ยังมีนักเรียนอีกหลายคนที่ถูก “แช่แข็ง” ความสามารถทางสติปัญญา ไม่มีใครช่วยเอาชนะปัญหาอุปสรรคทั้งปวงเปรียบได้กับการมอบชีวิตจิตวิญญาณของเด็กน้อยให้กับชตากรรม...การให้อภัยต่อความไม่รู้ของเด็กนั้นผมว่าเป็นทานอันยิ่งใหญ่ เป็นบ่อเกิดแห่งปัญญาอันสูงค่าถือเป็นมหานิสงส์ที่ใหญ่ยิ่ง...

วันนี้มาแปลกครับ...คงจะต้องขอแรงกันหน่อยเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการแบ่งปันวิสัยทัศน์มุมมองของประเด็นร่วมกันคือขอความกรุณาท่านผู้อ่านได้วาดภาพคนวาดแบบเต็มตัวนะครับจะเป็นภาพตัวท่านหรือคนที่ท่านรู้จักอาจจะดึงมาจากความทรงจำก็ได้เพียงคนเดียวลงมือวาดเลยครับ...   (ให้เวลา 2 นาที) หวังว่าคงจะเสร็จเรียบร้อยแล้วหลายท่านคงจะรู้สึกลำบากทั้งกายลำบากทั้งใจอยู่ไม่น้อยที่ต้องทำกิจกรรมไม่ถนัดหรืออาจจะดูไร้สาระไม่มีจุดหมาย... แต่ท่านที่รักดังที่ผมได้เกริ่นไว้แล้วว่าเพื่อที่เราจะได้มีส่วนร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์มุมมองต่อกันและเพื่อประสบการณ์ร่วมกันของหลายท่านที่ไม่ได้จับดินสอปากกามาลงมือวาดภาพที่เป็นชิ้นเป็นอันหลังจากจบชั้นประถมศึกษาซึ่งก็เป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้ว...กระมัง         เอาละครับ...มาถึงตรงนี้ขอให้ท่านกลับไปพิจารณารูปวาดของท่านอีกครั้งลองดูตั้งแต่ส่วนของร่างกายส่วนบนสุดคือผมใบหน้าอวัยวะต่างๆหรือเสื้อผ้าอาภรณ์เครื่องประดับตกแต่งต่างๆที่ท่านได้วาดไว้ว่ามีมากน้อยเพียงใดมีรายละเอียดอย่างไรเพราะการวาดภาพนั้นเป็นการถ่ายทอดออกมาจากสิ่งที่ตาเห็นหรือมาจากการสังเกตรับรู้ของท่านผู้วาดหากท่านวาดรูปคนโดยมีรายละเอียดของอวัยวะหรือเสื้อผ้าเครื่องประดับตกแต่งได้สมบูรณ์ถูกต้องก็คงจะหมายถึงความสามารถในการสังเกตรับรู้จดจำนำมาถ่ายทอดสื่อสารของผู้วาดนั่นเอง...เป็นไงครับอย่าเพิ่งตกใจว่ารูปวาดของท่านไม่มีรายละเอียดเพียงพอหรือดูไม่เป็นผู้เป็นคนเอาเสียเลยนั่นอาจจะเป็นเพราะท่านได้วาดภาพแบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อครั้งเรียนชั้นประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษาซึ่งก็เป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้วทักษะทางการวาดภาพของท่านได้ถูกแช่แข็งไว้โดยระบบของการศึกษาแม้ท่านจะได้ฝึกฝนทักษะการอ่านเขียนเรียนเลขและอื่นๆในระดับชั้นที่สูงขึ้นจนบัดนี้หลายท่านเป็นผู้อำนวยการฯเป็นครูบาอาจารย์เรียนจบการศึกษาในระดับปริญญาเป็นอย่างน้อย...    

       

 เอาละครับ...เรากลับมาสู่ปัจจุบันกันอีกครั้งตอนนี้ผมขอให้ท่านได้ดูภาพวาด(รูปคนผู้วาดเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่กว่าๆเพราะเรียนอยู่ชั้นนี้มาหลายปีเป็นนักเรียนที่คุณครูหลายท่านฟันธงว่าปัญญาอ่อนหรือเป็นเด็กพิเศษจริงๆที่ตกซ้ำชั้นนี้อยู่หลายปีปัจจุบันอ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ผมขอเวลาจากท่านให้เด็กชายคนนี้สัก 1 นาทีขอให้ท่านดูภาพวาดรูปคนของเขาอย่างพินิจพิจารณาอีกครั้งก็จะเห็นได้ว่ารูปคนที่เขาวาดนั้นมีรายละเอียดที่ผ่านการสังเกตรับรู้จดจำคิดวิเคราะห์ด้วยสติปัญญาและจินตนาการที่เหมาะสมตามวัยเริ่มตั้งแต่ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสจนเห็นฟันขาวเสื้อผ้าอาภรณ์มีกระดุมประดับเรียงรายกางเกงรองเท้าทั้งยังแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติหลากหลายต้นไม้และท้องฟ้าฯลฯ            

ถึงตอนนี้ขอได้โปรดกลับไปดูภาพวาดรูปคนของท่านแล้วเปรียบเทียบกับรูปคนของเด็กชายกันดูเถิด...หากภาพวาดของท่านสวยเหมือนหรือคล้ายกับภาพวาดของเด็กชายคนนั้นก็อาจจะอนุมานได้ว่า  ฝีมือการวาดภาพของท่านถูกแช่แข็งไว้ตั้งแต่อดีตไม่มีโอกาสได้พัฒนาเหมือนเด็กชายคนนั้นที่ถูกแช่แข็งด้านการอ่านเขียนทั้งที่สติปัญญาน่าจะปกติดี ถ้าอนุมานเอาจากภาพวาดที่วาดได้สวยพอๆกับผู้อ่านซึ่งหลายท่านคงจะเป็นครู          ยังมีนักเรียนอีกหลายคนที่ถูกแช่แข็งความสามารถทางสติปัญญา ไม่มีใครช่วยเอาชนะปัญหาอุปสรรคทั้งปวงเปรียบได้กับการมอบชีวิตจิตวิญญาณของเด็กน้อยให้กับชตากรรม...และที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งครับ ผมได้มีโอกาสไปนิเทศในหลายๆ โรงเรียนได้พบผู้บริหารโรงเรียนที่กล้าหาญและครูกล้าแกร่งได้พยายามเอาชนะมารผจญที่มาฉุดกระชากความสามารถในการอ่านเขียนด้วยความเพียรจนเด็กหลายคนได้พ้นบ่วงกรรมแล้วนั้นด้วยอานุภาพแห่งความดีที่ตอบแทนให้ท่านได้พบกับความสุขอย่างทันตาเห็นท่านคงปิติสุขกับกรรมดีที่ท่านได้กระทำ การให้อภัยต่อความไม่รู้ของเด็กนั้นผมว่าเป็นทานอันยิ่งใหญ่เป็นบ่อเกิดแห่งปัญญาอันสูงค่าถือเป็นมหานิสงส์ที่ใหญ่ยิ่ง...นี่แหละงานครูในห้องเรียนที่เมตตาในโรงเรียนที่กรุณาในสังคมที่อุดมปัญญาในโลกแห่งความรู้ความจริงและความดีงาม...อนุโมทนาสาธุด้วยครับ