<h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt">
1. การบริหารคือการบริหารคือ การนำทั้งทรัพยากรบุคคล วัตถุดิบ เงินทุน เวลา และองค์ประกอบอื่น ๆมาประสานเข้าด้วยกันให้ขับเคลื่อนสู่วัตถุประสงค์เดียวกันการบริหารคือ เทคนิคการใช้คน ทรัพยากร และเวลาที่มีอยู่ เพื่อทำให้เป้าหมายที่วางไว้ประสบความสำเร็จการบริหารเปรียบได้กับการทอผ้าซึ่งต้องสอดด้ายแต่ละเส้นแต่ละสีในตำแหน่งที่เหมาะสมและลงจังหวะจะโคนของหูกให้ถูกต้อง เพื่อให้ด้ายหลายร้อย หลายพัน หลายหมื่นหลายแสนเส้น รวมพลังสำแดงภาพแห่งความงามบนผ้าผืนเดียวกันตรงตามต้นแบบที่วางไว้ การบริหารเป็นเรื่องของคนทุกคนที่ต้องการไปถึงเป้าหมาย คนที่ปรารถนาความสำเร็จคือคนที่ต้องรู้จักคำว่า “บริหาร” การบริหารเป็นเรื่องของคนเท่านั้น ช้าง ม้า วัว ควาย และสัตว์ต่าง ๆ ไม่รู้จักการบริหารเพราะมันไม่มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต ผู้บริหารคือ ผู้ประสานความชำนาญที่แตกต่างให้กลายเป็นหนึ่งเดียว การจะทำให้เป้าหมายสำเร็จจะทำอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ต้องวางแผนอย่างรอบคอบดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างระมัดระวังใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นี่แหละ…….การบริหารการบริหารเปรียบเสมือนอุปกรณ์ที่เราใช้เพื่อทำงานให้สำเร็จยิ่งเราใช้อุปกรณ์ต่างเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพและมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากเท่าไรโอกาสประสบความสำเร็จก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นเราจำเป็นต้องบริหารหากต้องการทำงานทีใหญ่เกินตัวให้สำเร็จ การบริหารทำให้ความจำกัด เกิดผลที่ไม่จำกัด การทำงานให้ได้ผลผลิตมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานกว่าเดิมหรือลงแรงหนักกว่าเดิม เพียงแต่ใช้ความฉลาดในการบริหารมากกว่าเดิมก็พอ สิ่งที่ต้องบริหารคือ“ตนเอง” “เวลา” “งาน” “ทีมงาน”1 ตนเอง บุคคลแรกที่ผู้บริหาร ควรทำความรู้จัก คือ ตนเอง คนที่บริหารตนเองได้ดี คือ คนที่มุ่งมั่นสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ ผู้บริหารที่ดีไม่ควรเย่อหยิ่งและภูมิใจในความสำเร็จของตนมากจนเกินไป ไม่ควรคิดว่าตนเองรู้ดีทุกอย่างจนไม่ยอมฟังผู้อื่นบ้าง 2 เวลาเวลาไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขหรือเข็มนาฬิกาที่เคลื่อนผ่านเลยไปเท่านั้นแต่หมายถึงชีวิตที่ผ่านไป การบริหารเวลาก็คือการบริหารชีวิตนั่นเอง คนที่สามารถบริหารชีวิตได้เป็นอย่างดีก็จะสามารถทำงานต่าง ๆ ที่ต้องรับผิดชอบได้มากมาย3 งานควรจัดลำดับงานประเภทที่ต้องใช้สมาธิสูงไว้ในช่วงเวลาที่เรามีโอกาสอยู่เงียบ ๆ เพื่อมีเวลาในการคิดใคร่ครวญอย่างรอบคอบจริง ๆ อย่าปล่อยให้งานเร่งด่วนที่ไม่สำคัญและไม่ได้อยู่ในแผนมาทำลายงานสำคัญที่เราวางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว เตือนตัวเองว่าจำทำงานที่มีอยู่บนโต๊ะทำงานให้หมดสิ้นเสมอในแต่ละวัน งานทุกชิ้น แม้เร่งรีบทำเสร็จให้ทันเวลา แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะทำอย่างดีที่สุดด้วย ทำให้ดีที่สุด สุดเวลาที่มีอยู่ ถ้าทำเสร็จก่อนเวลา ก็ทวนซ้ำตรวจสอบจนมั่นใจว่าได้ผลงานคุณภาพดีเลิศ4 ทีมงานคนที่ทำงานคนเดียวย่อมไม่มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน แต่เขาจะได้ชิ้นงานน้อยตามไปด้วย สู้เรายอมทำงานร่วมกับผู้อื่นดีกว่า แม้ต้องฟันฝ่าปัญหาที่อาจมีต่อกันแต่ก็คุ้มค่าเพราะทำให้เราได้ผลงานทวีคูณแต่ละคนในทีมงานเหมือนจิ๊กซอว์หนึ่งตัว ที่ไม่มีใครอาจทดแทนกันได้ ต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีตำแหน่งหน้าที่ที่เจาะจง มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างกันและกันความสัมพันธ์ที่ดีในทีมงาน เปรียบเหมือนน้ำมันที่คอยหล่อลื่นเครื่องยนต์ให้ทำงานไปโดยไม่ติดขัดทำให้งานเสร็จอย่างราบรื่น ลองเปลี่ยนจากคำว่า “คุณต้องทำ” เป็น “คุณคือคนสำคัญที่เหมาะสมจะทำงานนี้” เราจะได้ผู้ร่วมงานที่ทำงานด้วยใจให้กับเรามากขึ้นบริหารอย่างไรจึงจะสำเร็จ“มีวิสัยทัศน์” “มีเป้าหมาย”“มีแผน” “มีการกระจายงาน”“มีการตรวจสอบ” “มีการพัฒนา” “มีการแก้ปัญหา” 1 มีวิสัยทัศน์การบริหารจะมีพลังต้องเริ่มต้นด้วยการกำหนดวิสัยทัศน์ที่พึงปรารถนาวิสัยทัศน์ช่วยให้เราไม่ทำงานไปวัน ๆ เพื่อแลกกับรายได้แต่จะทำงานด้วยความรู้สึกเป็นเจ้าของที่ต้องรับผิดชอบดำเนินการจนกระทั่งวิสัยทัศน์นั้นเป็นจริงวิสัยทัศน์นำไปสู่การกำหนดเป้าหมายและการวางแผนปฏิบัติการในแต่ละขั้นตอนที่ชัดเจนเราต้องตั้งวิสัยทัศน์ให้สูงกว่าความสามารถเสมอและท้าทายใจทีมงานทุกคนให้เกิดความปรารถนาที่จะแตะเส้นชัยนั้น2 เป้าหมายทุกหน่วยงานและทุกคนในองค์กรต้องทำงานอย่างมีเป้าหมาย หากผู้บริหารละเลยในเรื่องนี้ ก็เท่ากับกำลังบริหารสู่ความล้มเหลว เป้าหมายที่ชัดเจนช่วยให้เรารู้ว่า เรากำลังจะไปไหนและเราจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น วิสัยทัศน์นำไปสู่การตั้งเป้าหมาย ทุกครั้งที่จะทำอะไร เราต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนเสมอ ทั้งเป้าหมายระยะสั้นและเป้าหมายระยะยาว ก่อนหัวถึงหมอน เราควรกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนให้เรียบร้อยก่อนว่า วันรุ่งขึ้นจะทำอะไรบ้างและวางแผนให้ทำได้สำเร็จ เพื่อที่ว่าเมื่อหลับตาลงเราจะเห็นความสำเร็จของวันพรุ่งนี้3 มีแผนเราบริหารปัจจุบัน ก็เพื่อเป้าหมายที่กำหนดไว้ในอนาคต แผนงานต่าง ๆ ที่กำหนด จึงไม่เพียงเพื่อความสำเร็จในวันนี้ ไตรมาสนี้ ไตรมาสหน้า หรือในปีนี้ แต่เป็นแผนการเพื่อความสำเร็จในอีก 5 ปี 10 ปี จนถึง 20 ปีข้างหน้า ตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ เราควรคิดวางแผนการทำงาน อย่างรอบคอบว่า เราจะใช้ใคร ใช้วิธีการอะไร จะดำเนินการเมื่อไร จะกำหนดตารางเวลาอย่างไร เพื่อให้การทำงานนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ภายในเวลาและทรัพยากรอันจำกัด เมื่อทุกคนมีความชัดเจนในภาพแห่งความสำเร็จ ก็จะเกิดความพยายามช่วยกันทำ จนกระทั่งสัมฤทธิผล4 มีการกระจายงานหลักการบริหารที่ฉลาด คือ เราไม่ควรทำงานทุกอย่างด้วยตนเอง แต่ควรกระจายให้กับคนที่เหมาะสมที่สุด ตามกำลังคนที่มีอยู่ผมจะพยายามไม่ทำอะไรที่คนอื่นทำได้ ถ้ามีคนอื่นสามารถทำในสิ่งที่ผมทำได้ ผมจะกระจายงานให้เขาทำทันที เพื่อที่ผมจะได้ทำสิ่งอื่น ที่คนอื่นทำไม่ได้ การมอบหมายงาน เป็นหน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่งของผู้บริหาร เป็นเรื่องที่ต้องใช้เทคนิคและไม่สามารถทำอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าได้ 5 มีการตรวจสอบงานหลายชิ้นที่ผิดพลาดหรือไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร ไม่ได้เกิดจากเวลาน้อยเกินไปแต่เกิดจากการไม่ใส่ใจในการตรวจสอบคุณภาพเท่าที่ควร เมื่อเห็นจุดดำเล็ก ๆ บนกระดาษที่ควรจะขาวสะอาด อย่าบอกว่า “ไม่เป็นไร” แต่ควรถามว่า “เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น” 6 มีการพัฒนาตัวเราและทุกคนที่เราบริหาร ควรเขียนรายงานว่า ในแต่ละวันเราได้คันพบสิ่งใหม่อะไรบ้าง จากการทำงานและจะสร้างสรรค์การทำงานให้ดีขึ้นอย่างไร งานทุกชิ้นที่เราทำและรับผิดชอบเรียบร้อยแล้ว ควรทำคู่มือการทำงานบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อคนรุ่นหลังไม่ต้องให้เขาเสียเวลาเริ่มต้นจากศูนย์และลดการเสียเวลาในการลองผิดลองถูกไปได้อย่างมหาศาล จงยึดปรัชญาการฝึกคนที่ว่า จะไม่ยอมปล่อยให้คนใดคนหนึ่งหยุดนิ่งอยู่กับที่โดยไม่พัฒนาตนเอง 7 มีการแก้ปัญหา เมื่อพบเห็นความผิดพลาดเกิดขึ้น ผู้บริหารจะต้องเข้าไปค้นหาสาเหตุอย่างกระตือรือร้น เพื่อแก้ปัญหา มิใช่เพื่อจับผิด ความผิดครั้งแรกเป็นครู ความผิดครั้งที่สองถือเป็นความโง่เขลา เพราะแสดงว่าเราไม่ยอมเรียนรู้ ถ้ามีปัญหาต้องรีบแก้ไขทันที ไม่ควรเก็บงำไว้ หรือบอกว่าเดี๋ยวก่อน เพราะความผิดพลาดหรือล่าช้าเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู้ปัญหาใหญ่ได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนหนึ่ง ควรนำไปเป็นบทเรียนในการเรียนรู้สำหรับคนอื่น ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกครั้งอย่างน้อยก็มีประโยชน์ คือทำให้ผู้รับผิดชอบได้เรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เพื่อมีทางแก้ไขสำหรับครั้งต่อไป เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น ควรพยายามค้นหาสาเหตุความผิดพลาด เพื่อแก้ไขที่ต้นตอรากเหง้าของปัญหา ทุกครั้งที่มีความผิดต้องค้นหาผู้รับผิดชอบในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น มิใช่เพื่อจับเขามาลงโทษแต่เพื่อให้ผู้ที่ทำผิดตระหนักว่าเขาทำผิดเพราะเหตุใดและแก้ไขที่สาเหตุจริง ความผิดทุกครั้งจะมีคุณค่า หากแก้ไขที่ต้นตอปัญหาเพื่อสิ่งนั้นจะไม่เกิดซ้ำสองจากหนังสือข้อคิดเพื่อการบริหาร โดย ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ http://www.judiciary.go.th/btnc/admin.htm2. การบริหาร ประกอบด้วยเรื่องต่าง ๆ ดังนี้1. พันธกิจ1.1 วัตถุประสงค์หลัก1.2 การวางแผน1.3 การติดตามประเมินผล 2. กระบวนการปฏิบัติงาน2.1 ประสิทธิผล2.2 ประสิทธิภาพ 3. ทรัพยากร3.1 การจัดสรรทรัพยากร3.2 ประสิทธิผลของการใช้ทรัพยากร 4. สภาพแวดล้อมของการดำเนินงาน 4.1 การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรฐานที่กำหนด4.2 ความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการดำเนินงาน3. สรุปองค์ประกอบของงานบริหาร1. พันธกิจวัตถุประสงค์หลักให้พิจารณาว่าวัตถุประสงค์หลัก (Goals) เพียงพอหรือไม่ เพื่อให้ความมั่นใจว่า บุคลากรของหน่วยงานทุกคนเข้าใจ พันธกิจ วัตถุประสงค์ และส่งเสริมให้การดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ ถ้าไม่เพียงพอจะมีวิธีปรับปรุงการควบคุมให้ดีขึ้นอย่างไร การวางแผน มีการควบคุมที่เพียงพอหรือไม่ เพื่อให้ความมั่นใจว่าการวางแผนมีประสิทธิผล ถ้าไม่เพียงพอจะมีวิธี ปรับปรุงการควบคุมให้ดีขึ้นอย่างไรการติดตามประเมินผลมีการควบคุมที่เพียงพอหรือไม่ เพื่อให้ความมั่นใจว่าการติดตามประเมินผลมีประสิทธิผล ถ้าไม่เพียงพอจะมีวิธีปรับปรุงการควบคุมให้ดีขึ้นอย่างไร2. กระบวนการปฏิบัติงานประสิทธิผล มีการควบคุมที่เพียงพอหรือไม่ เพื่อให้ความมั่นใจว่า กระบวนการดำเนินงานมีประสิทธิผล ถ้าไม่เพียงพอจะมีวิธีการปรับปรุงการควบคุมให้ดีขึ้นอย่างไร ประสิทธิภาพ มีการควบคุมที่เพียงพอหรือไม่ เพื่อให้ความมั่นใจว่ากระบวนการดำเนินงานมีประสิทธิภาพ ถ้าไม่เพียงพอจะมีวิธีการปรับปรุงการควบคุมให้ดีขึ้นอย่างไร3. ทรัพยากร การจัดสรรทรัพยากรมีการควบคุมที่เพียงพอหรือไม่ เพื่อให้ความมั่นใจว่า การจัดสรรทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด ถ้าไม่เพียงพอจะมีวิธีการปรับปรุงการควบคุมให้ดีขึ้นอย่างไร ประสิทธิผลของการใช้ทรัพยากรมีการควบคุมที่เพียงพอหรือไม่ เพื่อให้ความมั่นใจว่า การจัดสรรทรัพยากรเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และจัดสรรให้เป็นไปตามที่กำหนดและผลของการใช้ทรัพยากรบรรลุตามวัตถุประสงค์ ถ้าไม่เพียงพอจะมีวิธีการปรับปรุงการควบคุมให้ดีขึ้นอย่างไร4. สภาพแวดล้อมของการดำเนินงานกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและมาตรฐานที่กำหนด
มีการควบคุมที่เพียงพอหรือไม่ เพื่อให้ความมั่นใจว่า การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรฐานที่กำหนด ถ้าไม่เพียงพอจะมีวิธีการปรับปรุงการ ควบคุมให้ดีขึ้นอย่างไร http://www.kamphaengphet.go.th 4. ระบบงานที่น่าสนใจ </h1><ol style="margin-top: 0cm">
<li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">
ข้อมูล สารสนเทศ และระบบสารสนเทศ คืออะไร
</li>
</ol>ข้อมูล หรือ Data คือ ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ซึ่งอาจแสดงเป็นตัวเลข ตัวหนังสือ หรือสัญลักษณ์ ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นสิ่งที่เก็บรวบรวมมาโดยยังไม่ผ่านการประมวลผลหรือการวิเคราะห์จัดกระทำ จึงทำให้ส่วนมากไม่มีความหมายสมบูรณ์พอที่จะนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้สารสนเทศ หรือ Information คือ ข้อมูลที่ได้ผ่านการประมวลผลหรือการวิเคราะห์ด้วยวิธีการต่าง ๆ จนอยู่ในรูปแบบที่มีความหมาย สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจหรือนำไปใช้ในเรื่องต่าง ๆ ได้ตามวัตถุประสงค์ระบบสารสนเทศ หรือ Information System คือ กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูล การประมวลผลข้อมูลให้อยู่ในรูปสารสนเทศที่เป็นประโยชน์สูงสุด และการจัดเก็บรักษาอย่างมีระบบ เพื่อสะดวกต่อการนำไปใช้ สารสนเทศที่ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ จะสามารถนำไปใช้สนับสนุนการบริหารและการตัดสินใจทั้งในระดับปฏิบัติ ระดับหมวด/งาน/สายชั้น หรือระดับบริหาร <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">
องค์ประกอบของระบบสารสนเทศมีอะไรบ้าง
</li></ol>ระบบสารสนเทศ มีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 4 ส่วนด้วยกันคือ1. ข้อมูล (ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ใช้เป็นปัจจัยนำเข้าของระบบสารสนเทศ)2. การจัดเก็บข้อมูล (เป็นระบบ สะดวกต่อการนำมาประมวลผล)3. การประมวลผล หรือการวิเคราะห์ (จัดกระทำข้อมูลเพื่อให้เหมาะสมต่อการนำไปใช้ เช่น การจัดหมวดหมู่ การเรียงลำดับ การแจงนับ การทำตารางแจกแจงข้อมูล และการใช้สูตรเพื่อคำนวณหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ฯลฯ)4. สารสนเทศ (ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล หรือการวิเคราะห์แล้ว) <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">
สารสนเทศที่มีคุณภาพ เป็นอย่างไร
</li></ol>3.1 มีการตรวจสอบความถูกต้อง3.2 มีความถูกต้องแม่นยำ3.3 มีความสมบูรณ์และครอบคลุมเพียงพอที่จะใช้ตัดสินใจ3.4 มีความชัดเจน ไม่ต้องตีความ แต่มีความกะทัดรัดได้ใจความ3.5 มีความเกี่ยวข้องตรงต่อความต้องการของผู้ใช้3.6 มีความยืดหยุ่น ปรับใช้ได้ในหลายสถานการณ์3.7 ใช้ได้ง่าย รวดเร็ว3.8 สามารถจัดระบบตั้งแต่การเตรียมข้อมูลนำเข้า การประมวลผล และนำผลรายงานในเวลาที่ทันต่อเหตุการณ์ <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">
ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา เกี่ยวข้องกับใครบ้าง
</li></ol>ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา เกี่ยวข้องกับบุคคลในองค์กรทุกระดับดังนี้ <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoNormalTable" style="margin: auto auto auto 36pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
</tbody></table> <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt"> สารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา มีอะไรบ้าง </li></ol>สารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา 5 ด้านคือ- สารสนเทศพื้นฐานของสถานศึกษา- สารสนเทศที่เกี่ยวกับผู้เรียน