( ศ. ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน )

ในพื้นที่ เราต้องคิดให้ทะลุ ทำใจให้ได้ ทำกันจริงๆภายใน 10 ปี เราจะเก่งเรื่องของอีสานมากกว่าใครในโลก  ในการทำงานนั้น ต้องมีกระบวนการทำแต่ต้นจนจบ บ่อยครั้งมันมีจุดที่หายไป จุดที่กากะบาดหาย ทำต่อไปไม่ได้ต่อไม่ติด เช่น เราลงไปช่วยในพื้นที่  งานวิชาการที่แข็งๆ ไม่ครบวงจร  

ล่วงเข้าไปถึงกระบวนการของ ซตพ. ให้ได้ 

 

( ประชุมเคี่ยวความคิดให้ตกผลึก )

มีปัจจัยอะไรบ้างที่จะให้เกิดความเข้มแข็ง ถ้าเรามองหาความเข้มแข็งในชุมชน จะช่วยให้ตั้งต้นและต่อติด เราควรจะเดินหน้าไปสู่ชุมชน แล้วจึงค่อยมุ่งหน้าสู่สากล ไม่ควรลัดขั้นตอนโดยไม่มีรากยึดอย่างแท้จริง!! บัณฑิตที่จะประสบความสำเร็จ จะต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง การศึกษาในอนาคต ไม่ใช่การเรียน การรู้

แต่เป็นการทับศัพท์ให้ทำเป็น 

ควรเรียนเพื่อที่จะตอบว่าทำอะไรเป็นบ้าง ทักษะที่สำคัญในการสื่อสารสำคัญมาก เราสามารถเอาความรู้ทั้งโลกมาสังเคราะห์ ให้สอดคล้องกับพันกิจของเราเอง เอามาถกเถียง ถกแถลง ทำไม่เป็น เขียนก็เขียนไม่เป็น เขียนได้แต่เรื่องของตัว แต่เขียนร่วมกันไม่เป็น การใช้ตัวเลข คำนวณเป็นไหม ตีความข้อมูลเป็นไหม นำเสนอข้อมูลได้ไหม วันนี้มีนักเรียนของเราเยอะมากที่ไม่มีทักษะคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นตักกะที่ทำให้คิดแบบมีเหตุและผลเป็น 

ICT. เป็นเครื่องมือในการบริหารความรู้ทุกมิติ ความรู้ในอนาคตลอยฟ่องอยู่ทั่วโลก ถ้าเราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล เราจะพูดกับคนอื่นรู้เรื่องไหม ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ไหม เราทบทวน เราวิเคราะห์วิจัย เป็นไหม ทักษะการสื่อสาร  การทำงานเป็น การทำงานร่วมกับคนอื่นเป็น สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานของทักษะพื้นฐานชีวิตการประเมินควรจะตั้งโจทย์ใหม่

: นักศึกษาเรารู้อะไร เปลี่ยนมา ทำอะไรเป็น

ควรเริ่มที่แปลตำรา เลือกเอาตำราที่ดี ที่ทำให้เราทำเป็นมาแปล อย่างน้อยทำอะไรไม่เป็นเลย ก็ขอให้ทำตามตำราดีๆที่อ่านแล้ว ทำเป็น เข้าใจ ทำตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลย ตำราเหล่านี้จะไปหาที่ไหน อาจจะค้นจากตำราในมหาวิทยาลัยทั่วโลก เลือกที่มันตรงกับโจทย์ของเรา  อาจารย์อาจจะตั้งคำถามว่า  แล้วจะทำยังไง

คำถามนี้ : ถ้าถามตัวเองจะง่ายกว่าถามคนอื่น ..จะทำเรื่องยุ่งยากให้ง่ายอย่างไร คิดๆๆๆ เขามีสมองไว้ให้คิด คิดไม่ออกถาม ถามไม่ได้คำตอบลงมือค้นๆๆๆ ค้นแล้วยังไม่พอใจควรลงมือทำการวิจัยด้วยตนเอง วิจัยให้กระจุ้ยไปเลย เรามาปรับวิธีการสอนสักเล็กน้อยเสริมพฤติการณ์เรียนการสอนใหม่ เลิกสอนแบบเป็นเรื่องๆ ผู้สอนผู้เรียนมีความสุข มีความภาคภูมิใจ รับการยอมรับ ทุกคนเป็นพระเอก นางเอก 

สรุป ชาวมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ต้องถามตัวเองว่า ปัญหาของเราอยู่ที่ไหน จะออกไปหาชุมชนอย่างไร ลืมไปเลยที่จะค้นพบทฤษฎีใหม่ ในเชิงการวิจัยที่เราจะทำได้บ้าง คือการค้นหาต้นแบบ เช่น คณะบริหารฯกำลังค้นพบวิธีที่จะทำให้ชุมชนอยู่กันได้อย่างพอเพียง การค้นหาต้นแบบชุมชนที่ใช้ชีวิตแบบพอเพียง คำถามคือ ผลลัพธ์สุดท้าย จะทำให้เกิดหมู่บ้านอย่างนี้ 100-200-500หมู่บ้านได้อย่างไร? 

เลิกทำวิจัยแบบโดดเดี่ยวได้แล้ว ควรทำแบบเครือข่ายวิจัย อาจารย์รุ่นเก่ากับอาจารย์รุ่นใหม่ถ้าทำวิจัยร่วมกัน จะเป็นการร่วมพลังการการวิจัยแบบมีส่วนร่วม มหาวิทยาลัยอุบล ถ่ายยุทธศาสตร์ สู่การปฏิบัติให้ได้ รองคณะบดีกับหัวหน้าภาค ต้องเน้นทำหน้าที่ตรงนี้   สอนแบบไหนให้ทำเป็น ลงพื้นที่เป็นแล้ว งานขับเคลื่อนวิชาการสู่ชุมชนจึงจะเป็นจริงได้  วิชาการ+อาชีพ = เพื่อสร้างวิชาชีพ =วิชาชีพ/วิชาชีวิต  

ตื่นได้แล้ว กลับมาหาเรื่องตนเอง พัฒนาเรื่องตรงนี้ ให้ความสำคัญกับคนตรงนี้ให้มาก จะเพิ่มมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร มหาวิทยาลัยอุบลจะไม่ธรรมดาได้อย่างไรอย่างน้อยถ้าส่งลูกเรียน มหาวิทยาลัยอุบลฯ แล้วพ่อแม่สบายขึ้น ทำให้ให้ความเป็นอยู่ของชาวอุบลได้ดีขึ้น จะดีไหมครับ? ตื่นจากภวังค์เถอะครับ ถอยกลับมาสู่โลกความจริง อยู่กับโลกความจริง ทำความจริงให้ปรากฏ ชวนกันอยู่ให้เห็น ให้ได้อย่างปกติสุข

เราจึงจะสามารถอธิบาย..ความจริง!ได้

เราควรมีวิธีสร้างความเป็นจริง! แล้วหรือยัง ?