อยู่ในระบบหรือนอกระบบดี ทุกวันนี้เรามาศึกษากันในมหาลัยกันเพื่ออะไร เพื่อจะมีงานที่ดีทำหรือเพื่อหาความรู้ในระดับใหนกัน

       หลายวันที่ผ่านมาก็มีเรื่องการที่มหาวิทยาลัยนเรศวรจะผลักดัน พ.ร.บ.ออกนอกระบบไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ในวาระของรัฐบาลนี้  แต่กลุ่มนิสิตมอนอซึ่งเป็นประชาคมนิสิตส่วนหนึ่งก็ออกมาต่อต้าน  เพราะนิสิตยังไม่มีความรู้ในเรื่องดังกล่าวนี้   และสามารถชะลอออกไปได้ 7 วัน รวมทั้งขอถอนออกมาและท่านอธิการบดีก็รับปากตลอดวาระที่ดำรงตำแหน่งอยู่จะไม่ผลักดันเรื่องนี้อีกและถ้าจะมีการทำพ.ร.บ.ใหม่จะถามความเห็นทุกฝ่ายด้วย  ซึ่งส่วนหนึ่งผมก็ดีใจที่มหาวิทยาลัยเราไม่รีบร้อนที่จะดำเนินการในเรื่องนี้

         มหาลัยที่ควรจะเป็นในแบบความคิดของผมเอง  ผมเคยคิดว่ามหาลัยควรจะเป็นเหมือนสำนักวิชาในอดีตที่รู้เฉพาะทางให้ความรู้อาจจะมีหลายๆศาสตร์จริง   แต่ต้องมีความเด่นที่เป็นเอกลักษ์ที่ไม่เหมือนในมหาลัยแห่งอื่นอยู่บ้าง  ถ้าพูดถึงมอนอควรจะนึกถึงศาสตร์ด้านนี้   เพราะมอนอเด่น ความจริงแล้วเบื้องหลังความคิดในการออกนอกระบบ ผมคิดว่าคนที่เริ่มผลักดันมาตั้งแต่อดีต คงจะมีความคิดเรื่องความเป็นอิสระในการสร้างงานวิชาการอยู่บ้างเหมือนสำนักความคิดในสมัยก่อนเช่น โสฟิส  นอกจากเรื่องที่ต้องการให้การบริหารจัดการคล่องตัวแล้ว  ลึกๆน่าจะอยากให้ประเทศไทยมีสำนักความรู้มากมาย  กว้างขวาง  และเอางบที่เหลือไปลงให้เด็กวัยที่สำคัญที่ต้องส่งเสริมการศึกษา คือ 12 ปีที่เด็กต้องเรียนฟรี 

           ความจริงแล้วไม่นานมานี้เองผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมมหาลัยต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ   แต่ในความคิดผมมหาลัยคือ ที่ที่จะสร้างองค์ความรู้ การผลิตบัณฑิตออกไป  ต้องสามารถนำชุมชนและเป็นส่วนหนึ่งกับชุมชนได้  ถ้าผมเป็นชาวบ้านผมคงไม่อยากได้คนมีความรู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้  ไม่เกิดการพัฒนาไม่เกิดการถ่ายทอดความรู้ไม่เกิดขึ้น

          มหาวิทยาลัยที่ผมเคยไปครั้งแรกตอนสอบนายร้อย จปร. เหล่าทหารอากาศ  คือ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ในที่นั้นเป็นเอกชนภูมิทัศน์สถานที่ดูจะโอเค เทคโนโลยีดูทันสมัย  ต่อมามีโอกาสได้ไปเรียน อยู่ ม. เกษตรศาสตร์บางเขนในโครงการวิศวะบริการ 14 ที่นั่นที่เห็นคือความเป็นพี่ที่ดุแลเอาใจใส่น้องและการที่นักศึกษาของ ม. เกษตรได้ทำประโยชน์ให้กับรุ่นน้องเป็นการแนะนำแนวทางการเรียนรวมทั้งเรื่องการศึกษาต่อที่ทำให้คนที่ยังหาทางเดินยังไม่เจอไม่กลัวการที่จะเลือกทางเดิน  และพี่ก็แนะนำโดยเฉพาะการใส่รองเท้าขึ้นตึกและเข้าออกตึกให้ตรงเวลา  เป็นอะไรที่มหาลัยควรจะสร้างนิสิตให้มีความตระหนักรู้ในหน้าที่  มีระเบียบและวินัยในตนเอง และสามารถถ่ายทอดสิ่งดีงามไปสู่รุ่นน้องได้ต่อไป   ต่อมาก็ได้ไปที่รามคำแหง ในการสอบ จปร เหล่า ทบ.ที่นั่นมีการแสดงคอนเสริต และเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะเปิดกว้างในแง่ของการศึกษาซึ่งมหาลัยก็ควรจะมีส่วนหนึ่งที่เป็นเช่นนั้น   รวมทั้งในด้านของการส่งเสริมเวทีที่ให้นิสิตได้ฝึกการแสดงออกและเวทีที่จริงที่นำเข้ามาจากการแสดงอะไรต่างๆ  เพื่อให้เห็นแบบอย่างจริงในการทำงานของบุคคลกลุ่มนั้น    ก่อนหน้านั้นจำได้ว่าได้ไปทันศึกษาที่ ม. บูรพา ที่นั่นมีพิพิธพันธ์สัตว์น้ำ ซึ่งมหาลัยควรจะมีองค์ความรู้ประเภทนี้อยู่ด้วย และเรื่องการให้บริการอาหารของ ม .บูรพาซึ่งเป็นการแลกบัตรก็ดูเป็นระเบียบดี  หากจะนำมาใช้กับมหาลัย  ส่วนที่ ม. เชียงใหม่ ความเก่าแก่ของตึกและดอกไม้ที่สวยงามทำให้บรรยากาศน่าอยู่มากๆ  มีอาคารธนาคารต่างๆดูเหมือนเมืองย่อมๆ  ที่นี่คงจะเป็นแบบจำลองที่ดีในการสร้างเมืองขนาดย่อมเหมือนดุสิตธานีในสมัยก่อน  มหาลัยควรจะจำลองตัวเองเป็นเองๆหนึ่งแล้วให้แต่ละคนเข้ามาแสดงความเห็นกันได้และร่วมอยู่ด้วยกันในเมือง  แทนที่จะให้ผู้บริหารเป็นคนสั่งการเพียงคนเดียว     ส่วนที่เพิ่งไปเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมาก็ราชภัฎพระนคร ตอน ไปร่างรัฐะรรมนูญปี 50 มีการจัดสัมนา มหาลัยควรส่งเสริมเรื่องการสัมนาและให้วิชาการความรู้แบบแลกเปลี่ยนกันให้มาก  ที่นั่นมีโรงแรมพร้อมในมหาลัย  ซึ่งเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกสำหรับแขกผู้จะมาสัมนาที่เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งหากมีก็น่าจะดีในมหาลัย   ส่วนใน วิทยาลัยเทคนิคพานิชยการพิษณุโลก  พื้นที่เล็กๆแต่สามารถให้ความรู้ได้ดีก็น่าสนใจ   และที่ราชภัฎพิบูลสงครามแห่งใหม่ก็ดูสงบและมีการปลูกผลไม้ในมหาลัยซึ่งเป็นสิ่งดี  และล่าสุดที่เพิ่งไปมาทางภาคใต้ ตั้งแต่ ม. ทักษิณ ที่นั่นการให้บริการอินเตอร์ดูยุ่งยากแต่ดีสำหรับการตรวจคุม  การใช้คอมพิวเตอร์มาใช้กับระบบยืมด้วยตนเอง  และการทำที่แยกจานไทยพุทธไทยมุสลิม  ก็อำนวยความสะดวกในทางศาสนาดี  และมีหอพักในมหาลัยที่ไม่ไกลเกินไปน่าอยู่อาศัย  ส่วนวิทยาเขตพัทลุง นั้นเป็นอะไรที่ถุกใจมากโดยเฉพาะความที่จะสร้างเป็นมหาลัยภูมิปัญญาชาวบ้าน  มีการเลี้ยงสัตวืมีการแยกหออาจารย์ที่โสดกับอาจารย์ที่แต่งงานแล้วอยู่คนละส่วน การดูแลดี พื้นที่กว้างขวาง  และมีโรงเรียนอยู่ในส่วนของมหาลัยด้วยซึ่ง มหาลัยที่มีโรงเรียนสาธิตควรจะมีโรงเรียนอยู่ในมหาลัยเลย  สำหรับมหาลัยในมาเลย์เซีย  เขาแบ่งเป็นส่วนๆ  ด้านวิทยาศาสตร์อยู่ส่วนหนึ่ง คณิตศาสตร์อยู่ส่วนหนึ่งแยกกันแต่ละรัฐซึ่งก็ดี  ที่ได้ไปมาอยู่ในรัฐเคดาห์จำชื่อไม่ได้  แต่ที่นั่น พื้นที่ 5000 ไร่  มีหอพัก ราคาเทอมละ 2700 บาทต่อเทอม  การบริการจุดนี้ให้บริษัทเอกชนเข้ามาโดยให้เครดิตเป็นชื่อหอเป็นชื่อของบริษัทหรือสิ่งของที่ให้การสนับสนุน ทำให้ค่าหอถูกมาก  และที่นั้นภูมิทัศน์การบริหารจัดการสวยงามมากเพราะอยู่ในหุบเขามีทางน้ำผ่านและถนนที่ทอดยาวเหมาะสำหรับการวิ่ง  ที่ แข่งรถโคคาส  ที่เล่นกอล์ฟ สนามกีฬาอื่น มีสวนสัตว์ในมหาลัยและมีป่าผลไม้ให้นิสิตไปเก็บกินได้ฟรี  และการที่ให้เลือกการปกครองหลายๆฝ่ายทั่งฝ่ายพุทธและฝ่ายมุสลิมในส่วนขององค์การนิสิตเพื่อให้สามารถดูแลกันได้ทั่วถึง  เป็นสิ่งสำคัญ  ส่วนมหาลัยนเรศวรที่อยู่นี่เองก็มีสิ่งสำคัญโดยเฉพาะระบบ การถ่ายทอดความรู้จารีตประเพณีต่างๆจากรุ่นพี่ไปสู่รุ่นน้องแบบมีขั้นตอน  เหล่านี้ล่วนเป็นการฝึกการเรียนรู้แบบคนที่ไม่รู้ ฝึกการทำงาน การรู้จักเคารพความคิดผู้อื่น รู้จักควบคุมงานและรู้จักวางแผนซึ่งแต่ละขึ้นก็จะเป็นส่วนของแต่ละปีที่จะต้องทำ  การให้บริการทางด้านเทคโนโลยีซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะเข้าถึงความรู้ในส่วนกว้าง  แต่ปัจจุบันการนำเสนอตรงส่วนกลางลดบทบาทลงแต่กระจายไปตามคณะต่างๆซึ่งเป็นการลดประสิทธิภาพการให้บริการในส่วนกลางเป็นอย่างมาก  การส่งเสริมให้นิสิตทำกิจกรรมและนำกิจกรรมสโคปลงมาในส่วนที่ไม่ไกลจากมหาลัยมากนักก็เป็นสิ่งดีรวมทั้งนำระบบการบันทึกกิจกรรมลงทรานสคิปก็เป็นสิ่งดี  แต่พอทำเข้าจริงยังมีจุดบกพร่องตรงแรงบันดาลใจในการทำกิจกรรมวัตถุประสงค์เปลี่ยนไปและการรับนิสิตเพิ่มเป็นปัญหาอย่างยิ่งในการทำแผนนี้ให้สำเร็จตามที่หวัง  ในส่วนของการแต่กายก็จำเป็นอย่างยิ่งที่มหาลัยควรจะเป็นแบบอย่างที่ดีด้านการแต่งกายและกริยามารยาท ควรสร้างแบบอย่างและความรู้สึกส่วนรวมมหาลัยต้องทำได้ในส่วนของการให้องค์ความรู้ที่ถูกทาง  ระเบียบวินัยในตัวเองก็สำคัยเพราะหากขาดไปล้วจะไม่สามรถนำพาสังคมได้เลย  มหาลัยควรเริ่มสร้างจากการที่จัดทำแบบแผนการเรียนให้เป็นระบบ  โดยเฉพาะระหว่างภาคปกติและภาคพิเศษ  อย่าให้เวลาของภาคพิเศษมาเบียดเบียนการเรียนของภาคปกติ  และให้ระดับการศึกษาเดียวกันในด้านความใส่ใจให้ภาคพิเศษเท่ากับภาคปกติ

      ในส่วนรวมผมเองเห็นว่าการที่มหาวิทยาลัยจะดีได้ต้งอเริ่มจากคนที่สร้างมหาลัยขึ้นมาคนแรกว่ามีอุดมการณือะไรจึงตั้งมหาลัยแห่งนั้นขึ้นไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือของเอกชน  เปิดหรือปิด  และองค์ความรู้ที่ผู้สอนอยากจะถ่ายทอด  มีวิธีที่จะให้เข้าถึงชุมชนให้เป็นแหล่งเพาะพันธ์มนุษย์พันธ์ดีทั้งจิตสำนึกและการแสดงออก  สร้างให้มีการต่อยอดให้มีการเรียนรู้เพิ่มเติม  สร้างการแสดงออกเวทีแห่งการสร้างสรรค์และนำความรู้จากสิ่งที่อยู่รอบๆมาสู่แหล่งรวมที่เป็นมหาวิทยาลัย  สร้างวิธีคิดและระเบียบที่จะทำให้นิสิตพัฒนาตนไปในทางที่ดี  ต้องสัมพันธ์กับชุมชนรอบข้าง

    ...............ครั้งต่อไปผมในฐานะที่เรียนมา ปี ที่ 4 จะวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไขในมอนอ.........โปรดติดตาม