เป็นที่ทราบกันดีว่า การนอนให้พอมีส่วนช่วยป้องกันอุบัติเหตุ เช่น รถชนจากการหลับใน ฯลฯ วันนี้มีข่าวผลการศึกษาว่า นอนมากไปหรือน้อยไปอาจตายเร็วมาฝากครับ

<p>เป็นที่ทราบกันดีว่า การนอนให้พอมีส่วนช่วยป้องกันอุบัติเหตุ เช่น รถชนจากการหลับใน ฯลฯ วันนี้มีข่าวผลการศึกษาว่า นอนมากไปหรือน้อยไปอาจตายเร็วมาฝากครับ</p>

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์เจน อี. เฟอร์รี และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน สหราชอาณาจักร(หมู่เกาะอังกฤษ)ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ 9,781 คน อายุ 35-55 ปี ติดตามไป 17 ปี

...

ผลการศึกษาพบว่า คนที่นอนน้อยกว่าวันละ 7-8 ชั่วโมงตายจากโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน เส้นเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาตเพิ่มขึ้น

ตรงกันข้ามคนที่นอนมากกว่าวันละ 8 ชั่วโมงตายจากโรคที่ไม่ใช่โรคหัวใจ-ระบบไหลเวียนเลือด (non-cardiovascular diseases) เช่น มะเร็ง ซึมเศร้า ฯลฯ มากขึ้น

...

อาจารย์เฟอร์รีกล่าวว่า สาเหตุที่การนอนน้อยหรือมากเกินทำให้ตายเร็วยังไม่เป็นที่ทราบกันแน่ชัด

สาเหตุที่การนอนน้อยอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้แก่ ระบบหัวใจ-เส้นเลือดขาดช่วงพักผ่อน เนื่องจากช่วงหลับเป็นช่วงที่ความดันเลือดลดลง ชีพจรช้าลง เปรียบคล้ายเครื่องยนต์ที่ใช้งานหนักเกินย่อมจะพังเสีย

...

นอกจากนั้นการนอนไม่พอยังทำให้ควบคุมความหิวไม่ค่อยได้ ทำให้กินมาก กินอาหารแคลอรีสูง เช่น อาหารจานด่วน(ฟาสต์ฟูด) ฯลฯ มากขึ้น ทำให้อ้วนง่ายขึ้น ความดันเลือดสูงง่ายขึ้น(อาหารจานด่วนมักจะมีเกลือสูง)

การนอนไม่พอมีส่วนทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานในระยะยาว

...

ตรงกันข้ามการนอนมากเกินอาจบ่งชี้ว่า มีโรคบางอย่างแฝงอยู่ ทำให้อ่อนเพลียง่าย เช่น มะเร็ง โรคซึมเศร้า ฯลฯ

สรุปง่ายๆ คือ ทางสายกลางน่าจะปลอดภัยกว่า... อาจารย์ท่านว่าไว้อย่างนั้น

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ และขอส่งความปรารถนาดีแด่ท่านผู้อ่านทุกท่าน เนื่องในโอกาสเทศกาลเลือกตั้ง และเทศกาลขึ้นปีใหม่ครับ

...

...

ข่าวประกาศ                                        

  • ผู้เขียนขอลาไปอินเดีย-เนปาล > 21 ธันวาคม 2550 - 3 มกราคม 2551.

ที่มา                                                 

  • Thank Reuters > Amy Norton > Too little or too much sleep tied to death risk > [ Click ] > December 11, 2007. / J Sleep. December 1, 2007.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 19 ธันวาคม 2550.

</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span>