ชีววิทยาของเต่าทะเล
เต่าทะเลเป็นสัตว์เลื้อยคลาน
ที่มีเลือดเย็น (อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อม)
อาศัยอยู่ในน้ำ มีกระดูกสันหลัง หายใจด้วยปอด
มีหัวใจสามห้องเหมือนสัตว์เลื้อยคลานทั่วไป เนื่องจาก
ปรับตัวมาอาศัยอยู่ในน้ำ
ต้องดื่มกินน้ำทะเลตลอดเวลา
จึงมีระบบขับถ่ายที่ดีมากที่จะสกัดเกลือแร่ออกจากร่างกาย
เพื่อรักษาความสมดุลของของเหลวในร่างกาย
โดยที่เกลือแร่ส่วนเกินถูกสกัดโดยการทำงานของไต
และถูกลำเลียงออกจากร่างกายทางต่อมน้ำตา ซึ่งอยู่หลังลูกตาทั้งสองข้าง
ในขณะที่เต่าทะเล ขึ้นมาอยู่บนบก
จะเห็นน้ำเมือกไหลออกทางตาตลอดเวลา
แต่เดิมเข้าใจว่าเต่าทะเลร้องไห้เวลาขึ้นวางไข่
แท้ที่จริงเป็นการขับเกลือแร่ส่วนเกินออกจากร่างกาย
ซึ่งขบวนการนี้จะเกิดตลอดเวลา
แม้เต่าทะเลจะอยู่ในน้ำตลอดเวลา เต่าทะเล
เป็นสัตว์ที่มีการเดินทางไปแหล่งอาศัย
หรือแหล่งอาหารที่ไกลมาก ในแหล่งอาศัยหรือแหล่งอาหารแต่ละแห่ง
จะมีประชากรเต่าทะเลหลายกลุ่มอาศัยอยู่ด้วยกัน
เต่าทะเลทั่วไปใช้เวลา ๑๐ ปี หรืออาจมากกว่า ๒๐ ปี
ในการเจริญเติบโตพอที่จะแพร่พันธุ์ได้
ความแตกต่างขึ้นอยู่กับชนิดและความสมบูรณ์ของเต่าทะเลแต่ละตัว
เมื่อถึงฤดูวางไข่ เต่าทะเลต่าง ๆ
จะเดินทางไปยังแหล่งผสมพันธุ์ ซึ่งมีแหล่งที่แน่นอนของเต่าทะเลแต่ละกลุ่ม
การผสมพันธุ์เริ่มโดยเต่าตัวผู้จะผสมกับเต่าตัวเมียได้หลายตัว
และเต่าตัวเมียจะผสมกับตัวผู้หลายตัวเช่นกัน
เต่าตัวเมียจะสามารถเก็บน้ำเชื้อตัวผู้ไว้ในรังไข่จำนวนมากพอที่จะผสมกับไข่ได้ตลอดฤดูกาล
การวางไข่แต่ละครั้งจึงไม่ต้องกลับมาผสมพันธุ์ใหม่อีก
เต่าตัวผู้เมื่อผสมเสร็จแล้ว
จะเดินทางกลับสู่แหล่งอาหารทันที
ในขณะที่เต่าทะเลตัวเมียจะเดินทางกลับสู่แหล่งวางไข่
ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นแหล่งเดิมที่เต่าเกิด
การวางไข่ของเต่าทะเล
ปกติเต่าทะเล
จะขึ้นวางไข่บนหาดทรายที่เงียบสงบในช่วงเวลากลางคืน
ส่วนมากจะขึ้นวางไข่ในช่วงที่น้ำทะเลขึ้นเกือบสูงสุด
แม่เต่าจะคลานจากทะเลขึ้นมาบนหาดทรายเลือกสถานที่วางไข่
โดยพิจารณาจากอุณหภูมิของทราย การชุ่มน้ำ ความหยาบของเม็ดทราย
และความลาดเอียงของชายหาด ซึ่งสำคัญต่อการอยู่รอดของลูกเต่ามาก
ต้องไม่ใกล้น้ำเกินไปจนโดนน้ำท่วม
หรือไกลเกินกว่าลูกเต่าจะคลานกลับสู่ทะเล
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดของแม่เต่าท้องแก่คืออุณหภูมิของทราย
โดยแม่เต่าจะทำการขุดหลุมด้วยขาทั้งสี่ข้างขุดทรายจนเป็นแอ่งลึกประมาณ
๓๐ เซนติเมตร
ต่อจากนั้นแม่เต่าจะใช้เฉพาะขาคู่หลังขุดหลุมเพื่อจะใช้เป็นที่วางไข่
ความลึกของหลุมไข่ประมาณ ๓๐ – ๕๐ เซนติเมตร สำหรับ เต่ากระ
และเต่าหญ้า ลึกประมาณ ๖๐ – ๘๐ เซนติเมตร สำหรับ
เต่าตนุ และ เต่ามะเฟือง
แม่เต่าจะขุดหลุมต่อไปจนกระทั่งขาหลังขุดต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
และจะทำการคว้านทรายก้นหลุมให้กว้างขึ้น
ลักษณะของหลุมจึงมีลักษณะปากหลุมแคบก้นหลุมกว้าง
เมื่อแม่เต่าขุดหลุมได้ลึกและมีขนาดที่ต้องการ จะเริ่มวางไข่ลงในหลุม
โดยไข่จะออกมาจากท่อไข่ครั้งละ ๑ – ๓ ฟอง
ใช้เวลาในการวางไข่ทั้งหมด ประมาณ ๒๐ – ๓๐ นาที
ในแต่ละครั้งแม่เต่าจะวางไข่
ประมาณ ๗๐ – ๑๕๐ ฟอง สำหรับเต่ากระและเต่าตนุ
สำหรับเต่ามะเฟืองจะวางไข่ครั้งละ ๖๐ – ๑๓๐ ฟอง
โดยทั่วไปไข่เต่าทะเลมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔ เซนติเมตร ยกเว้น
ไข่เต่ามะเฟืองจะมีขนาดใหญ่กว่ามาก คือมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ
๕.๕ เซนติเมตร
เมื่อแม่เต่าวางไข่เสร็จแล้ว
จะทำการกลบหลุมทราย โดยใช้ขาหลังกวาดทรายและกดทรายปิดปากหลุมจนเต็ม
จากนั้นจะกลบหลุมไข่ให้แน่น โดยใช้ขาหลังยกกระดองขึ้น
ใช้หน้าอกตบลงหลายครั้ง
แล้วจึงทำการเกลี่ยทรายบริเวณที่วางไข่เป็นวงกว้าง
เพื่ออำพรางหลุมไข่ที่แท้จริง เสร็จเรียบร้อยแม่เต่าจะคลานกลับลงทะเล
ปล่อยให้ธรรมชาติเป็นผู้ปกป้องดูแลไข่ต่อไป จนกว่าไข่จะฟักเป็นตัว
ประมาณ ๔๕ – ๖๐ วัน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้น
แม่เต่าทะเลแต่ละตัว วางไข่ได้มากกว่า ๑
ครั้ง
ในแต่ละฤดู โดยเว้นช่วง ตั้งแต่ ๑๒ – ๔๐ วัน
จำนวนครั้ง ความดกของไข่
ขึ้นอยู่กับชนิดและความสมบูรณ์ของเต่าทะเล เช่นจากการศึกษาของ
นาวาเอกวินัย กล่อมอินทร์
พบเต่าตนุขึ้นวางไข่ที่เกาะสิมิลัน วางไข่ได้ถึง ๗ ครั้ง
ซึ่งการศึกษาสอดคล้องกับการศึกษาของ Limpus (1993)
ได้ศึกษาชีววิทยาของเต่าทะเลต่าง ๆ
และได้ให้ข้อมูลการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเลต่าง ๆ ในจำนวนเฉลี่ยคือ
เต่ามะเฟือง และเต่าตนุวางไข่ได้ ๕ ครั้ง / ฤดู
เต่ากระและเต่าหัวฆ้อน วางไข่ได้ ๔ ครั้ง /
ฤดู และเต่าหญ้าวางไข่ได้ ๓ ครั้ง / ฤดู
ที่มา.