ความประทับใจจากการฟังบรรยายของท่านอาจารย์วิจารณ์ พานิช

  ติดต่อ

  ลปรร. แล้วต้องรู้จักบันทึกจึงจะ ซตพ.  

วันนี้ได้ไปร่วมงานสัมมนาเชิงปฎิบัติการเรื่อง "ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการพัฒนางาน" ที่ภาควิชาพยาธิฯของเราจัดขึ้น ดังที่ท่าน CKO ของเราผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงกล่าวถึงในบันทึกก่อนหน้านี้ โดยมีทีมงานคณะกรรมการหลากหลายท่านที่ทำให้ภาควิชาของเรามีบรรยากาศอันอบอุ่น เป็นกันเอง เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง ต้องขอชื่นชมในผลงานจริงๆและคงมีบันทึกจะพูดถึงอีกต่างหากต่อไป แต่บันทึกนี้อยากจะพูดถึงสิ่งที่ตัวเองคิดขึ้นมาขณะที่ฟังท่านอาจารย์วิจารณ์ พานิช บรรยายในงานนี้ ไม่ใช่การเล่าว่าท่านพูดอะไรบ้าง คิดว่าใครที่ไม่ได้ไปก็คงจะติดต่อขอดูการบรรยายครั้งนี้ซึ่งได้รับการบันทึกไว้เรียบร้อย ท่านอาจารย์บอกว่าให้ไว้แลกกับ VCD เรื่อง Patho Otop1 ที่ทางภาควิชาฯจัดทำ สำหรับ VCD เรื่องนี้ก็อยากให้ทุกท่านได้ดูจัง ตัวเองชอบมาก คิดว่าเป็นชิ้นงานที่ทุกคนในภาคควรได้รับชมค่ะ  

ท่านอาจารย์เล่าว่าท่านเองเคยใช้ KM ภายในหน่วยงานของพยาธิฯมาตั้งแต่สมัยท่านทำงานอยู่โดยที่ท่านก็ไม่ทราบมาก่อนว่านั่นคือกระบวนการ KM อันนี้ทำให้นึกถึงที่คุณหมอพิเชฐก็เล่าในทำนองเดียวกันว่า ทำงานพัฒนาโรงพยาบาลบ้านตากมาได้เป็นอย่างดี ก็โดยใช้กระบวนการ KM มาโดยไม่ได้ทราบมาก่อนว่าสิ่งที่ทำอยู่คือ KM ท่านอาจารย์วิจารณ์เล่าว่าท่านใช้ KM อยู่ตลอดเวลาในการทำงานที่ สคส.ในปัจจุบัน จุดที่ทำให้อยากพูดถึงตรงนี้ก็คือ คนที่จะทำให้การพัฒนางานเกิดขึ้นนั้นคือคนหน้างานก็จริง แต่บทบาทที่จะทำให้งานขับเคลื่อนได้ดีจากการใช้ KM นั้นต้องเริ่มจากผู้นำ ตัวเองเป็นคนหน้างานที่อยู่ในระดับกลางๆคือไม่เล็กจนไม่มีใครฟัง แต่ก็ไม่ได้มีสิทธิมีเสียงดังพอจะผลักดันอะไรให้เกิดขึ้นได้ในระดับเป็นเรื่องเป็นราวมาเป็นเวลานาน คิดว่าพวกเราในห้อง lab Chem (เชื่อว่าหน่วยอื่นๆก็เช่นกัน) ได้ใช้หลัก KM ในการทำงานมานานแล้วเหมือนกัน เพราะเราจะคิดดัดแปลงปรับเปลี่ยนระบบการทำงานโดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร)ของคนทำงานทุกระดับในหน่วย ให้ได้งานที่ดีขึ้นเร็วขึ้น สะดวกขึ้นกันมาตลอด เพียงแต่ไม่มีใครมาชี้ว่านี่คือ KM และผลที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงความพอใจว่างานเราดีขึ้น และเรายังใช้กระบวนการ KM ไม่ครบสูตร คือขาดการบันทึก จึงทำให้การพัฒนาของเราอยู่ในวงแคบๆ ณ เวลานี้เรามีผู้นำที่เห็นความสำคัญที่จะผลักดันให้ใช้กระบวนการ KM เป็นไปอย่างถูกระบบครบวงจร ก็อยากขอให้ผู้ที่ใช้หลัก KM อยู่แล้วโดยไม่รู้ตัวได้ตื่นตัวช่วยกันทำให้ครบวงจร ฝึกการบันทึก ตามที่ท่านอาจารย์วิจารณ์ได้แนะนำด้วยเหมือนกันว่า เป็นวิธีที่เราต้องเรียนรู้ด้วยการลงมือเหมือนกัน และยิ่งทำก็จะยิ่งดีขึ้น ดังที่เราจะเห็นตัวอย่างจากหลายๆท่านในบล็อกของ Gotoknow นี้  อันนี้ก้ต้อง ซตพ.กันเอาเองนะคะ (จำกันได้ไหมเอ่ยว่าคำนี้ย่อมาจากอะไร แต่ที่แน่ๆคือไม่ใช่ของท่านอาจารย์วิจารณ์และชาวสคส.ค่ะ)

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าและเรื่องคุยจาก Lab Chem

หมายเลขบันทึก: 15212, เขียน: , แก้ไข, 2012-05-14 15:46:59+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #การจัดการความรู้#พัฒนางาน#แลกเปลี่ยนเรียนรู้#ภาควิชาพยาธิวิทยา#การบันทึก

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (5)

ศิริ
IP: xxx.170.234.8
เขียนเมื่อ 
เสียใจจังเลยค่ะ ที่ไม่ได้ไปตั้งแต่วันแรก เนื่องจากติดอยู่เวร เลยไม่ได้ฟังการบรรยายของท่านอาจารย์วิจารย์ แต่ได้ทราบจากท่านอาจารย์ปารมี ว่ามี VCD ค่ะ ได้ยินจากหลาย ๆ คนเล่าให้ฟังก็อดประทับใจด้วยไม่ได้ ที่ชอบมากก็คือการเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ อายุน้อยกว่าได้เป็นฝ่ายพูดก่อน (จากที่ฟังมา) รู้สึกดีจังเลยค่ะ เพราะปกติผู้ใหญ่ส่วนน้อยที่จะให้โอกาสเด็ก ๆ ได้เป็นฝ่ายพูดก่อน (เผลอ ๆ จะไม่ให้พูดเอาซะเลย) ยกเว้นหัวหน้าภาค CEO ของเรา อยากทราบจังเลยค่ะว่า CKO ย่อมาจากอะไร และ ซตพ.คืออะไรค๊ะ
ปารมี
IP: xxx.146.247.68
เขียนเมื่อ 

ขอตอบคุณศิริแทนคุณโอ๋นะคะ CKO ย่อมาจาก chief knowledge office คะ

เห็นด้วยกับบันทึกนี้ของคุณโอ๋อย่างมาก และสิ่งที่กำลังพยายามให้มีมากขึ้นคือ การบันทึก เพราะการบันทึกนอกจากเป็นส่วนสำคัญของ KM แล้ว ในการบันทึกแต่ละครั้ง ผู้เขียนต้องรวบรวมความคิด วิเคราะห์ ตีเความ อันเป็น process ของการคิดวิเคราะห์ ดังที่อ.วิจารณ์พูดในวันที่บรรยายว่า ทักษะการบันทึก ก็คือ ทักษะการคิดนั่นเอง ดังนั้น การส่งเสริมให้คนพยาธิรู้จักบันทึกมากขึ้น ก็คือส่งเสริมให้คนพยาธิเป็นนักคิดนั่นเอง ซึ่งคิดว่าจะเป็นหนทางพัฒนาคนและองค์กรได้อย่างยั่งยืน

ปารมี
IP: xxx.146.247.68
เขียนเมื่อ 

ขอแก้นิดหน่อย ตกตัว r ไปค่ะ

CKO = Chief knowledge officer คะ

แถมหน้าที่ของ CKO เขาบอกว่า  CKO มีหน้าที่ส่งเสริมให้องค์กรดำเนินการ KM เป็นไปตามทิศทางหรือเป้าหมายที่วางไว้

โอ๋-อโณ
IP: xxx.170.234.8
เขียนเมื่อ 
ซตพ. = ซึ่งต้องพิสูจน์  เป็นสิ่งที่ต้องเขียนเวลาเรียนเรขา หรืออะไรสักอย่างสมัยพี่เรียนชั้นประถม มัธยมน่ะค่ะ เวลาแก้โจทย์ออก (จำชื่อวิชาแน่นอนไม่ได้เสียแล้ว แต่เป็นพวกทางเลขหรือเรขานี่แหละค่ะ)
Saynot_chut
IP: xxx.147.28.34
เขียนเมื่อ 
ซตพ. = ซึ่งต้องพิสูจน์..เป็นส่วนหนึ่งของวิชาเรขาคณิตค่ะ..คิดว่าจำไม่ผิดค่ะ