หรือว่าวิถีการเรียนรู้ของคนไทย ไม่ได้เป็นดั่งที่ตำราตะวันตกเขาเขียน เราไม่ได้เน้นที่การคิดเชิงตรรกะ แต่ปัญญาของเราอยู่การหัตถกรรม

การจมอยู่กับงานมากมาย ขาดมิติของการเจริญเติบโตภายใน เป็นการพัฒนาตนเองอย่างขาดองค์รวม มานึกได้เลยคิดว่าต้องหาอะไรมาเติมส่วนที่ขาดพร่องไปบ้าง  ก็..ประจวบเหมาะว่ามีงานดี ๆ ใกล้ที่ทำงาน เลยเดินไปชื่นชมความงดงามของโลกข้างนอกกองเอกสารบ้าง

 งานศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 5  จัดแสดงอยู่ในพระที่นั่งอนัตสมาคม เครื่องของที่งดงาม ถูกจัดวางในสถานที่ที่ค่าควรเมือง   

  

บรรดางานศิลป์ต่าง ๆ สร้างสรรค์มาจากไม้ เครื่องเงินทอง ปีกแมลงทับ เส้นไหม ทั้งหมดบวกกับความคิด จินตนาการ ผสานมาเป็นงานที่งดงาม ทำให้ภูมิใจกับความเป็นคนไทย จนหัวใจพองคับอก

ชาวไร่ ชาวนา เมือหยาบกร้าน แต่ทำงานประณีตศิลป์เช่นนี้ได้ ก็อัศจรรย์ใจเป็นที่สุด 

หรือคนไทยเรา จะไม่ใช่นักตรรกะ ช่างคิด แบบชาวตะวันตก  หากแต่เราถ่ายทอดความคิดเหล่านั้นออกมาทางงานหัตถศิป์เหล่านั้น

เคยได้ยินมาว่า "งานคร่ำเงินคร่ำทอง" เป็นงานโบราณ เกือบเสื่อมสูญไปแล้วด้วยซ้ำ วิธีการทำ เขาใช้เครื่องมือเซาะร่องบนแผ่นเหล็ก แล้วใช้เส้นทองหรือเงินที่รีดเป็นเส้นเล็ก ๆ ราวเส้นผม ฝังเข้าไปในร่อง คนที่ทำต้องมีคุณสมบัติพิเศษ คือ เหงื่อต้องไม่เค็ม เพราะความเค็มจะทำให้เหล็กเป็นสนิม

เมืองไทยเรามีของดีเหล่านี้ซุ่มซ่อนอยู่มากมาย มาช่วยกันเสืบเสาะหากันดีไหม ก่อนที่ภูมิความรู้เหล่านั้นตายไปพร้อมกับคนชรา  ว่าไปแล้วเด็กของเราน่าจะได้เรียนเรื่องเหล่านี้ เราก็มัวแต่เรียนแต่ความรู้ฝ่ายอื่น ที่ไกลตัว แต่เรื่องใกล้ตัว และเป็นความงดงามของชีวิตกลับทอดทิ้งไปเสีย