ให้นิสิตช่วยกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับภารกิจด้านการป้องกันอันตรายจากรังสีของนักรังสีเทคนิคที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล
รังสีที่นำมาใช้ในทางการแพทย์นั้น นอกจากจะมีประโยชน์แล้วก็ยังมีโทษอยู่ไม่น้อยนะคะ ในฐานะนักรังสีเทคนิคที่ดีควรตระหนักถึงการใช้รังสีอย่างปลอดภัย อยากทราบว่านักรังสีเทคนิคที่ปฏิบัติงานอยู่ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ นั้นมีหน้าที่หรือความรับผิดชอบต่อการป้องกันอันตรายจากรังสีให้แก่ตนเองและผู้ป่วยอย่างไรบ้างค่ะ ให้นิสิตลองไปสัมภาษณ์หรือพูดคุยกับรุ่นพี่ที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วนำมาเล่าผ่าน Blog เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับเพื่อน ๆ นะคะ
อันดับแรกเราก็ต้องดูก่อนว่าผนังของห้อง x-ray สามารถที่จะป้องกันรังสีได้จริงหรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบ เช็คปริมาณรังสีที่ห่างในระยะต่างๆ จากหลอด x-ray เช้คว่าเวลาที่ปิดประตูแล้ว เวลากด Shoot ยังมีรังสีรั่วออกอยู่หรือไม่ ซึ่งทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เขาจะมาตรวจให้ทุกปี เราก็ต้องไปดูกับเขาด้วย บางทีเราก็ต้องตรวจเอง หากพบว่ามันไม่ได้มาตรฐานก็ต้องตามช่างของทางโรงพยาบาลหรือประสานงานไปทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มาปรับปรุงแก้ไข หน้าที่ของเราตรงนี้ก็คือดูแลมาตรฐานของห้อง x-rayในการตรวจทาง x-ray เราต้องเปิดcollimator ให้พอดีกับอวัยวะที่จะถ่าย ไม่ควรที่จะเปิดพื้นที่รังสีให้มากเกิน เพราะจะทำให้ผู้ป่วยได้รับx-rayเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น เช่น การถ่าย x-ray ปอดก็ควรเปิดแค่ 14 x 17 นิ้วไม่ควรเปิดมากกว่านี้การจัดท่าผู้ป่วยให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันการ repeat rate โดยไม่จำเป็น ตามหน่วยงานก็จะมีค่าดรรชนีตัวชี้วัดความสำเร็จหรือ KPI (Key Performance Indicator) เป็นเหมือนตัวกำหนดคุณภาพขององค์กร เป็นค่าที่บอกว่าเราจะ repeat rate ได้ไม่เกินเท่าใดใน 1 เดือน เช่น 1.5 %ต่อเดือน ต้องควบคุมให้ได้มาตรฐาน ทำกราฟทุกเดือน ซึ่งทางองค์กรเขาจะเข้มงวดเรื่องนี้มาก เพราะว่าดรรชนีตัวนี้มันเป็นคุณภาพของทั้งโรงพยาบาลและแผนกรังสีวิทยาของเราด้วยในหญิงที่ตั้งครรภ์ก็จะต้องแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ เราเองก็ต้องมีการทำป้ายสัญลักษณ์เตือนภัยทางรังสีไปติดไว้ที่หน้าห้องของแผนกเราทุกห้อง ถ้าผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจทางรังสีก็ต้องมีการป้องกันให้เขาด้วย ถ้าต้องฉายรังสีบริเวณที่ท้อง แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าอายุครรภ์กี่เดือน สามารถที่จะรับการฉายรังสีได้หรือไม่ ซึ่งอย่างน้อยก็ต้องเป็น 3 เดือน ส่วนมากแล้วจะเป็นแพทย์สูติตรวจเรื่องที่ทางโรงพยาบาลออกกฎมาก็จะเป็นการติดเครื่องวัดรังสีประจำตัวบุคคล ซึ่งถ้าหากว่าเราได้รับมอบหมายให้ดูแลและเก็บบันทึกผลเราก็ต้องดูแลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรังสีทุกคน ตั้งแต่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ในแผนก
จากการท่ได้สอบถามและพูดคุยกับรุ่นพี่ที่ทำงานแล้วนั้นได้ความว่า ในโรงพยาบาลที่พี่ทำงานอยู่นั้น จะเน้นการให้ทั้งผู้ป่วยและนักรังสีเทคนิคสวมอุปกรณ์ป้องกันรังสีและห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในห้องปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับรังสีโดยเด็ดขาด นักรังสีเทคนิคต้องพกเครื่องวัดรังสีประจำบุคคลทุกคน
น.ส ศรัญญา บุญเกิด
นิสิรังสีเทคนิคชั้นปี ที่2
49661202
จากการที่หนูได้สอบถามพี่มา พี่เค้าบอกว่าถ้าเป็นการป้องกันกับตัวเองก็เป็นการหลบเข้าฉากกำบังถ้าอยู่ในแผนก x-ray (พี่เค้าพูดว่าแผนกข้างล่างอ่ะค่ะ) แล้วก็ออกแบบห้องให้มิดชิดเพื่อให้รังสีไปโดนผู้อื่นและผู้ที่ใช้บริการให้น้อยที่สุดรวมไปถึงตัวเราเองด้วย
ถ้าออกไป x-ray นอกสถานที่ก็แนะนำให้หลบรังสีอย่างปลอดภัยโดยให้อยู่ในระยะห่างที่เหมาะสมประมาณ 2 เมตรขึ้นไป และในการที่จะป้องกันคนไข้ที่ x-ray ปอดก็ให้คนไข้ใส่กระโปรงตะกั่วหรือไม่ก็มีฉากตะกั่วกัน(ถ้าเป็น x-ray ปอดนะโดยวางกั้นตั้งแต่เองลงไป) และก็คอลิเมเตอร์ ก็ต้องบีมลำแสงที่ออกมาจากคอลิเมเตอร์ให้พอดีกับขนาดของพื้นที่ที่เราจะถ่ายอย่างเ่ช่นปอดก็คลุมแค่ปอด ไม่ต้องลงไปถึงข้างล่าง ถ้าเป็นเด็กน้อยๆก็ให้เอาเสื้อตะกั่วคลุมเลยซึ่งเสื้อมันจะมีลักษณะเหมือนผ้าอ้อมเด็ก แล้วก็ตั้งค่าเทคนิคให้เหมาะสมจะได้ x-ray แค่ครั้งเดียว
ถ้าเป็นเครื่อง CT เค้าจะมีแผ่นตะกั่วเหมือนเป็นแผ่นกระโปรงใหญ่ๆ CTมันจะ x-ray สมอง เราก็ให้คนไข้นอนลงบนแผ่นตะกั่วเลยแล้วก็คลุมให้คนไข้เลยมันจะกันรังสีให้คนไข้ได้เยอะเหมือนกับเราห่มผ้าห่มให้เลยแต่ขาก็คงไม่คลุมหรอกนะ คลุมตั้งแต่หน้าอกไป
และต้องมี film badge ด้วย
ในการป้องกันอันตรายจากรังสี ส่วนมากขึ้นอยู่กับตัวของนักรังสีเทคนิคเอง เป็นบทบาทของแต่ละคนที่จะป้องกันอันตรายจากรังสีอย่างไร ก็คือ นักรังสีเทคนิคแต่ละคนสามารถป้องกันรังสีให้กับตนเองและคนไข้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในการปฏิบัติการทำงาน เช่นในการถ่ายภาพ x-ray ปอดกับคนไข้ เป็นการถ่าย x-ray ทีใช้ความเร็วเป็นการใช้เวลาในช่วงสั้น จึงอาจไม่มีการป้องกันอันตรายจากรังสีให้กับคนไข้- การถ่ายภาพเอกซเรย์ที่มีการใช้ปริมาณโดสต่ำ ๆ ในการถ่ายภาพ x-ray บางครั้งอาจจะไม่มีการป้องกันอันตรายจากรังสีให้กับคนไข้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับนักรังสีเทคนิคด้วยว่าจะป้องกันอันตรายจากรังสีให้คนไข้หรือไม่- การถ่ายภาพ x-ray ที่มีปริมาณโดส ๆ จะมีการป้องกันอันตรายรังสีให้กับคนไข้ เช่น การใส่กระโปรงตะกั่วให้กับคนไข้ แต่ในการทำงานในโรงพยาบาลเอกชน ทางโรงพยาบาลมีความเข้มงวดในการป้องกันอันตรายจากรังสีให้กับคนไข้ นักรังสีต้องมีการป้องกันอันตรายจากรังสีให้ผู้ป่วยคนไข้ทุกรายและปฏิบัติต่อคนไข้เป็นอย่างดี
การป้องกันรังสีแก่ผู้ป่วย ทำได้โดยการที่เราพูดคุยกับผู้ป่วยเวลาที่ผู้ป่วยมาถ่ายภาพx-rayกับเราถึงขั้นตอนการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเพื่อให้เกิดความเข้าใจแก่ผู้ป่วยและการใช้เวลาในการถ่ายภาพให้น้อยที่สุดเพื่อลดปริมาณรังสีและการใช้เครื่องป้องกันอันตรายรังสีให้แก่ผู้ป่วย และไม่อนุญาตให้กับคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในห้องx-rayขณะกำลังถ่ายภาพ
การป้องกันรังสีแก่ผู้ปฏิบัติงาน การใช้เครื่งกำบังรังสีถ้าจำเป็นต้องอยู่ในห้องx-rayขณะที่มีการถ่ายภาพ ติดเครื่องวัดรังสีประจำตัวทุกครั้งที่ปฏิบัติงานเพื่อจะได้ทราบปริมาณรังสีที่ได้รับในการปฏิบัติงานรวมทั้งการจดบันทึกปริมาณรังสีที่ได้รับทุกครั้งเพื่อเป็นการป้องกันตัวเองในกรณีที่ได้รับปริมาณรังสีเกินกว่าที่กำหนดต่อปีก็ต้องทำงานในแผนกอื่นเพื่อลดการได้รับปริมาณรังสี การถ่ายภาพx-rayเคลื่อนที่ทุกครั้งก็ต้องสวมเสื้อตะกั่วเพื่อป้องกันรังสี
จากการสอบถามการปฏิบัติงานจริงของรุ่นพี่ที่ทำงานในการป้องกันอันตรายทางรังสีนั้น ส่วนใหญ่การป้องกันจะเป็นการตัดสินใจของนักรังสีเทคนิคเองว่าจะมีการป้องกันอันตรายให้แก่ตนเองและผู้รับการรักษาอย่างไรมากน้อยแค่ไหนโดยจะไมมาตรการที่แน่ชัดในแต่ละโรงพยาบาลนั้นแต่โดยหลักๆทีนักรังสีปฏิบัติก็จะมีดังนี้
1. สวมเสื้อตะกั้วบ้างเป็นบางครั้งเมื่อมีการถ่ายภาพเอกซเรย์ในห้อง แต่จะสวมทุกครั้งเมื่อมีการถ่ายเอกซเรย์เคลื่อนที่และบอกให้บุคคลที่ไม่มีเกี่ยวข้องหลบห่างจากบริเวณที่จะมีการถ่ายภาพเเอกซเรย์
2. เมื่อมีการควบคุมผู้ป่วยระหว่างการถ่ายภาพเอกซเรย์นักรังสีเทคนิคจะไม่เป็นผู้ควบคุมผู้ป่วยเองเด็ดขาดจะให้ผู้ที่มาด้วยเป็นคนจับแทน
3. พยายามยืนห่างจากเครื่องเอกซเรย์มาที่สุดเท่าที่จะทำได้เมือมีการถ่ายภาพเอกซเรย์
4. ควรปิดประตูห้องเอกซเรย์ทุกครั้งเมื่อมีการถ่ายเอกเรย์
5. ใส่อุปกรณ์ป้องกันให้กับผู้รับการรักษาบ้างเป็นบางครั้งถ้าไม่ขัดกับการสร้างภาพในอวัยวะนั้นๆ (ถ้าผู้ป่วยให้ความร่วมมือและรับฟังการแนะนำของนักรังสีเทคนิคเป็นอย่างดีก็จะได้รับการป้องกันที่ดีด้วย)
ส่วนมาตราการการป้องกันอื่นที่ปฏิบัติงานจริงก็จะเป็นการติดเรื่องวัดปริมาณรังสีในตัวนักรังสีเทคนิคนิคตลอดเวลาเพื่อทำการส่งตรวจตามเวลาที่ได้กำหนดไว้ อีกอย่ฝางก็คือนกรังสีเทคนินคที่ตั้งครรภ์ก็จะไม่ได้ทำงานในห้องถ่ายภาพเอกซเรย์เลยแต่ให้ไปทำงานอย่างอื่นแทน
บทบาทในการป้องกันอันตรายจากรังสีของนักรังสีเทคนิค เพื่อที่จะช่วยป้องการอันตรายจากรังสีให้กับตัวป่วยและตัวนักรังสีเองคือ
1. ใช้ gonad shiel ในการป้องกันรังสีให้กับผู้ป่วย
2. ใช้ field size ให้เหมาะสม
3. ใช้ค่า exposure ให้เหมาะสม
4. ใช้เทคนิค hight kv ในการถ่าย x-ray
5. ควบคุมคุณภาพของ x-ray
6. ลดการถ่ายซ้ำ
7. ปิดประตูขณะทำการถ่าย x-ray
แต่ว่าในแต่ละโรงพยาบาลจะมีหลักการคล้าย ๆ กันแต่อย่างไงเราก็ต้องป้องกันให้ได้มากที่สุด
จากการได้สอบถามรุ่นพี่ที่ทำงานแล้วถึงวิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีนั้นได้ข้อมูลดังนี้ ที่โรงพยาบาลเค้าจะแบ่งหน้าที่ใครหน้าที่มันไว้อย่างชัดเจน หน้าที่ของคน x-ray ให้กับคนป่วยเป็นของคนหนึ่ง หน้าที่การป้องกันอันตรายจากรังสีให้กับบุคลากรที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับรังสีก็จะเป็นอีกของคนหนึ่ง แต่ถ้าเป็นการป้องกันของตัวเราเองในขณะที่เราจะต้องเกี่ยวข้องหรือ x-ray ให้กับผู้ป่วยนั้นเราก็จะต้องพิจารณาก่อนว่าจะ x-ray บริเวณส่วนใด อวัยวะใดของผู้ป่วยและเราจะได้รับปริมาณของรังสีในครั้งนั้นมากไหมหากพิจารณาแล้วว่าการ x-ray ในครั้งนี้ทำให้ได้รับปริมาณรังสีไม่มากพอที่จะเป็นอันตรายแก่ตัวเราก็จะไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน แค่ยืนให้ห่างจารังสีที่สุดก็พอ แต่ถ้าปฏิบัติงานบางครั้งเราพิจารณาแล้วว่าเราจะได้รับปริมาณรังสีที่มากก็จะสวมอุปกรณ์ป้องกันเช่น เสื้อตะกั่ว ถุงมือตะกั่ว ส่วนของการป้องกันอันตรายจากรังสีให้กับผู้ป่วยนั้นก็จะพิจารณาในหลักเกณท์เดียวกัน
จากการที่ได้สอบถามรุ่นพี่มานั้น นักรังสีเทคนิคต้องมีการใส่ชุดตะกั่ว หรืออุปกรณ์ป้องกันอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายขณะปฎิบัติงาน ที่สำคัญจะต้องมีเครื่องวัดรังสีประจำตัวบุคคล(Film Badge หรือTLD)ติดตัวตลอดในการปฎิบัติหน้าที่ และยังมีหลัก 3 ประการที่สำคัญ คือ
1.เวลา(Time)
2.ระยะทาง(Distance)
3.เครื่องกำบัง(Shielding)
สำหรับผู้ป่วยนั้น ขณะปฎิบัติงานนักรังสีเทคนิคต้องเลือกอุปกรณ์ที่ป้องกันได้อย่างเหมาะสม เช่น ถ้าเราถ่ายx-ray ปอดเราก็ใส่Shieldเพื่อป้องกันอวัยวะสืบพันธุ์แก่คนไข้อย่างเหมาะสม ส่วนคนป่วยหรือบุคคลภายนอกที่ยังไม่ได้เรียกก็ให้อยู่ห่างๆห้องx-rayไว้
จาการสัมภาษณ์พี่สากล ที่ทำงานอยู่ที่ โรงพยาบาลท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ต่อการป้องกันอันตรายจากรังสี มีดังนี้
1. มีการปิดประตูห้องเอกซ์เรย์ทุกครั้งที่ทำการ X-ray
2. มีการชักประวัติผู้ป่วยหญิงวัยเจริญพันธุ์อย่างละเอียด ทุกครั้งก่อนจะทำการถ่าย x-ray และเมื่อมีการตั้งครรภ์ก็หาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากรังสีที่เหมาะสม
3. มีการเปิดลำแสงที่ต้องการถ่ายภาพเอกซเรย์ ก็คือ มีการเปิดลำแสงพอเหมาะพอดี โดยไม่กว้างหรือแคบเกินไป
4.เมื่อคนไข้ที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็จะให้ญาติมาจับเป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าโรงพยาบาลที่พี่เค้าอยู่เป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอมีบุคคาลากรทางการแพทย์น้อย โดยจะให้ญาติสวมเสื้อตะกั่ว และถุงมือตะกั่ว
5.นำอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันอวัยวะเพศให้กับผู้ป่วยเมื่อมีการถ่ายเอกซเรย์บริเวณที่ใกล้เคียง
6.เรียกชื่อผู้ป่วยและชักประวัติผู้ป่วยก่อนทุกครั้งที่ถ่ายภาพเอกซเรย์ เพื่อป้องกันการถ่ายภาพเอกซเรย์อวัยวะผิด และจะไม่ต้องมีการถ่ายเอกซเรย์ซ้ำ
7.เมื่อถ่ายเอกซเรย์เสร็จแล้วให้ผู้ป่วย ไปรออยู่ข้างนอกห้องเอกซเรย์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยได้รับรังสีเมื่อเครื่องเอกซเรย์เกิดการชำรุด
8.ในการถ่ายภาพเอกซเรย์ ปอด ก็ทำการซ้อมการกลั้นหายใจก่อนการถ่ายเอกซเรย์จริง ในผู้ป่วยที่ไม่เข้าใจ ป้องกันการถ่ายเอกซเรย์ซ้ำ
9. ทำการล้างฟิล์มอย่างมีประสิทธิภาพและให้มีคุณภาพสูงที่สุด
10.พูดคุยกับผู้ป่วยอย่างเป็นมิตร
จากการสอบถามและพูดคุยกับรุ่นพี่ทำให้ทราบข้อมูลดังนี้ คือ การที่เราจะป้องกันอันตรายจากรังสีนั้นเราต้องป้องกันให้ทั้งตัวเรา ผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย ผู้ร่วมงานกับเรา และสาธารณะชนทั่วไปด้วย คือ
- ปิดประตูทุกครั้งที่มีการถ่ายภาพ x-ray
- มีการพูดคุยกับผู้ป่วย ถึงการเปลี่ยนเสื้อผ้า ขั้นตอนการถ่ายภาพ และการปฎิบัติตัวที่ถูกต้อง
-ห้ามญาติ หรือ ผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการตรวจ เข้ามาในห้องโดยไม่จำเป็น
-ผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าจะมีการตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการเอกซเรย์
-มีป้ายเตือนถึงอันตราย และป้ายเตือนสำหรับหญิงมีครรภ์
-มีไฟสัญญาณเตือนทุกคร้งที่มีการถ่ายภาพ x-ray
-ใช้เทคนิคการถ่ายภาพที่เหมาะสม
-นักรังสีเทคนิคทุกคนต้องติด film badge เพื่อวัดปริมาณรังสีในแต่ละเดอนที่ได้รับ
-ใช้อุปกรณ์ป้องกันรังสีทุกครั้งที่จะต้องจับผู้ป่วย
ตอบ จากการสัมภาษณ์รุ่นพี่ที่ทำงาน นักรังสีเทคนิคที่ปฏิบัติงานอยู่ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ นั้นมีหน้าที่หรือความรับผิดชอบต่อการป้องกันอันตรายจากรังสีให้แก่ตนเองและผู้ป่วยโดยเราจะป้องกันอันตรายจากรังสีคร่าวๆได้ดังนี้
สำหรับคนไข้และญาติ
1. ถ้าเราจะทำการถ่ายภาพเอกซเรย์ แล้วมีญาติผู้ป่วยเข้ามาในห้องเราก็บอกให้เขาออกไปรออยู่ข้างนอกก่อน
2. ในการถ่ายภาพเอกซเรย์ทุกครั้งควรมีเครื่องกำบังรังสีให้ผู้ป่วยตามความเหมาะสม เช่น ภาพเอกซเรย์ที่เท้า ให้สวมเสื้อตะกั่ว เป็นต้น
3.สำหรับคนท้อง เช่น จะมาเอกซเรย์มือ เราก็ต้องมีความระมัดระวังไว้ก่อน โดยต้องมีการสวมเสื้อตะกั่ว
4. ในการเอกซเรย์นั้น ควรเอกซเรย์ในส่วนที่ต้องการจริงๆ เช่น จะเอกซเรย์เฉพาะนิ้วกลาง ก็ไม่ต้องเอกซเรย์ทั้งมือ
5.ใช้ collimator จำกัดลำรังสีให้มีขนาดเล็กลง
6. ปิดประตูทุกครั้งที่จะทำการเอกซเรย์
7. ตั้งค่า exposure ให้พอดี ให้แพทย์สามารถอ่านค่าได้ก็พอ
สำหรับนักรังสีเทคนิคเอง
1. ต้องมีเครื่องวัดรังสีประจำตัวบุคคล( Film Badge หรือTLD) ติดตัวตลอดในการปฏิบัติหน้าที่
2. มีการใช้เครื่องกำบังรังสี เช่น ใส่เสื้อตะกั่ว
3. ให้ญาติหรือผู้อื่นจับคนไข้เพราะเราโดนรังสีเป็นประจำอยู่แล้ว
ตอบ จากการสอบถามจากรุ่นพี่นั้น การป้องกันอันตรายจากรังสีนั้น ขึ้นอยู่กับควมเข้มงวดของแต่ละโรงพยาบาลแต่ละที่
แต่อย่างไรก็ตามแต่เราก็ควรตระหนักถึงความปลอดภัยสำหรับตัวเราเองและสาธารณชนทั่วไป
ป้องกันอันตรายจากรังสีให้กับตัวนักรังสรเทคนิคเอง
- เวลา ควรใช้เวลาอยู่ที่มีรังสีให้น้อยที่สุด ใช้เลาน้อยเท่าไหร่เราก็ได้รับรังสีน้อยเท่านั้น
-ระยะทาง ควรอยู่ห่างจากต้นกำเนิดรังสีให้มากที่สุดเพื่อลดปริมาณความเข้มของรังสีได้
-อุปกรณ์ป้องกัน เราต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันรังสี
ป้องกันอันตรายให้ผู่ที่มารับการรักษา
-ต้องมีการตัดสินใจว่าที่ทำไปนั้นควีที่จะมีประโยชน์มากกว่าโทสฃษ
-มีความพอเพียงในการใช้ปริมาณรังสี ควรให้น้อยที่สุดแต่พอเพีบงต่อการวินิจฉัยโรค
-การจำกัดปริมาณของรังสีให้อยู่ตามที่ICRP กำหนดไว้
-มีการให้ผู้ป่วยสวมใส่ชุดอุปกรณ์ป้องกันรังสี
-ปิดประตูห้องเอกซเรย์ด้วย
-ห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในห้องขณะมาการฉายรังสี
จากการสอบถามพี่บัณฑิต ได้ข้อมูลดังนี้
การป้องกันอันตรายจากรังสีให้กับผู้ป่วยและบุคคลภายนอก
- การพูดคุย โดยบอกวิธีปฏิบัติให้กับผู้ป่วย
- ซักถามผู้ป่วยที่เป็นหญิงวัยเจริญพันธุ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์และได้รับอันตรายต่อเด็กในครรภ์โดยไม่รู้
- ปิดห้อง x- ray ทุกครั้ง
- ใช้อุปกรณ์กำบังให้กับผู้ป่วย
- ห้ามไม่ให้ญาติผู้ป่วยเข้าไปในห้อง x - ray โดยไม่จำเป็น
การป้องกันอันตรายจากรังสีให้กับนักรังสีเทคนิคเอง
- ส่วมเครื่องกำบัง
- หลบที่ฉากทุกครั้ง
- ยืนให้ห่างจากเครื่อง x - ray
- ใช้เวลาถ่ายให้ไวที่สุด ( อาจเป็นเพราะผู้ป่วยมีจำนวนมากด้วย )
- ติดเครื่องวัดปริมาณรังสีส่วนบุคคลทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน
ในการป้องกันรังสีให้กับผู้ป่วย
1.การสือสารกับคนไข้เพื่อให้คนไข้เข้าใจขั้นตอนการถ่ายภาพเอกซเรย์และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
2.ปิดประตูทุกครั้งก่อนทำการเอกซเรย์
3.ให้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากรังสีเท่าที่สามารถทำได้ แล้วแต่ว่าคนไข้มาถ่ายอะไรเช่น flat contact shield ป้องกันอวัยวะสืบพันธ์ เช่นในกรณีที่คนไข้มาถ่ายเอกซเรย์ทรวงอก ถ้าอวัยวะไหนที่ไม่ได้ทำการถ่ายก็ใช้อุปกรณ์กำบังรังสีให้
การป้องกันอันตรายจากรังสีให้กับนักรังสีเทคนิค
-ในการปฏิบัติงานนั้นพี่เค้าบอกว่าในการปฏิบัติงานก็จะอยู่ด้านหลังฉากตะกั่วในขณะที่ทำการเอกซเรย์ให้กับผู้ป่วย ส่วนเรื่องของอุปกรณ์ป้องกันพวกเสื้อตะกั่วจะไม่ค่อยไดใช้เท่าไร จะใช้ในกรณีที่ต้องเข้าใกล้ผู้ป่วยไปจัดท่าเป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วจะหลบอยู่หลังฉากตะกั่วมากกว่า แล้วเวลาถ่ายเอกซเรย์ก็ควรอยู่หากจากต้นกำเนิดรังสีมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ สำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานก็จะมีฟิล์มแบดจ์ไว้สำหรับตรวจวัดปริมาณรังสีที่อาจได้รับขณะปฏิบัติงาน สุดท้ายต้องมีความระมัดระวังในขณะปฏิบัติงานที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
จากการสอบถามเกี่ยวกับการป้องกันอันตรายจากรังสี จากรุ่นพี่นั้น ก็จะมีการใส่อุปกรป้องกันเวลาถ่ายภาพเอ็กซเรย์ ก็ใส่ทั้งนักรังสีเทคนิคแล้วก็คนไข้ด้วยของคนไข้ก็ใส่กันเฉพาะบริเวณที่ไม่ต้องการให้เห็นในฟิล์มนะ เวลาถ่ายก็ต้องปิดประตูด้วย ถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็ไม่ต้องให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในห้องเอ็กซเรย์ คุยกับคนไข้ด้วยว่าเราจะทำอะไรบ้างเค้าต้องทำไงบ้าง การตั้งค่าต่างๆก็ต้องตั้งให้ดีจะได้ไม่ต้องถ่ายใหม่มันก็จะช่วยลดปริมาณรังสีที่เรากับคนไข้จะได้ด้วย เวลาจะถ่ายจัดท่าให้คนไข้เรียบร้อยแล้วเราก็ไปหลบหลังฉากตะกั่ว นักรังสีเทคนิคก็จะต้องติดฟิล์มแบดจ์ด้วยเอาไว้ตรวจเราจะได้รู้ว่าได้รับรังสีไปแค่ไหนแล้ว
จากการสัมภาษณ์รุ่นพี่นะค่ะ ในเรื่องบทบาทหน้าที่ที่มีต่อการป้องกันอันตรายจากรังสี พี่ก็บอกว่า... 1. ที่ รพ. จะมีการ check ฉากตะกั่วที่เป็นที่กั้นตรงที่เราจะ shoot คือมีการตรวจสอบว่าสามารถป้องกันรังสีได้จริงมั้ย
2. มีการวัดปริมาณรังสีรอบๆห้อง x-ray ว่าตรงไหนปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย เช่น บริเวณกำแพง หลังประตู เป็นต้น
3. นักรังสีเทคนิคทุคนจะต้องมีเครื่องวัดปริมาณรังสีประจำบุคคล ซึ่งทาง รพ.จะมีการส่งไปให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจปริมาณรังสีอีกที
จากการที่ได้สัมภาษณ์รุ่นพี่ รุ่นพี่บอกข้าพเจ้าว่าในการป้องกันอันตรายจากรังสีจะใช้วิธีปฏิบัติ 3 ประการ คือ
1. Time (เวลา) ใช้เวลาในการปฏิบัติงานให้น้อยที่สุด เพื่อลดปริมาณรังสี
2. Distance (ระยะทาง) คือเราอยู่ห่างรังสีมากเท่าไร เราจะได้รับปริมาณรังสีน้อยเท่านั้น
3. Shielding (เครื่องกำบัง) ใช้เครื่องกำบังทุกครั้งเวลาปฏิบัติงาน เพื่อลดปริมาณรังสี ทำให้เราได้รับรังสีน้อยที่สุด
จาการที่ได้ไปพูดคุยกับพี่ถึงเรื่องประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่การป้องกันอันตรายจากรังสีนั้นได้ข้อมูลดังนี้
ก่อนการทำงานทุกครั้งเราต้องติดฟิล์มแบดด้วยเพื่อที่ว่าจะวัดปริมาณรังสีที่ตัวเราได้รับ และในการป้องกันอันตรายจากรังสีนั้นที่สำคัญคือเราต้องใช้เวลาในการปฏิบัติงานให้น้อยที่สุด ยืนให้ห่างจากต้นกำเนิดรังสี และก็สุดท้ายก็ต้องใช้เครื่องกำบังด้วย เช่น เสื้อตะกั่ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือเราก็ต้องทำการเอกซเรย์ให้ภาพออกมาให้ดีที่สุดโดยใช้รังสีในปริมาณที่น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ถ้าภาพออกมาไม่ดีอาจจะถูกหมอตำหนิได้ ไม่ควรมีการเอกซเรย์ซ้ำเพราะจะเป็นการเพิ่มปริมาณรังสีให้กับผู้ป่วยและตัวเราด้วย
กระผมได้ดำเนินการสัมภาษณ์ นักรังสีเทคนิค อัจฉรา พระสาวงศ์ นักรังสีเทคนิคประจำโรงพยาบาลพญาไท ๑ กรุงเทพมหานคร ได้ผลสรุปดังนี้
เจ้าหน้าที่รังสี
- สวมเสื้อตะกั่วทุกครั้งที่ทำเกี่ยวกับเครื่อง Flu
- ปิดประตูห้องทุกครั้งที่ถ่ายภาพเอกซเรย์
-หลบฉากกันรังสีทุกครั้งที่ภ่ายภาพ
ผู้ป่วย
- สอบถามเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ในวัยเจริญพันธุ์ทุก case ก่อนการเอกซเรย์ เนื่องจากว่ารังสีมีผลต่อทารกในครรภ์
- สวมกระโปรงตะกั่ว หรือแผ่นตะกั่วป้องกันรังสี ในส่วนที่ไม่ต้องการถ่ายภาพทุก case
ก็ในฐานะที่พี่เป็นนักรังสีเทคนิคพี่ก็ได้ดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและในฐานะในการป้องกันตัวเองด้วย