ในขณะที่นบีกำลังนั่งคุยกับบรรดาสาวกของท่านก็มีอะรอบี (คนที่เร่ร่อนและอาศัยในทะเลทราย) มาหาท่านและถามถึงวันปรโลกว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่ท่านไม่ตอบคำถามอะรอบีคนนั้น สาวกบางท่านกล่าวว่าท่านนบีได้ยินแต่ไม่ชอบให้คนมาถามเรื่องนี้ แต่สาวกบางคนบอกว่าท่านไม่ได้ยิน จนกระทั้งท่านคุยเสร็จเลยถามว่าอะรอบีคนนั้น และท่านตรัสว่า فإذا ضيعت الأمانة فانتظر الساعة. قال: كيف إضاعتها؟ قال: إذا وسد الأمر إلى غير أهله فانتظر الساعة ความว่า: เมื่ออามานะห์ (งานที่ได้มอบหมาย) ถูกละทิ้ง ท่านก็จงรอวันปรโลกเถิด อะรอบีก็ถามต่อว่า: แล้วการละทิ้งอามานะห์นั้นเป็นอย่างไร? นบีก็ตอบว่า: เมื่อใดที่งานๆหนึ่งได้ถูกมอบหมายให้กับคนที่ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีความสามารถ ไม่มีความชำนาญ เมื่อนั้นท่านจงรอวันปรโลกเถิด คำว่า อามานะห์นั้นไม่เจาะจงว่าต้องเป็นงานใดงานหนึ่ง แต่ทุกๆงานที่ได้ถูกมอบหมายโดยผู้นำหรือประชาชน ฉะนั้น ส.ส.ทุกคนรวมนายกจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ มีความชำนาญ มีความสามารถและทำหน้าที่สุดความสามารถ เมื่อใดที่ ส.ส.ไม่ปฎิบัติตามหน้าที่ หรือปฎิบัติโดยไม่ชอบธรรม การกระทำเช่นนั้นแสดงให้เห็นว่าวันปรโลกใกล้เข้ามาแล้วละ <p> </p>
เมื่ออำนาจตกอยู่ในมือคนไม่มีสิทธิ์ ไม่มีความชำนาญ
เมื่ออำนาจทางการเมืองอยู่ในมือคนที่ไม่มีความสามารถ เมื่อนั้นวันปรโลกก็ใกล้เข้ามา
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Hadee · 27 ธ.ค. 2550
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ · 27 ธ.ค. 2550
KSU · 27 ธ.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 27 ธ.ค. 2550
Handy · 27 ธ.ค. 2550
ได้บทหะดีษนี้แล้ว ทำให้การตัดสินใจของผมเร็วขึ้น
ผมได้ทำงานในสิ่งที่ผมไม่ถนัด .. เกรงอยู่หลายปี จะลาออก ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาดสักที
คราวนี้ได้เหตุผลไปอ้างละ
ญะซากุมุลลอฮฺ