ตื่นขึ้นมาแต่เช้า แต่ก็ไม่เช้ามากนักหรอก ดูเหมือนจะเห่อกะblogใหม่ยังไงไม่รู้ ทั้งๆที่ก็ไม่มีอะไรจะเขียน เหมือนเดิม เข้ามาอ่าน ของblog แต่ละคนรู้สึกจะได้ความรู้เยอะ เหมือนกันนะเนี่ย พยายามขุดคุ้ยหาความรู้ของตัวเอง ออกมา เฮ้อๆๆ ไม่มีเหมือนกัน แต่ตอนนี้กำลังจะทำวิจัยเรื่องการบรรเทาอาการปวดไหล่อยู่ ใครเคยทำเรื่องการบรรเทาความปวดหรือการจัดการกับความปวดบ้างนะเนี่ย ไม่ถนัดซะด้วยสิกะอาการปวดแบบ Chronic แบบนี้ แล้วการจัดการกะความปวดแบบนี้ อะไรที่มันเป็นบทบาทที่เราสามารถ ทำได้บ้างนะ
1. ยาแก้ปวด นอกเหนือจากพาราเซตามอล เราก็ทำอะไรไปไม่ได้มากกว่านี้แล้วเนอะ
2.ทางเลือกอื่นๆล่ะ
2.1 การนวด ผู้ชำนาญการบอกว่าห้ามๆๆเดียวอาการหนักเข้าไปอีก เดียวกล้ามเนื้อระบม อีกอย่างอาจจะต้องไปเรียนการนวดแผนไทยอีกนะเนี่ย
2.2 ดนตรีบำบัด จะหาเพลงอะไรมาบำบัดความปวดดีละเนี่ย แค่ตอนเรียนวิชาดนตรีก็ร่อแร่ เต็มทีแล้ว จะให้คนไข้หายปวดหรือปวดมากขึ้นนะเรา
2.3 การฝังเข็ม เอ่ นี่หน้าที่แพทย์แผนจีนนะเนี่ย
2.4 เทคนิคการผ่อนคลาย คนไข้ที่ดูอยู่นี่เราจะสอนเทคนิคการผ่อนคลายได้รึป่าวนะ วิธีนี้เหมือนจะไม่ลงทุนอะไร แต่ลงทุนกายและใจ มันก็ดีนะ แต่ไม่ถนัดนะสิ
2.5 การประคบร้อนประคบเย็น ดูเหมือนจะทำได้นะแต่ประคบเย็นคงเอามาใช้ไม่ได้แล้ว มันนานเกิน 48 ชม. แน่ๆแล้วล่ะคนไข้มานอนตั้งสองสามเดือนแล้ว ( อืมนอนกันเป็นเดือน ที่ไหนนอนนานเท่าที่นี่บ้างนะ) การประคบร้อน น่าจะทำได้นะ แต่ดูเหมือนนักกายภาพบำบัดจะแย่งหน้าที่นี้เราไปแล้วนะนี่
2.6 Aromatherapy หรือสุคนธบำบัด ใช้น้ำมันหอมระเหย เค้าบอกว่า สารหอมระเหยบางชนิดทำให้ร่างกานเรา หลั่งเอนโดรฟิน ออกมา ทำให้อาการปวดลดลงได้ด้วย น่าสนใจนะเนี่ย
2.7 การประคบร้อนด้วยสมุนไพร เท่าที่รู้มาสมุนไพรบางตัวมีสรรพคุณในการแก้อาการปวดเมื่อยและเป็นยาชาเฉพาะที่ได้ด้วย สงสัยต้องลงทุนไปนวดที่แพทย์แผนไทยดูหน่อยแล้ว
ใครมีข้อเสนอแนะอื่นอีกมั้ยคะเนี่ยช่วยแนะนำหน่อยนะคะ ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้ หรือคนที่มีอาการปวดไหล่ หรือถ้าคิดว่า ท่านเป็นคนไข้นี่ ท่านอยากรักษาด้วยวิธีไหนดี ถ้าเป็นเหมียวนะก็คงเลือกอโรมาเทอราปี กะ การประคบด้วยสมุนไพร มันไม่เหมือนการรักษา มันเหมือนได้เข้าสปา มันน่าจะสบายดี
สวัสดีครับน้องเหมียว
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ G2K ครับ
เอาประสบการณ์เรื่องที่เราถนัดมาเล่าสู่กันฟัง เช่น น้องเหมียวเป็นพยาบาล วันนี้เจออะไรมา แก้ปัญหาอย่างไร ถ้าให้ดีเขียนในมุมมองของอารมณ์ขันก็จะมีคนสนใจอ่านมากครับ หรืออยากจะบอกอะไรให้ผู้คนในชุมชนได้เรียนรู้ก็บอกได้เลยครับ แวะไปเยี่ยมบล๊อกคนโน้นบ้างคนนี้บ้างก็จะมีเพื่อนมีพี่น้องในนี้แวะเวียนมาทักทายทำความรู้จักกัน และอีกไม่นานน้องจะติดบล๊อก อิอิ