”แม่เงา” ชื่อนี้เมื่อก่อนปี 2531 ผมยังไม่เคยเห็นไม่เคยรู้จักไม่เคยได้ยินเสียด้วยซ้ำ ไม่รู้เลยว่า “แม่เงา”จะเป็นชื่อของแม่น้ำสายหนึ่งที่เป็นสาขาของแม่น้ำสาละวิน หรือแม่คง ครั้งแรกที่ประสบพบกับแม่เงา ผมมองดูแล้วคิดว่าไม่ต่างไปจากแม่น้ำคาวข้างบ้านผมที่เชียงใหม่ ขนาดความกว้างของแม่เงา ก็ประมาณไม่เกิน30 เมตรที่ดูจะแตกต่างกันก็คือแม่เงามีน้ำที่ใสและเย็นกว่าวันนี้คงเขียนได้เพียงแค่นี้เป็นการเกริ่นนำเพราะพรุ่งนี้ผมจะได้มีโอกาสกลับไปเยือนแม่เงาที่ผมจากมาถึง 18 ปี น้ำแม่เงา เป็นลำน้ำสายสำคัญที่สุดในพื้นที่นี้ เนื่องจากเป็นลำน้ำที่ยาวที่สุดไหลผ่านพื้นที่จัดตั้ง อุทยานแห่งชาติ ซึ่งไหลผ่านพื้นที่มีความยาวประมาณ 42 กิโลเมตร โดยเริ่มจากบริเวณบ้านสบโข่งไหลขึ้นเหนือถึงบริเวณสบเงา มาบรรจบกับแม่น้ำยวม แม่น้ำเงาเป็นเส้นแบ่งของจังหวัด โดยพื้นที่ตะวันตกเป็นอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก และพื้นที่ทางตะวันตกจะเป็นอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลักษณะของลำน้ำมีความใสมาก จึงได้ชื่อว่าแม่น้ำเงา ความกว้างประมาณ 10-20 เมตร ไหลคดเคี้ยวไปมาในฤดูฝนน้ำจะเชี่ยวมาก ชาวเขาจะใช้ลำน้ำนี้เป็นเส้นทางคมนาคมโดยทางเรือ ในการติดต่อกับอำเภอสบเมย ลำห้วยในพื้นที่ที่ไหลลงสู่ แม่น้ำเงามีหลายสาย เช่น ห้วยแม่เลาะน้อย ห้วยแม่บาง ห้วยแม่เละละโคร ห้วยโอโละโกร ห้วยโกงอูม เป็นต้น แม่เงาในอดีตสวยงามมาก ทั้งป่าไม้และสายน้ำกลุ่มชาติพันธุ์ที่แม่เงาส่วนใหญ่เป็นพี่น้องชาวปะปากะญอ หรือปักกะยอหรือกะเหรี่ยง ที่มีหลายหย่อมบ้าน ต้นน้ำแม่เงาอยู่ในเขตพื้นที่บ้านแม่โขง อำเภออมก๋อยของจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญๆได้แก่ ไม้สัก ไม้แดง ไม้รกฟ้า ไม้เก็ด ไม้ทองหลาง ไม้ประดู และพันธุ์ไม้อีกมากมายหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีพันธุ์สัตว์ป่าหายากอีกมากมายอาทิ หมีควาย เก้ง กวาง กระทิง วัวแดง ช้าง เลียงผาหรือกวางผา ในสมัยที่ผมไปประจำที่นั่น ช่วงปี 2531 ยังเคยพบเห็นสัตว์เหล่านี้บ่อยๆรวมไปถึงนกเงือก นกอินทรีย์ นกขุนทองซึ่งมีมาก นอกจากนี้ในแม่นำเงายังมีปลาหลายๆชนิด ที่ผมเคยเห็นชาวบ้านจับกันเมื่อก่อนตัวโตมาก จำไม่ผิดขนาดเด็กเล็กๆเลยเชียวละครับ เวลาจับได้ต้องใช้เชือกขนาดประมาณ 6 หุนถึง1 นิ้ว มัดล่ามไว้กับต้นไม้อาทิปลาปลากระทิง ปลาแรด ปลาพวงปลาบู่ ปลากดคัง ปลาคัง ปลาแข้แต่เดี๋ยวนี้เท่าที่สอบถามจากลุงยนต์ คนสนิทคุ้นเคย เคารพนับถือกันและเคยเป็นโชเฟอร์คนขับเรือให้ผมในสมัยนั้น ได้รับคำตอบว่าเดี่ยวนี้หายากและไม่ค่อยได้เห็นเลย สายน้ำแม่เงามีน้ำตกโอโล๊ะโกร ที่เป็นน้ำตกที่สวยแห่งหนึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความสูงกว่า 100 เมตร มีความสวยงาม อยู่กลางป่าลึกต้องใช้เวลาเดินทางด้วยเท้าประมาณ 2 วัน 1 คืน แต่เดี๋ยวนี้มีทางรถยนต์ขึ้นไปถึงบ้านอุมโล๊ะเหนือ ทำให้ระยะทางไปสู่น้ำตกใกล้ขึ้น <p>
</p><p> สายน้ำแม่เงาที่คงพอหลงเหลือความเป็นแม่เงาอยู่บ้าง</p><p>
</p><p>น้ำตกที่ยังคงความสวยงามและยิ่งใหญ่แห่งสายน้ำแม่เงา</p><p>
</p><p> แถบนี้เมื่อก่อนรกทึบไปด้วยป่าไม้ แต่เดี๋ยวนี้มีแต่หญ้า</p><p>เมื่อก่อนคราที่ผู้เขียนไปทำงานที่กิ่งสบเมยปี 2531 แม่เงา ยังคงมีความสวยงาม ร่มรื่นป่าและสายน้ำแม่เงายังคงบริสุทธิ์ การเดินทางจากแม่สะเรียงไปยังแม่เงาต้องเดินทางด้วยรถสองแถวรับจ้างที่มีไม่เกิน3คัน ถนนก็เป็นถนนลุกรัง เวลามีคนถามถึงถนนหนทางพวกเรามักตอบไปว่า “ถนนลาดยางหมด” หมายถึงยางที่ใช้ลาดหมดถนนเลยเป็นลูกลัง เต็มไปด้วยหลุมบ่อ การหลบหลุม แทบไม่มีโอกาสที่จะหลบ พวกเราที่ในกิ่งสบเมยเวลาเดินทางไปทำงานพวกผู้หญิงต้องสวมใส่เสื้อคลุมแขยยาว สวมหมวกปิดหน้า สวมแว่นตาใครไม่มีแว่นตาก็จะโผล่มาให้เห็นแค่ลุกตาเท่านั้น พอลงจากรถทุกคนก็เป็นฝรั่งกันไปหมดขนตาก็แดงไปด้วยฝุ่น การเดินทางไปแม่เงาหรือในเงา มีรถสองแถวของ ศรีนวล หรือที่พวกเราเรียกว่า “รถครูดี “ ครูใหญ่โรงเรียนบ้านแม่หลุยสมัยนั้น เป็นพาหนะ รถจะออกจากแม่สะเรียงประมาณ 10 โมงเช้า ไปถึงแม่เงาก็ประมาณ บ่ายๆ เมื่อไปถึงเราก็ต้องพักที่บ้านแม่เงาที่มีไม่กี่หลังคาเรือน ส่วนใหญ่พวกเราจะพักที่บ้าน อ้ายจันทร์แดง ปัจจุบันทราบว่าได้รับการคัดเลือกเป็นกำนัน ในแม่เงาไปแล้ว เมื่อพวกเราไปถึงก็จะพากันอาบน้ำอาบท่าก่อนมืดค่ำเพราะหากค่ำลงอากาศจะเย็น เราอาศัยน้ำแม่เงาเป็นอ่างอาบน้ำ สายน้ำที่ไหลเย็น แรงละลึกบริเวณที่เราอาบจะเป็นแพที่เขาใช่ล่องมาจากในเงา บางครั้งก็นึกสนุกขึ้นมาก็ลงไปว่ายเล่นในแม่เงาด้วยเหมือนกัน เมื่ออาบน้ำอาบท่าเสร็จพวกเราที่ทำงานในเงา 5-6 คนเช่นครูสุคต สอนที่บ้านนาดอยหรือบ้านอุมโล๊ะ ครูพนม สอนที่แม่โขง ครูนเรศ สอนบ้านแม่หาด (ไม่รู้ว่าถูกต้องหรือเปล่านะจำไม่ค่อยได้ละ) ครูอุดม สอนที่แม่หลุย พวกเราก็จะพากันล้อมวง รับประทานอาหารที่เราตระเตรียมมาจากตลาดแม่สะเรียงในตอนเช้า เพื่อนบางคนก็จะเดินไปที่บ้านลุงยนต์ ชายวัยกลางคนที่มีภูมิลำเนาดั้งเดิมอยู่ที่ดอยเต่า แล้วได้อพยพหนีน้ำจากการสร้างเขื่อนภูมิพล ขึ้นมาอยู่ที่นี่ ลุงยนต์มีคู่ชีวิตที่น่ารักและเด็ดเดี่ยวชื่อ “ป้ามูล หรือยายมูล “ของพวกเรา ยายมูลจะเปิดร้านขายของเล็กๆน้อยๆที่เอามาจากแม่สะเรียง และบางทีก็มี สรถ. ด้วยเพราะป้ามูล เป็นเจ้าของโรงกลั่นผีมือเยี่ยมเจ้าเดียวในแม่เงา ที่ฝีมือในการต้ม สรถ. รสชาดนุ่มอร่อย หอมหวาน เป็นที่น่าเสียดายเดี๋ยวนี้ ป้ามูลของเราเลิกกิจการนี้ไปเลียแล้วแล้ว ส่วนลุงยนต์ ก็ทำหน้าที่ขับรถไปหาซื้อของในแม่สะเรียงบ้างเชียงใหม่บ้างมาให้ป้ามูลจำหน่าย นอกจากนี้ลุงยนต์ยังเป็นกัปตันเรือฝีมือฉมังคนหนึ่งคู่กับ อ้ายจันทร์แดง แม่เงานับว่าเป็นสายน้ำที่ท้าทายในการขับเรือ เพราะสายน้ำแม่เงาเต็มไปด้วยโขดหิน เกาะแก่งมากมาย บางช่วงแคบและชัน นอกจากนี้สายน้ำยังเชี่ยวกรากอีกด้วย เมื่อเรารับประทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลานอน ถึงแม้ไม่ถึงเวลาก็จำต้องข่มตาข่มใจนอนเพราะว่าไม่มีไรทำหรือให้ดูอีกอย่างอากาศเย็น แม้จะใส่เสื้อใน(ดื่มเหล้า)กันไปพอเป็นกระสัยก็ไม่สามารถทำให้เราหายหนาวได้ เรานอนคุยกันไปจนหลับกันไปข้างหนึ่ง พอประมาณตี 5 ก็ต้องตื่นเพราะภรรยาของอ้ายจันทร์แดงที่เป็นชาวกระเหรียงจะตื่นมาทำอาหาร ให้พวกเราและเตรียมข้าวของให้อ้ายจันทร์แดง ไปขายในเงา พวกเราตื่นขึ้นมาก็เก็บสัมภาระเตรียมออกเดินทาง อ้ายจันทร์แดงก็จะไปเตรียมเรือ พวกเราทานอาหารเสร็จก็ขนของขึ้นเรือ กว่าจะออกเดินทางจากท่าเรือแบบไม่เป็นทางการคือท่าเรือจันทร์แดงได้ก็เกือบ 8 โมงแล้วครับ เรือของอ้ายจันทร์แดงก็พาเราวิ่งทวนกระแสน้ำขึ้นไปสายน้ำที่สงบเงียบค่อยๆไหลแรงและเชี่ยวขึ้นเรื่อยๆ ทามกลางสองฟากฝั่งที่เต็มไปด้วยป่าไม้พันธุ์ไม้ที่อุดมสมบูรณ์เขียวชะอุ่ม
</p><p>บางครั้งเราจะพบเห็นสัตว์ป่าหลายๆชนิดอาทิ อีเห็น ไก้ป่า หรือบางครั้งก็เก้ง นกต่างๆมากมายเช่น นกขุนทอง นกแก้วป่าหรือนกแล นกปรอดหัวจุกรวมไปถึงนกยูงและนกเหงือก ซึ่งเป็นนกสงวนที่หายากมาก (เขาอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ๆ กระพือปีกทีเสียงดังหากเดินคนเดียวก็ชวนขนหัวลุกเหมือนกัน) ก็มีให้เราได้พบเห็นมากมาย พวกสัตว์น้ำที่เราพบเห็นก็เหมือนกัน ทั้งปลากัง ปลาตะเพียน ปลาฝาหรือตะพาบน้ำตัวโตๆ ผู้เขียนยังไม่เคยเห็นตะพาบน้ำที่ไหนตัวขนาดเท่ากระด้งก็ได้เห็นที่นี่แหละครับ การเดินทางโดยเรือในแม่เงาหากเราลองย้อนหลังไปทางที่เราผ่านมาดูแล้วน่าตื่นเต้นครับ เพราะดูเหมือนเราจะนั่งเรือขึ้นเขา ผมพูดแบบนี้หลายท่านคงงงและไม่เชื่อ ที่ผมพูดแบบนี้เพราะว่ามันเป็นแม่น้ำที่ไหลจาบบนเขาหรือที่ลาดชันมากกว่าที่อื่นนะครับเวลาเรานั่งเรือก็เลยเห็นชัดว่าแม่น้ำนี้ไหลลงมาจากที่สูง น่าตื่นเต้นดีครับ เรื่อแล่นขึ้นไปตามแม่เงาผ่านหย่อมบ้านต่างๆอาทิบ้านแม่หลุย ซึ่งเป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยง มีโรงเรียนบ้านแม่หลุยที่มีครูสองคนคือครูอุดม ใสส่อง และครูศรีนวล หรือครูดี ที่เราชอบเรียกกันเป็นครูใหญ่ เรื่อพาเราขึ้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งจวนจะถึงบ้านอุ่มโล๊ะหรือนาดอย ก็จะพบกับปางไม้ของบริษัททำไม้ อยู่ริมฝั่งน้ำ เลยขึ้นไปอีกเล็กน้อยเราก็ได้พบเห็นกับวิธีการจับปลาของคนในเงา ที่ไม่ค่อยได้พบเห็นคือเขาจะตัดเอาต้นไม้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง4-6นิ้ว ไปปักทำคล้ายๆแบบรั้ว กันแม่นำเงาไว้ดูไปก็เหมือนพะเนียดช้างแหละครับ แต่อยู่ใมนน้ำ น้ำไหลผ่านได้ มีช่องหรือประตูสำหันให้ปลาผ่านเข้าไป ผมคงอธิบายไม่ถูกแต่ก็พยายามค้นหารูปถ่ายที่ได้เคยบันทึกไว้มาให้ดูไม่รู้ว่าจะยังหลงเหลือหรือเปล่า</p><p> คืนนี้คงพอแค่นี้ก่อนนะครับ อย่าเพิ่งเบื่อนะครับจะพยายามหาเวลามาเขียนครับ ไปถ่ายรูปมาหลายรูป จะพยายามคัดเอาที่คิดว่าสวยๆมาส่งให้แต่เรียนให้ทราบก่อนนะครับว่ามือสมัครเล่นครับ (ขอโทษนะครับที่รูปดูไม่ได้กำลังศึกษาวิธีการเอารูปลงอยู่ครับโปรดรอคอยนะครับมือใหม่จริงๆ) </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p>
หวนคำนึงถึงอดีตที่แม่เงา
อดีตที่แม่เงา
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
อัสมา ลังประเสริฐ · 3 ธ.ค. 2550
purepure's mom · 3 ธ.ค. 2550
ยุวนุช · 3 ธ.ค. 2550
ธีรนร นพรส · 3 ธ.ค. 2550
Tor@ubu · 3 ธ.ค. 2550
Bright Lily · 3 ธ.ค. 2550
นาง สายสุนีย์ สายนีย์ สุวรรณนิตย์ · 3 ธ.ค. 2550