ทำไมเด็กนักเรียนชอบพูดคนเดียว ??????...
พ่อแม่ ครูหรือพี่เลี้ยงเด็กมักจะสังเกตเห็นเด็กเล็กแทบทุกคนชอบพูดกับตนเอง
เด็กบางคนพูดกับตนเอง บ่อยครั้งกว่าที่จะพูดกับบุคคลอื่นนักจิตวิทยาสำรวจพบว่า เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ขวบ ใช้ 20-60 เปอร์เซ็นต์ของเวลาในการพูดทั้งหมดพูดพึมพำกับตนเองใหญ่หลายคนมีความคิดเห็นว่าการพูดของเด็กลักษณะนี้เป็นนิสัยที่ไม่มีความหมายใดๆเป็นพฤติกรรม ที่ส่อแสดงความไร้เสถียรภาพของอารมณ์ของเด็กนั้นๆหลายคนจึงออกปากสั่งห้ามมิให้เด็กพูดกับตนเองแต่วงการจิตวิทยาปัจจุบันได้พบหลักฐานหลายประการที่ส่อแสดงว่าการพูดกับตนเองเป็นพฤติกรรมธรรมชาติที่จำเป็น สำหรับเด็กที่กำลังพัฒนาและการเข้าใจต่างๆ ในความสำคัญของพฤติกรรมลักษณะนี้กำลังมีบทบาทช่วยแก้ไขเด็กที่มีปัญหาในการเรียนหนังสือให้ทุเลาเบาบางได้  

Lev. S. Vygotsky นักจิตวิทยาชาวรัสเซียเป็นบุคคลแรกของโลกที่ได้ตระหนักในความสำคัญของการที่เด็กพูดกับตนเองเมื่อเร็วๆ นี้ L.E Berk แห่ง Illinois State Univ.
ในสหรับอเมริกาได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารChild Development สนับสนุนความคิดของ Vygotsky และ Kohlbergเธอกับคณะได้พบว่า ขณะอยู่ท่ามกลางสังคมที่สับสน เด็กเล็กๆ มักจะใช้วิธีการพูดกับตนเองในการแก้ปัญหาที่เขากำลังเผชิญอยู่การพูดกับตนเองจะเกิดบ่อยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของกิจกรรมที่เด็กคนนั้นกำลังทำอยู่และขึ้นอยู่กับการที่เขาเข้าใจความมุ่งหมายของงานที่เขากำลังทำอีกด้วยนอกจากนี้อุปนิสัย ส่วนตัวของเด็กก็เป็นปัจจัยสำคัญในการชักนำให้เด็กพูดกับตนเอง 

ดังนั้นเมื่อครูหรือผู้ปกครองเห็นเด็กกำลังพูดกับตนเองนั่นก็คือสัญญาณการชี้บอกให้ผู้ใหญ่แสวงหาหนทางสร้างสหภาพ

แวดล้อมของเด็กให้เขาใช้กระบวนการพูดกับตนเองได้ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเช่นเวลาเด็กเล็กพยายามทำงานที่เขาไม่เคยมีประสบการณ์ทำมาก่อน เด็กคนนั้นจะพูดกับตนเองบ่อยแสดงว่าเขากำลังต้องการคำพูดสนับสนุนจากผู้ใหญ่ และต้องการการประคับประคองเวลาที่เขาไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายในการทำกิจกรรมใดๆเขาก็มักจะพูดกับตนเองบ่อยเช่นกัน ผู้ใหญ่ก็อาจจะบอกวิธีทำจุดมุ่งหมายที่เกิดขึ้นให้เขาเห็นอย่างชัดเจนก่อน
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อสังเกตเห็นว่า เขาเข้าใจแล้ว ผู้ใหญ่จึงค่อยถอนตัวออกมาทีละน้อย

เพื่อให้เด็กรู้จักทำกิจกรรมตามแนวความคิดของตัวเด็กที่ถูกสั่งห้ามหรือถูกตำหนิเวลาที่เขาพูดกับตนเอง มักจะเกิดอาการไม่ชอบเรียนหนังสือและเด็กเหล่านี้มักจะไม่รู้จักควบคุมอารมณ์เวลาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในภายหน้า  เมื่อเป็นเช่นนี้ Berk และคณะจึงสรุปว่าการพูดกับตนเองเป็นพฤติกรรมที่ปกติของเด็กเล็กที่ผู้ใหญ่ควรสนใจ เพื่อจะได้เข้าใจความคิดฝัน และความยุ่งยากในจิตใจของเขา อันจะนำไปสู่การหาหนทางช่วยเหลือหรือชี้แนะให้เขาสามารถแก้ปัญหาที่เขากำลังประสบอยู่ให้ลุ่ล่วงด้วยตัวเขาเองได้  ณะนี้ทฤษฎีของ Vygotsky กำลังมีบทบาทมากในการช่วยนักการศึกษาสอนเด็กเล็กที่มีปัญหาในการเรียนหนังสืออีกด้วย
แต่ผลงานของเขาถูกรัฐบาลคอมมิวนิสต์ยุค Stalin ประณามและถูกห้ามเผยแพร่เขาเสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2477 โดยมิได้ล่วงรู้แม้แต่น้อยว่าผลการวิจัยของเขาจะเป็นที่ยอมรับในอีก 60 ปีต่อมา ความล่าช้าในการยอมรับความคิดของVygotsky เกิดจากการที่วงการจิตวิทยาในสมัยนั้นยึดมั่นในคำสอนของ Piagetนักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียงชาวสวิส Piaget เชื่อว่า การพูดกับตนเองของเด็กเล็กๆไม่มีความสำคัญ และไม่มีบทบาทในการพัฒนาเด็กแต่อย่างใด

เมื่อเด็กเติบใหญ่ขึ้นเมื่อเขาสามารถมีความสัมพันธ์ทางคำพูดกับบุคคลรอบข้างได้อุปนิสัยชอบพูดกับตนเองของเขาจะหมดไปเอง

แต่ในเวลาต่อมา Kohlberg นักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงอีกท่านหนึ่งชาวอเมริกันกลับมีความคิดเห็นพ้องกับความคิดของ Vygotsky ในประเด็นความสำคัญของการชอบพูดกับตนเองของเด็ก Kohlberg คิดว่าการเข้าใจพฤติกรรมลักษณะนี้ของเด็กจะช่วยให้ผู้ใหญ่สามารถพัฒนาขีดความสามารถของเด็กเล็กๆ ได้ เพราะเวลาเด็กเล็กๆพูดกับตนเอง เด็กคนนั้นกำลังพยายามจะ ติดต่อกับสังคมรอบข้าง การพูดบ่อยและพูดซ้ำเพราะคำพูดของเด็กสามารถจุดประกายความคิดของเขาและชี้นำให้เขารู้จักคิดที่จะทำกิจกรรมต่างๆ จนชำนาญ ตามแนวคิดของตน  </p>