การปฏิบัติธรรม

สวัสดี ครับ

ก่อนที่จะเล่าเรื่องการปฏิบัติตามที่ผมเข้าใจก็อยากจะบอกปูมหลังสักนิดว่า ผมเป็นคนปกติมีโลภ โกรธ หลง รัก เกลียด กลัว และกิเลสอื่นๆครบถ้วน และไม่เคยเข้าวัดฟังธรรม รับกรรมฐานมาปฏิบัติแต่อย่างใดเคยบวชเรียนตามประเพณีมาแล้วแต่ก็ไม่ได้มีความรู้ ไม่ได้ซาบซึ้งธรรมะอะไรมากนัก จำได้ว่าวันแรกที่สึกจากพระ พรรคพวกมาชวนไปดูหนังออกจากโรงหนังไปนั่งกินกันต่ออะไรทำนองนั้น

นอกจากนั้นยังมีนิสัยที่ไม่ค่อยดีหลายอย่างเช่นมักเป็นคนวิตกจริต คิดมาก คิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง บางทีก็โกรธในเรื่องที่ไม่ควรโกรธเลยก็สรุปว่าเป็นคนธรรมดา ธรรมดา นี่แหละ

การเริ่มปฏิบัติของผมขลุกขลักพอสมควร เพราะพอนั่งท่าสมาธิอาการปวดบริเวณข้อสะโพกก็ตามมา โธ่ ก็ไม่เคยฝึกนั่งสมาธิมาก่อนเลยมันก็นั่งไม่ได้นั่นแหละถูกแล้ว ผมก็เปลี่ยนมานั่งเก้าอี้ เพราะจากการอ่านหนังสือของหลวงพ่อเที่ยน จิตตสุโภ บอกว่านั่งเก้าอี้ห้อยเท้าอยู่ก็ได้ ผมก็เริ่มจากตรงนั้นแหละ :-

วิธีปฏิบัติ (เทคนิค - ดูการเคลื่อนไหว)

เอามือวางไว้บนขาทั้งสองข้าง, คว่ำไว้;
ค่อยๆ พลิกมือขวาขึ้น เคลื่อนขึ้นมา, ให้รู้สึก. ในขณะที่มันเคลื่อนขึ้นมานั้นให้รู้สึกตัว เรียกว่า "ตั้งใจ" หรือว่า "ตั้งสติ" ตะแคงตั้งไว้ตรงๆไม่ให้มันเอนเอียง.
ยกขึ้นครึ่งตัว ; ยกขึ้นตรงๆครึ่งตัวแล้วก็หยุดไว้
มันหยุดก็ให้รู้สึกว่ามันหยุด, มันนิ่งมันไม่เคลื่อนไม่ไหวก็ให้รู้สึก. เรียกว่าให้มันสัมผัสแนบแน่นอยู่กับสิ่งนั้นๆ.
บัดนี้, ค่อยๆเคลื่อนเลื่อนมือขวานั้นลงมาที่สะดือ ;
เมื่อมือมาถึงที่สะดือแนบแน่นอยู่กับที่สะดือแล้ว
ให้มีความรู้สึกสัมผัส หรือผัสสะอยู่กับสิ่งนั้นๆ.
บัดนี้, พลิกมือซ้ายขึ้น ตั้งชันตะแคงไว้ตรงๆ ให้มีความรู้สึก
เคลื่อนไหวยกขึ้นครึ่งตัว, ให้มีความรู้สึกตัว.
เอามือมาแนบไว้ที่มือขวา ; ให้มีความรู้สึก. หยุดเป็นพัก-เป็นพัก ให้มีความรู้สึกเป็นพักๆๆ. ฯลฯ

ข้อความข้างบนนั้นผมลอกมาจากหนังสือ "มาทางนี้" ของ หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ หน้า 4 ถัดจากนั้นจะมีภาพประกอบด้วยแต่ผมไม่สามารถเอามาให้ดูได้ ต้องขออภัยด้วย

ผมก็เริ่มปฏิบัติตามรูปแบบก่อน คือดูการเคลื่อนไหว แรกๆมันก็คอยจ้องที่มือมันเคลื่อนไหว พอมือเคลื่อนไหวได้ถูกต้อง คล่องแคล่วดีแล้วก็เริ่มสังเกตความรู้สึกว่ามือมันเคลื่อน มือมันหยุด ก็สนุกดี

แต่พอทำไปได้ 2-3 รอบใจเริ่มไปคิดเรื่องอื่น มือก็ทำไปใจก็คิดไป

เอ๊ะ แบบนี้น่าจะไม่ถูกหรือถูกก็ไม่ทราบเหมือนกัน

หยุดกลับไปอ่านทบทวนใหม่อีกครั้ง ก็ได้รับคำอธิบายจากหนังสือว่า มันคิดก็คิดไปแต่พอรู้ว่ามันคิดก็ให้กลับมาที่ความรู้สึกที่มือนี่แหละ จะห้ามไม่ให้มันคิดไม่ได้

คราวนี้ผมเริ่มสังเกตใหม่ ก็พบว่าจริงๆแล้วจิตใจเรามันคิดอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวเรื่องโน่นเดี๋ยวเรื่องนี้ ไม่หยุดเลย โอ้ใจเราทำงานหนักเหมือนกันนะนี่ ก็ไม่รู้กี่ร้อยเรื่องผุดขึ้นมา เอะ แล้วเมื่อก่อนทำไมผมไม่สนใจมันเลยหรือนี่ โธ่ จิตใจเราแท้ๆ อยู่กับเราแท้ๆ แต่ไม่ยักรู้แฮะ

"แม้จะเคลื่อนไหวโดยวิธีใดก็ตามให้มีความรู้สึกตัวอยู่อย่างนั้น เรียกว่า มีสติ มีสมาธิ มีปัญญา เป็นการปฏิบัติธรรม เป็นการปฏิบัติชีวิต เป็นการปฏิบัติจิตใจ"

พบกันตอนต่อไป

ปู่หลง