สังคมกำลังเสริมทราม ครูต้องปรับปรุงหลักสูตรและวิธีสอน

ช่วงนี้ ติดตามฟังข่าวทางสังคม แล้วใจหาย ให้รู้สึกเป็นห่วงเมืองไทยที่รักของเราเหลือเกิน โดยเฉพาะกรณีมิจฉาชีพใช้ก้อนหินปารถยนต์ แถวกรุงเทพฯ ปทุมธานี อยุธยา (ภาคกลาง) ได้ครุ่นคิดแล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมถึงเกิดเรื่องเช่นนี้ในเมืองไทย จะด้วยเหตุ การประสงค์ชิงทรัพย์ หมั่นไส้ หรือคึกคะนองก็ตามที มันไม่ควรจะเกิดกับสังคมของกลุ่มชนที่เรียกว่ามนุษย์ แสดงถึงความตกตำทางด้านศิลธรรมและจริยธรรมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา จึงต้องนึกย้อนถึงกลุ่มชนเหล่านี้ เขาเป็นผลผลิตทางการศึกษาของโรงเรียน 3 หมื่นกว่าโรงทั่วประเทศใช่ไหม นั่นแสดงว่า การสอนของครูล้มเหลวใช่หรือเปล่า แล้วก็ต้องถามต่อไปว่า ความล้มเหลวดังกล่าวเกิดจากอะไร คงหนีไม่พ้นหลักสูตรและการสอน ฟันธงได้เลย

เรื่องนี้ก็แย่อยู่แล้ว นึกถึงการเมืองไทย ก็แย่พอๆกัน บุคคลที่อยู่ในแวดวงการเมืองไทยในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นผลิตผลของหลักสูตร 2503 และ 2521 การเมืองมีแต่แก่งแย่ง แข่งขัน ซื้อเสียง คอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ บ้านเมืองเสียหาย ทรุด แล้วก็ทรุด...ในหลวงทรงออกมาเตือนสติแล้วก็ยังเพิกเฉยกัน เพราะอะไร

 เขาเหล่านี้ เป็นผลผลิตของโรงเรียน โดยมีครูเป็ผู้สอน แล้วครูสอนอย่างไร คนของครูถึงเป็นอย่างนี้ จิตสำนึกชั่วดีหายไปไหนหมด หรือครูไม่ได้สอน สอนแต่ความรู้มุ่งอยู่กับความเก่งมากกว่าความดีหรือไร

คุณธรรมนำความรู้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ผมเองก็ผลผลิตหลักสูตร 03 ผมจำได้ว่า ครูในสมัยนั้นท่านสอนหน้าที่พลเมืองศีลธรรมทุกวัน จัดกิจกรรมหล่อหลอมให้ลูกศิย์เป็นคนดี โดยใช้หลักธรรมเป็นสื่อ เช่น กิจกรรมวันวิสาขบูชา สอนลูกศิษย์ทำโคมบัว แล้วแห่ไปวัดพร้อมกับร้องเพลงไปด้วย ...วิสาขะบูชานี้เป็นวันสำคัญ ชาวพุทธทราบเป็นวันพระพุทธเจ้าประสูติสรรค์ วันเริ่มตรัสรู้ และเสด็จสู่นิพพาน....ฯลฯ

ปรับหลักสูตร และวิธีการสอนกันใหม่เถิดครับครู คุณไม่ต้องแคร์อะไรกับการปฏิรูป มันได้แต่รูปไม่ได้ความจริง ความดี ความงาม ความเป็นมนุษย์ อย่ามุ่งแต่สอนหนังสือให้เด็กเก่งเพียงอย่างเดียว เด็กมันรับไม่ไหวแล้ว "ความรู้" มันล้นสมอง เลิกเรียนก็ไปเติมเต็มความรู้ด้วยการเรียนพิเศษอีก อัดเข้าไป อัดเข้าไป แล้วในที่สุดมันล้น ขาดเครื่องป้องกันมันก็ระเบิด คิดถึงการสอนความดีบ้าง สอนความดีให้มาก การสอนความดีไม่ใช่สอนแต่ให้รู้ว่าความดีคืออะไรเท่านั้น ต้องฝึกต้องฝน ต้องกล่อมเกลาด้วยกิจกรรมที่เหมาะสม

ถึงเวลาแล้วใช่ไหมครับคุณครู ที่พวกเราต้องกลับมาพิจารณาตัวเราเอง เราปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะพวกเราก็มีส่วนต้องรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะพฤติกรรมของมนุษย์ชั้น.....เหล่านี้

ขอให้ครูจงเป็นตัวของตัวเอง ประเทศชาติปฏิรูปการศึกษาโดยนำเอาแบบอย่างทางตะวันออก ซึ่งไม่สอดคล้องตามวิถีไทย บางอย่างเอามาไม่หมด จึงเกิดปัญหา

คุณจิม ฮอปกิ้นส์ นักการศึกษาและครูอนามัยของอเมริกา บอกกับผมว่า อเมริกาเลิกใช้ Child center มาร่วม 30 ปีแล้ว เนื่องจากผลการวิจัยพบว่า เด็กของเขาอ่านหนังสือไม่ออก ใช้กระบวนการหมู่พวกไปทำในสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ คุณภาพโดยรวมของเด็กลดลง แต่เมืองไทยเพิ่งตื่นตัวนำมาใช้..... แล้วเขาก็หัวเราะ

ผมไม่ต่อการการปฏิรูปการสอน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แต่ต้องรู้จักปรับใช้กับบริบทของคนไทย เพราะเรามีรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกับประเทศภายนอก

ช่วยกันแก้ไขเถิดครับ   อย่าปล่อยให้ประทศชาติต้องบอบชำยิ่งกว่านี้อีกเลย

อาจารย์เก