เมื่อไปทำงานหรือไปราชการแต่ละครั้ง หลังจากกลับมาแล้วสิ่งที่ดิฉันทำอย่างสม่ำเสมอก็คือ ทบทวนสิ่งที่ตนเองได้ไปรู้ ไปเห็น ไปฟัง และไปร่วม นั้นมีอะไรบ้าง? บางครั้งมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของความรู้และข้อคิดที่เกิดขึ้นเพื่อสานต่องานและเพื่อพัฒนาตนเอง คือ
1. ข้อคิดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน มีจำนวน 10 เรื่อง ได้แก่
เรื่องที่ 1 การเผยแพร่องค์ความรู้และขยายผล การกระจายความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตรควรใช้สื่อและช่องทางที่หลากหลาย ได้แก่ สื่อประสม, จัดทำคู่มือ, จัดตลาดนัด KM, สิ่งพิมพ์ ที่ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
เรื่องที่ 2 การทำงานกับกลุ่มและเครือข่าย วิธีการทำงานส่งเสริมการเกษตรที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันนั้น เจ้าหน้าที่ควรเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานและนำมาใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการเกษตรที่ได้ผล แบ่งเบาภาระ และพัฒนางานและตนเองได้
เรื่องที่ 3 การเสริมหนุนความรู้ แนวทางการพัฒนาความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่และเกษตรกรที่ได้ผลนั้นมาจากการจัดการเรียนรู้แบบอัธยาศัย, การใช้เครือข่ายเพื่อน, การสอนงาน, การใช้ KM เป็นเครื่องมือ, มีการจัดกลุ่มเรียนรู้ ที่มาจากสถานการณ์จริง, ใช้ชุดเครื่องมือวิทยากรกระบวนการ, Best Practice เพื่อจัดการเรียนการสอน
เรื่องที่ 4 การใช้เครื่องมือ KM ในงานส่งเสริมการเกษตรเพื่อเป็นกลไกการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่นั้นมาจากการเสริมหนุนให้เจ้าหน้าที่ได้นำประสบการณ์และความรู้ที่ใช้แล้วได้ผลมากำหนดและวางเป้าหมาย, รู้จักสร้างและค้นหาช่องทางเพื่อให้ได้ความรู้มาใช้จัดการงาน, เพิ่มความรู้และทักษะการบันทึกเพื่อจัดเก็บความรู้และประสบการณ์ที่ได้ผล โดยต่อยอดประสบการณ์และทบทวนเพื่อเพิ่มทักษะที่จำเป็นต้องนำมาใช้ทำงานกับเกษตรกร
เรื่องที่ 5 รูปแบบและวิธีการพัฒนาเจ้าหน้าที่ ที่เป็นความรู้เกี่ยวกับทักษะที่ได้ผลนั้นส่วนใหญ่มาจากการสอนงาน (Coaching), เรียนรู้จากเครือข่าย, มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้, การค้นหาความรู้ด้วยตนเอง, ทดลองทำจริง, สอบถามผู้รู้ ที่ผ่านทีมงาน (Group works) และ ทีมเรียนรู้ (Group learning)
เรื่องที่ 6 วิธีการทำงานส่งเสริมการเกษตรกับเกษตรกร ที่เกิดการยอมรับและเป็นการพัฒนาเกษตรกรและอาชีพที่ได้ผล ได้แก่ การใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม หรือวิจัยชุมชน, โรงเรียนเกษตรกร
เรื่องที่ 7 การสร้างองค์ความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตร สามารถเกิดขึ้นได้จริงซึ่งเป็นผลมาจาก 1) การใช้เครื่องมือ KM เพื่อรวบรวม/แลกเปลี่ยน/จัดเก็บ และ 2) การใช้เครื่องมือ PAR เพื่อสร้างและพัฒนาความรู้จากประสบการณ์จริง เช่น วิธีการทำงานของเจ้าหน้าที่ และการผลิตความรู้ของเกษตรกร เป็นต้น
เรื่องที่ 8 การทำบทบาทผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (Facilitator) ของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรนั้น ควรมีทักษะการกระตุ้นกลุ่ม, การจับประเด็น, การเขียน/บันทึก, การสรุปบทเรียน, การใช้เครื่องมือ
เรื่องที่ 9 การจัดระบบและกระบวนการทำงานส่งเสริมการเกษตร ควรมีการเสริมหนุนการทำงานที่ต่อเนื่อง, มีการกำหนดทิศทางการทำงานที่ชัดเจน, จัดทำมาตรฐานการดำเนินงานและการพัฒนาเจ้าหน้าที่, จัดการเรียนรู้ในรูปแบบของเครือข่ายบุคคล, ใช้วิธีการวิจัยเข้ามาเสริมหนุนการทำงานและการเรียนรู้, จัดองค์ประกอบของประสบการณ์ที่ต้องใช้ในการทำงานเป็นทีม
เรื่องที่ 10 การทำบทบาทของนักพัฒนาทรัพยากรบุคคลและเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง ได้แก่ เป็นผู้เชื่อมโยงงาน, กระตุ้นการทำกิจกรรม, สนับสนุนการดำเนินกิจกรรม, สร้างโอกาสที่สอดคล้องกับบริบท/ความต้องการ/ประสบการณ์ของผู้เรียน
2. งานที่เห็นควรดำเนินการต่อไป มีจำนวน 5 เรื่อง ได้แก่
1) การรวบรวมและจัดเก็บองค์ความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตร
2) ถอดบทเรียน Best Practice
3) จัดทำฐานความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตร
4) พัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่เป็น Facilitator
5) สนับสนุนการใช้เครื่องมือ KM และ PAR กับทุกงาน/กิจกรรม
การทำงานส่งเสริมการเกษตรมีหลายพื้นที่และหลายกิจกรรมที่สามารถเลือกเรียนรู้และสร้างคุณประโยชน์ให้กับองค์กรได้ ถ้าเรายึดอาชีพของเกษตรกรเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง จึงจะเกิดผลจากการใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ หรือ KM.