ท่านรองสุพจน์ครับ ท่านคงมีความรู้สึกเป็นห่วงบ้านเมืองเช่นเดียวกับผม วันนี้ก็มีเรื่องใหม่ที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกแล้ว "วัยรุ่นนัดกัดกัน" สังคมมันเสื่อมลงทุกวัน เราจะแก้ไขทันไหมครับนี่ สมัยปัจจุบันเรียกว่า รุ่นลูก เอาละลูกเราไม่ได้เป็นเช่นนั้นถือว่าโชคดีไป แล้วรุ่นหลานละ ใครจะรับประกันได้ว่าสังคมจะไม่ฟอนเฟะยิ่งกว่านี้
ผมก็เหมือนท่านรอง จำนิทานอิสป จำเพลงเก่าๆที่ครูพรำสอน มันฝังลึกอยู่ในมโนจิต มันกล่อมเกลาจิตใจเราอย่างไม่รู้ตัว ผมเห็นคุณค่านิทานพื้นบ้าน จึงจัดทำนิทานไทยใหญ่ ซึ่งเป็นนิทานพื้นบ้านเรียกว่า "อะปุ่มไต" กำหนดไว้ในหลักสูตร "แม่ฮ่องสอนศึกษา" เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ ทั้งระดับประถม มัธยม และ อนุปริญญาตรี (วิทยาลัยชุมชน)
คงไม่คาดหวังอะไรในเร็ววัน ปัญหาสังคมมันสลับซับซ้อน ปัจจัยไม่ได้อยู่ที่การศึกษาประการเดียว มันมีหลายปัจจัยบวก ผมรู้ว่ามันต้องแก้พร้อมๆกัน แต่ในฐานะศึกษานิเทศก์ผู้ช่วยเหลือครู ก็อดที่จะแนะนำครูไม่ได้ ในสมัยที่ตัวเราเองสอนเด็ก เราก็รู้ตัวว่า เราทำได้นะ เด็กของเรามีความรู้อ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น และเป็นคนดีของสังคม ตรวจสอบได้เพราะปัจจุบันเขาเหล่านั้นโตหมดแล้ว
คิดไปคิดมา ไม่รู้จะโทษใคร ก็โทษที่ครูเรานี่แหละครับ เราต้องรับผิดชอบ เพราะเราเป็นครู
อาจารย์เก