นิทาน นอกจากจะให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินแล้วยังให้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของเจ้าของนิทาน เช่น ความรู้เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ จารีตประเพณี ความเชื่อ ค่านิยม สภาพเศรษฐกิจ ภูมิประเทศ และถิ่นฐานบ้านเรือน อีกทั้งรูปแบบการเล่านิทานที่ใช้คำประพันธ์เข้ามาช่วย เช่น แหล่ เทศน์ เสภา ยังสร้างความงามด้านรูปแบบอีกทางหนึ่ง ดังนั้นหากเยาวชนได้เรียนรู้จากการอ่านิทาน ก็จะเป็นช่องทางในการรู้จักตนเอง สามารถพัฒนาตนเอง รวมทั้งอาจจะบอกได้ถึงข้อดีและข้อจำกัดในวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของตนได้
ดิฉันชอบอ่านนิทานทั้งนิทานพื้นบ้านและนิทานนานาชาติ ถึงแม้อายุจะย่างปัจฉิมวัยแล้ว ก็ยังชอบอ่านนิทาน ( แต่เดี๋ยวนี้เขาพัฒนาแล้ว )เพราะอ่านนิทานสองภาษา ซึ่งมีภาพสวยน่าสะสมอีกด้วย วันนี้ลองคัดลอกนิทานนานาชาติเรื่องเม่นกับงู เพื่อให้ผู้อ่านได้ศึกษาคุณธรรมที่มีในเรื่อง
เม่นกับงู (THE PORCUPINE AND SNAKE)
งูตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในโพรงใต้ต้นไม้
วันหนึ่งอากาศเย็นจัดแต่งูก็ยังอยู่ในโพรงไม้นั้นอย่างสุขสบาย
เม่นตัวหนึ่งเดินฝ่าอากาศหนาวเย็น จนผ่านมาถึงโพรงของงู
เม่นจึงขออาศัยหลบหนาวอยู่ในโพรงของงู
งูก็มีน้ำใจให้อยู่ด้วยเพื่อให้เม่นหลบอากาศเย็นจัด
แต่เมื่อเม่นเข้ามาอยู่กลับทำให้โพรงคับแคบ ซ้ำเม่นก็ไม่ระวังและไม่เกรงใจ ชอบเอาขนแหลมทิ่มแทงงู
งูทนไม่ไหวเพราะต้องทนกับนิสัยไม่ดีของเม่นหลายอย่างและเม่นก็ครอบครองรังของงู ด้วยทำตัวเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในโพรงของงูจนงูเจ็บปวดและขมขื่นใจเป็นอันมาก ในที่สุดงูก็จำใจออกไป เพราะทนนิสัยก้าวร้าวพาลเกเร ของเม่นไม่ไหว
เขียนเล่าเท่าที่จำได้ ไม่ได้คัดลอกมาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่เจตนาของการเขียนเล่าในครั้งนี้เพราะอยากเชิญชวนให้เยาวชนพัฒนาการอ่าน จะได้มีทักษะการสื่อสารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเริ่มจากเรื่องง่ายๆแต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ ถ้าเราใช้เป็นเครื่องมือถ่ายทอดนิทานพื้นบ้านของไทย ลองเสริมทักษะทางภาษาของตนเองด้วยการฝึกเล่านิทานไทยแล้วเล่าเป็นภาษาอังกฤษควบคู่กันไป ถ้าเล่าให้เด็กๆฟัง แม้เขาจะยังไม่เข้าใจทั้งหมดแต่เขาจะเพลิดเพลินกับสำเนียงภาษาอังกฤษสำเนียงไทยของคุณ สิ่งที่เด็กๆได้มากกว่าความสนุกสนานคือคติสอนใจค่ะ
เห็นด้วยนะคะ อาจารย์น่าจะเล่านิทาน เป็นภาษาไทยปนอังกฤษควบคู่กันไป ให้พวกเราฟัง คงจะสนุกน่าดู นักเรียนต้องชอบแน่ๆค่ะ หนูชอบเวลาที่อาจารย์มีเรื่องราวมากมายมาเล่าให้พวกเราฟัง ไม่ได้ขี้เกียจเรียนแล้วแกล้งหัวเราะนะคะ มันตลกแล้วก็สนุกจริงๆ ผ่อนคลายแล้วก็มีความสุขพอได้เรียนกับอาจารย์ ก็รู้นะคะ ว่าบางเรื่องอาจารย์แต่งขึ้นมาเพื่อความสนุกและต้องการจะสอนอะไรในนั้น แต่พวกเราก็ชอบอยู่ดี ไม่ว่ามันจะดูเครียดแต่ไหนในบางเรื่อง แต่ก็ดีใจที่อาจารย์ยังเล่าให้พวกเราฟัง เพราะทุกเรื่องราวของอาจารย์มีค่าอยู่เสมอ หัวเราะลั่นกับมุกตลกเล็กๆน้อยๆ ( ที่บางคนอาจจะเฉยๆถ้าเค้าฟังผ่านๆไม่ได้ฟังด้วยใจ) เงียบตั้งใจซึมซับเวลาที่อาจารย์กำลังเข้าสู้ประโยคที่ให้ข้อคิด ภูมิใจนะคะที่ได้เรียนกับอาจารย์
นิทานเรื่องนี้มีคติเตือนใจปนอยู่ให้ในความหมายที่ลึกซึ้งว่า "คนเรานั้นมีหลายประเภทมากมายที่พบเจอเข้ามาในชีวิตทำให้ หัวเราะ ร้องไห้ เราก็ต้องพยายามยอมรับให้เข้ากับสังคมของเราให้ถึงเราจะต้องเป็นคนออกจากที่ตรงนั้นไปเองเพื่อความสบายใจของตัวเราและคนรอบข้าง"
นิทานนี้ดีจังครับ ผมว่ามันน่าจะหมายถึง คบคนที่ไม่ดีเรา อาจจะเดือดร้อน แล้วก็ ให้รู้จักมีมารยาทในการไปเยือนบ้านเรือนคนอื่น ผมว่าน่าจะใช่นะครับ กําลังหัดนิสัยการอ่านอยู่ครับ
ป้าม่วย...หนูเข้ามาอ่านของป้าม่วยแล้วนะอย่าลืมเปิดดูล่ะ...สนุกดี..ไปละ..บ๊ายบาย.แล้วจะไปหาใหม่
รบกวนแปลเป็นภาษาอังกฤษได้มั้ย จะให้น้องต่างชาติอ่าน ขอบคุณ ค่ะ
น่าจะมีลงภาษาอังกฤษให้ด้วยนะค่ะ ใครแปลได้ช่วยโพสบอกหน่อยนะค่ะ
ใครเป็นผู้แต่งอ่ะ