ตอนที่ 3
o 4 ธันวาคม 50
จากคณะกรรมการที่คัดเลือกไว้จำนวน 7 ท่าน และแบ่งหน้าที่การบริหารออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านการพัฒนาองค์กรและด้านการพัฒนาธุรกิจมีการนำเสนอการแบ่งหน้าที่ในการบริหารเป็น 3 โครงสร้างคือ
1) สำนักงานกำหนดโครงสร้างการบริหาร ประกอบด้วย ประธานรองประธาน เลขาธิการ รองเลขาธิการ เหรัญญิก บัญชี(จ้างบุคคลภายนอก ทำงานประจำ ณ ที่ทำการเครือข่าย)
2) ฝ่ายพัฒนาองค์กร วางโครงสร้างให้ พระเสรี คเวสโก เป็นที่ปรึกษา (ยังไม่ได้กำหนดกรรมการบริหาร)
3) ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ วางโครงสร้างให้ พระชื่น อาทโรเป็นที่ปรึกษา (ยังไม่ได้กำหนดกรรมการบริหาร)
การแลกเปลี่ยนในวง สรุปได้ดังนี้
1. ปัญหาของกลุ่มในบางกลุ่ม เป็นเรื่องการประชุมยังไม่รัดกุมและต่อเนื่องเท่าที่ควร การจัดประชุมยังเกิดจากการติดตามของบุคคลภายนอกกลุ่ม หากพระเสรี คเวสโก ไม่ได้เข้าร่วมก็ไม่เกิดการประชุม
2. ปัญหาด้านข้อมูล กรรมการเครือข่ายควรต้องมีข้อมูลปัจจุบันของทุกกลุ่ม เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาเครือข่าย
3. การดำเนินการเรื่อง ฌาปนกิจของเครือข่าย ควรรวบรวมเป็นราย 3 เดือน หากเกิดความเคลื่อนไหวของกลุ่มในแต่ละเดือนให้แจ้งมายังเครือข่ายทางโทรศัพท์ และจัดการจ่ายเงินเมื่อครบกำหนดการทำงานของฌาปนกิจของเครือข่าย
4. เกิดคำถามการบริหารกำไรของเครือข่าย ซึ่งขณะนี้มีจำนวนเงิน 153,660 บาท
ผลสรุปจาการประชุมยังไม่ได้วางแผนงานในการพัฒนาเครือข่ายฯ นัดประชุมเพื่อทำแผนอีกครั้งในวันที่ 19 ธันวาคม 50
ขนาดของเครือข่ายจำนวน19กลุ่มสมาชิกประมาณ4,000คน
การพัฒนาคนโดยใช้เงินเป็นเครื่องมือ ชักไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่า บางทีตัวเงินอาจเป็นอุปสรรคโดยตัวมันเอง
มีข้อคิดจากขอนแก่นว่า ทำไปแล้วตอบตัวเองได้หรือเปล่าว่า มีความสุขมากขึ้น มีคุณธรรมมากขึ้น?
กระแสวัตถุนิยมที่รุกเข้ามาล้วนดำเนินการผ่านสื่อ
ทั้งสื่อ"ชวนเชื่อ" และสื่อ"ตัวเงิน"
คนจะแยกออกอย่างไรว่า เรามีวัตถุประสงค์ใช้เงินเป็นเครื่องมือในการพัฒนา เพราะต่างก็เข้ามาเพื่อ"เงิน" ด้วยความจำเป็นทางเศรษฐกิจ
ถ้าลองประเมินว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
ด้วยแบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์ว่า
ตั้งแต่สมาชิกเข้ามาร่วมกลุ่มมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีบ้าง(ที่มาจากผลของการรวมกลุ่ม)
ทั้งกรรมการและสมาชิก
ลองให้กรรมการและสมาชิกเขียนหรือเล่าให้ฟัง
แล้วสรุปดูว่า มีหรือไม่ มาจากกระบวนการใดบ้าง?