ต่อจากตอนที่แล้ว และยังเป็นการเรียนรู้วิธีคิดใหญ่จากผู้ได้รับรางวัลโนเบล และมาบรรยายในโครงการ Bridges คราวนี้ผมศึกษา Peter Agre แพทย์นัก molecular biology ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี ค.ศ. 2003 จากการค้นพบ aquaporins ซึ่งเป็นระบบโปรตีนที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของน้ำผ่าน membrane ชนิดต่างๆ
แค่ค้นด้วย Google หาประวัติท่านผู้นี้มาอ่าน จาก autobiography ที่เขียนให้แก่มูลนิธิรางวัลโนเบล ก็สนุกวางไม่ลง เพราะท่านไม่เป็นหนอนหนังสือ ชอบชีวิตกลางแจ้ง ตอนหนุ่มๆ เคยแบกเป้เดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกและมาเมืองไทยด้วย ที่สำคัญเคยสอบวิชาเคมีได้เกรด D แล้วกลับมาได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี และการค้นพบ aquaporins ซึ่งมีคนทำนายมานานก็เป็นเรื่อง “บังเอิญ” หรือ “ประจวบเหมาะ” ที่ฝรั่งเรียกว่า serendipity
มูลนิธิ International Peace Foundation เอาบทความของ Peter Agre 2 เรื่องขึ้นเว็บไซต์ คือเรื่อง Nobel Lecture ที่เล่าเรื่องการค้นพบ aquaporins กับเรื่อง คณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชน ของ NAS (National Academy of Science) ของสหรัฐอเมริกา อ่านบทความทั้งสอง เราก็จะได้ซึมซับวิธีคิดใหญ่ของ Peter Agre
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ดำเนินการโดย NAS ของสหรัฐอเมริกา และตอนหลัง NAE และ IOM เข้ามาร่วมด้วย ทำงานช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยยึดตาม Universal Declaration of Human Rights ผมติดใจแนวทางดำเนินการแบบ low profile คือไม่ได้ทำเอาหน้าหรือเอาดัง แต่ทำเพื่อหลักการอย่างแท้จริง
เรื่องการค้นพบ water channel ที่เยื่อหุ้มชีวภาพ เป็นการพิสูจน์ว่าน้ำซึ่งเป็นองค์ประกอบร้อยละ ๗๐ ของร่างกาย ไหลผ่านเยื่อหุ้มชีวภาพแบบมี “ช่องขับเคลื่อน” ไม่ใช่ซึมผ่านแบบออสโมสิส ไม่ใช่ค่อยๆ ไหล แต่คล้ายๆ มีปั๊มชีวภาพ ปั๊มน้ำเข้าหรือ ออกอย่างเร็วมาก การค้นพบนี้จะว่าโชคช่วยก็ใช่ แต่ผมว่าไม่ใช่ เพราะ Agre ตั้งคำถามตรงเป้าเลย ว่า มีปั๊มน้ำ (water channel) หรือไม่ แล้วทำวิจัยค้นหา ที่ว่าโชคช่วยก็เพราะเขาศึกษา Rh Blod Group Antigen แล้วไปสะดุด 28 KDa Protein เข้าโดยบังเอิญ อาศัยความฉลาดในการสังเกตและวิธีคิดว่าเยื่อหุ้มเม็ดเลือดแดง กับเซลล์หลอดจิ๋วในไตมีคุณสมบัติให้น้ำผ่านได้เร็วมาก นำไปสู่การค้นพบ aquaporin หรือ AQP1 ในที่สุด และต่อมาได้ศึกษาโปรตีนตระกูล AQP ตัวอื่นๆ ในต่างอวัยวะ เท่าที่ผมไล่ดู มีถึง AQP9
Agre เป็นนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลอีกคนหนึ่งที่เริ่มต้นทำวิจัยแบบไม่ใช่คนเก่งนัก เมื่ออายุ 42 เขาเพิ่งได้รับ grant วิจัยชิ้นแรกและเป็น Young Researcher Grant อะไรทำนองนั้น ท่านถูกลูกกระเซ้าว่าพ่อคงจะเป็น Young Researcher ที่อายุมากที่สุดในโลก ลองเข้าไปอ่านประวัติของท่านใน Autobiography ในเว็บไซต์ของรางวัลโนเบล จะสนุกจนวางไม่ลง
วิจารณ์ พานิช
๑๘ พ.ย. ๕๐