรเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีโทรทัศน์ทุกสถานีนอกจากนี้ ยังทรงปลีกเวลาจากพระราชกรณียกิจ มาปรุแถบโทรพิมพ์ (เทเล็กซ์) พระราชทานพรปีใหม่ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทซึ่งส.ค.ส.พระราชทานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2529 ซึ่งเป็น ส.ค.ส.พระราชทานสำหรับปี 2530 โดยทรงใช้รหัสแทนพระองค์ว่า กส.9 เช่นเดียวกับที่ทรงใช้ติดต่อทางวิทยุสื่อสารทรงระบุท้ายโทรพิมพ์ว่า กส.9
ส.ค.ส.พระราชทาน ที่เป็นโทรพิมพ์เหล่านี้ เริ่มเผยแพร่สู่สาธารณชน เมื่อปี พ.ศ. 2530 เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น จึงได้ทรงเริ่มต้นประดิษฐ์ ส.ค.ส.พระราชทานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 2531 โดยทรงพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ขาวดำ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โทรสาร (แฟกซ์) พระราชทานไปยังหน่วยงานต่างๆ โดยข้อความใน ส.ค.ส.พระราชทานแต่ละปีจะประมวลขึ้นจากเหตุการณ์บ้านเมือง เพื่อสะท้อนให้เห็นปัญหา และอุปสรรคต่างๆที่ประเทศไทยต้องประสบในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ในปีต่อๆ มาหนังสือพิมพ์รายวันได้นำลงตีพิมพ์ในฉบับเช้าวันที่ 1 มกราคมเพื่อให้พสกนิกรได้ชื่นชมอย่างทั่วถึง
นับแต่ทรงใช้คอมพิวเตอร์ประดิษฐ์ ส.ค.ส.พระราชทาน ทรงเปลี่ยนแปลงคำลงท้ายของส.ค.ส.พระราชทาน เป็น ก.ส.9 ปรุง เนื่องจากทรงเปลี่ยนจากการ "ปรุ" ด้วยโทรพิมพ์ เป็นการ "ปรุง" ด้วยคอมพิวเตอร์ ถัดจากนั้นจะทรงระบุวันและเวลาที่ทรงประดิษฐ์ขึ้น เป็นรูปแบบเฉพาะ
นอกจากนี้รูปแบบของ ส.ค.ส.พระราช ทาน จากปีแรก ซึ่งยังไม่มีการตกแต่งลวดลายใดๆ ข้อความที่ปรากฏอยู่ มีใจความสั้น กระชับ เรื่อยมาจนถึงช่วงระหว่างปี 2532 - 2537 ได้เริ่มมีการประดับประดาเป็นรูปทรง ส.ค.ส. มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลายเส้นตรงเส้นเฉียง รูปดาวต่างๆ จนกระทั่งปี 2538 เป็นต้นมา ลวดลายที่ปรากฏจะยากขึ้นตามลำดับมีภาพเครื่องดนตรีหลากชนิด ภาพหัวใจ ภาพประกอบในพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ฯลฯซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นจากฝีพระหัตถ์แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสิ้น
และเป็นที่ทราบกันดีว่า ส.ค.ส.พระราช ทานทุกปี ล้วนมีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ภายในไม่ว่าจะเป็นโดยตรงจากข้อความจากลวดลาย หรือแม้กระทั่งสีสันที่ปรากฏ ซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าส.ค.ส. ที่พระองค์พระราชทานในแต่ละปี ล้วนเป็นสีขาว - ดำซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงต้องการสะท้อนให้คนไทยได้เห็นถึงตัวอย่างของความประหยัดมัธยัสถ์ สิ่งของหลายๆ สิ่งแม้จะไม่มีสีสันดึงดูดตา แต่ก็มากมายด้วยความหมายพระองค์พยายามทำทุกสิ่ง ให้เกิดประโยชน์ตลอดเวลา ทรงรักความเรียบง่ายยึดมั่นในความหมาย และคุณค่าของสรรพสิ่งเป็นที่ตั้งมากกว่าจะมองกันที่ความสวยงามฟุ้งเฟ้อ
หมายเหตุ
ในปี พ.ศ.2548 ไม่มีส.ค.ส. พระราชทาน เนื่องจากเกิดเหตุการณ์คลื่นสึนามิเนื่องจากแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ.2547 ซึ่งนายขวัญแก้ว วัชโรทัยประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสที่พระองค์จะพระราชทานพระราชดำรัสเนื่องในวันปีใหม่ซึ่งหลังจากที่พระองค์พระราชทานเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตรัสว่าปีใหม่ปีนี้ไม่ ส.ค.ส.พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพราะพระองค์ทรงทำงานอย่างหนักในการให้ความช่วยเหลือประชาชนชาวใต้ที่ได้รับความเดือดร้อน
นายขวัญแก้วกล่าวอีกว่านอกจากนี้พระองค์ยังทรงตรัสอีกว่า พระองค์ทรงรู้สึกปลื้มใจที่คนไทยไม่ทิ้งกันเวลาเดือดร้อนก็ช่วยเหลือกัน เป็นเรื่องที่ดีมากๆซึ่งการที่คนไทยได้ช่วยเหลือกันครั้งนี้เหมือนเป็นหลักประกันให้พระองค์ว่าเมื่อไรที่พระองค์เดือดร้อนก็จะมีคนมาช่วยสิ่งที่ทุกคนทำผลบุญก็จะส่งให้กับผู้ที่ให้การช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนด้วยซึ่งพระองค์ทรงตรัสว่าทรงปลื้มใจคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือทุกคนไม่รังเกียจว่าเป็นคนชนชาติไหน