7-9 ตุลาคม 2550 ไปสิงคโปรเป้นครั้งที่์ 2 ระยะเวลาห่างกันยังไม่ถึง 2 ปี สิงคโปร์ไม่เคยหยุดนิ่ง พัฒนาและก้าวไปเรื่อยๆ มีคำกล่าวว่า ประเทศสิงคโปร์เป็นดินแดนที่รวมความเจริญของซีกโลกตะวันออกและ ตะวันตกอย่างลงตัว อ่านข้อความ Singapore is the hub of the world. ที่ปรากฎอยูุ่่ใน พิพิธภัณฑ์บนเกาะเซนโตซ่า รู้สึกเคืองนิดๆ ความจริงน่าจะเป็น Thailand is the hub of the world. มากกว่า ที่ตั้งภูมิศาสตร์ก็ ได้เปรียบมากกว่า เมื่อไหร่หนอเมืองไทยจะพัฒนาให้ใกล้เคียงเสียที ความเป็นครู เมื่อไปต่างประเทศ ก็อดที่จะเปรียบเทียบด้านการศึกษา การพัฒนาการเรียนการสอน ไม่ได้ น่าทึ่งกับวิธีคิด ที่มีการให้ทุนการศึกษากับนักเรียนเรียนดีที่เป็นหัวกะทิจากต่างชาติ ไปศึกษา ที่สิงคโปร์ เมื่อเรียนจบ เสนองานและเงินเดือนอย่างงาม ให้นักเรียนต่างชาติ เพื่อดึงดูดให้ทำงานในสิงคโปร์ และหากมีความประสงค์ จะได้สัญชาติสิงคโปร์ ก็อำนวยความสะดวกทุกอย่าง แทบจะอุ้มเลยทีเดียว เมืองไทยสมองไหลไปต่างประเทศหมด คนไทยนี่เก่งมาก ไม่เป็นรองใครคนไทยเก่งๆ ขาดโอกาส ขาดทุน น่าคิดทีเดียว ยิ่งคิดยิ่งเศร้า ไปศึกษาดูงานมาหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง เซินเจิ้น มาเก๊า ทุกที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน ซึ่งเป็ทรัพยการมนุษย์ เป็นประการแรก
เที่ยวสิงคโปร์
Singapore is the hub of the world.จริงหรือ
ความเห็น
- เห็นด้วยค่ะหากประเทศไหนให้ความสำคัญกับการสร้างคน
- ประเทศนั้นจะก้าวหน้า
- น่าสงสารประเทศไทย
- กระทรวงศึกษาได้งบพัฒนาน้อยเหลือเกิน
- น่าเศร้ากับการจัดการศึกษาของประเทศเราจริงๆ ด้วย
- เคยได้ยินเค้าคุยกัน มีประโยคหนึ่ง ว่า ปัญหาระบบการศึกษาไทยแก้ไม่ยาก คือ ยุบมันเลยไม่ต้องมีกระทรวงแล้ว" อันนี้เห็นว่าแรงไปค่ะ
- ถ้าจะทำคิดว่า เริ่มที่กระทรวงหรือระบบ Top Down อย่างระบบราชการ คงไม่ work แน่
- น่าจะเริ่มที่การพัฒนาครูก่อนทั้งการผลิตครู การพัฒนาครูเดิม และการส่งเสริมครูเก่ง
- แต่ไม่ใช่วิธีที่หน่วยเหนือมีนโยบายให้ปฏิบัติกันอยู่
- น่าจะกลับมาทบทวน ตัวระบบการทำผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะกันดีกว่า ว่าพัฒนาครูด้านใดบ้าง และมีครูกี่เปอร์เซ็นต์ได้รับประโยชน์ ครูกี่เปอร์เซ็นต์ได้รับผลกระทบ และการวิเคราะห์ผลกระทบหรือผลดีผลเสียของการปฏิบัติดังกล่าว
- แต่เท่าที่สัมผัส ครูดี ครูเก่ง และครูที่พัฒนาตนเอง ไม่ต้องรอการกระตุ้นด้วยสิ่งล่อใจมากมาย หลายคนท้อแท้เพราะการขโมยปัญญาที่เป็น Expicit ไปแล้ว เหลือเพียง Tacit ที่ใช้ต่อไปโดยไม่หวังส่ิงตอบแทน
- น่าจะมีนิสิตหรือใครก็ตาม นำประเด็นนี้ไปศึกษาวิจัย อาจได้แนวทางการพัฒนาวิชาชีพครู ที่จะเกิดประโยชน์ต่อการศึกษาชาติได้
บทความในวันเดียวกัน
ครูตุ๊กแก…ตัวดำๆ… · 3 ธ.ค. 2550
ตันติราพันธ์ · 3 ธ.ค. 2550
อ.หนึ่ง · 3 ธ.ค. 2550
กิติยา เตชะวรรณวุฒิ · 3 ธ.ค. 2550
stardust · 3 ธ.ค. 2550