ราชภัฏ
- คำถามยอดฮิตของบัณฑิตชาวราชภัฏ ทำไมบริษัทในกรุงเทพฯ จึงไม่รับบัณฑิตที่จบจากราชภัฏ หรือพิจารณาราชภัฏเป็นอันดับท้าย ๆ?
- มีบัณฑิตจบใหม่คนนึ่งเล่าให้ฟังว่า เค้าจบจากราชภัฏเข้าไปแสวงหางานในกรุงเทพฯ เพื่อที่จะหาเงินตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่ขายนา ขายควายส่งเรียนราชภัฏจนจบ เกรดเฉลี่ยของเค้า ก็ไม่มาก ไม่น้อย 3.12 แบบนี้ก็พอใช้ได้ถึงไม่ได้อยู่ในระดับเก่งมาก วันหนึ่งเดินเข้าไปสมัครงานในบริษัทหนึ่ง (....ขอสงวนชื่อบริษัท) ใหญ่พอสมควร เขียนใบสมัครเสร็จ ก็ส่งใบสมัครไม่ทันจะถือกระเป๋ากลับบ้าน เพื่อรอเรียกตัวสอบสัมภาษณ์ ก็เห็นใบสมัครของตัวเองถูกโยนทิ้งในถังขยะ ซะอย่างงั้น (พอได้ฟังก็น้ำตาตกในเพราะเราเองก็ศิษย์เก่าราชภัฏ) นี่มันเป็นเพราะอะไร?
- ใครตอบได้บ้าง หรือเพราะว่าค่าเทอมราชภัฏไม่แพงเหมือนมหาวิทยาลัยอื่น ๆ หรือเป็นเพราะตัวของบัณฑิตเองศักยภาพไม่ถึง แต่ยังไม่ได้รับเลยจะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กราชภัฏศักยภาพไม่ถึง หรือเพราะอะไร ใครตอบได้ช่วยตอบให้กระจ่างที
- อย่างไรก็ตาม ขอให้บัณฑิตชาวราชภัฏอย่าท้อนะจ๊ะ ฝันมันอยู่ในมือเรา เพียงแค่เราจะทำฝันให้เป็นจริงได้หรือไม่เท่านั้นเอง แสดงศักยภาพของเราให้เค้าได้เห็นว่าเราก็มีดีเหมือนกันไงง เด็กราชภัฏ ฝันให้ไกล...ไปให้ถึง
ผมจบวิทยาการคอมพิวเตอร์ ก็เคยคิดครับแต่บังเอิญการสมัครงานของผมไม่ค่อยมีปัญหาจบแล้วได้งานเลย เปลี่ยนงาน 2 ครั้ง
ประสบการณ์ส่วนใหญ่ที่โดนพูดถึงเกี่ยวกับการจบจากราชภัฎ อยู่ที่ที่ทำงานที่แรก เป็นบริษัท คนไทย หลังจากที่เข้าไปทำงานแล้ว ไม่ค่อยมีปัญหากับหัวหน้าแต่เพื่อนร่วมงานที่มาจาก ม.อื่น ผมมักจะโดนถามเรื่องเกี่ยวกับคนที่จบมาจากราชภัฎอยู่เหมือนกัน(ทำนองกึ่ง ๆ ถามกึ่ง ๆ ดูถูก) หลายครั้งที่ออกไปทำงานที่บริษัทลูกค้าก็มักมีคนถามว่าจบมาจากไหน ผมก็บอกว่าจบจากราชภัฎ แล้วก็ถามผมว่าแล้วจบโทจากไหน ผมก็บอกไปว่ายังไม่เรียน (ความหมายคือคงเข้าใจว่าถ้าจบจากราชภัฎอย่างเดียวคงทำงานไม่ได้อย่างนี้)
แต่สุดท้ายผมก็ทำงานได้ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาคือบริษัทคนไทยมักมีคนคิดแบบนี้เยอะ ทำงานอยู่ที่นี้ 1 ปี ผมตัดสินใจออกไปทำงานบริษัทฝรั่งดีกว่า เพราะเงินดีกว่า โอกาสเติบโตมีสูงกว่า ระบบการทำงานที่ดีกว่าบริษัทคนไทย คนหัวคิดค่อนข้าง inter กว่า
ปัจจุบันผมอายุ 28 ปีเงินเดือน ประมาณ 40000 บาท ทำอยู่กับบริษัท Inter ในกทม.
จากประสบการณ์ผมขอแนะนำคนที่จบราชภัฎดังนี้ครับ
ไม่ว่าจบจากที่ไหนมีทั้งเก่งและไม่เก่ง และไม่มีใครเก่งไปตลอดโดยไม่พัฒนาเลย ดังนั้นต้องหาจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง แล้วพยายามพัฒนาแก้ปัญหาของตัวเอง เรื่องทั่ว ๆ ไปที่หนีไม่พบคือ 1.ความมั่นใจ กล้าแสดงออก 2.ภาษา 3.การอธิบาย การเจรจา การโต้แย้ง
พี่เป็นครู จบมาสอบบรรจุได้ที่ 1 ชนะเด็กจุฬาด้วยซ้ำ ศักดิ์ศรีคนเราอยู่ที่ผลงานไม่ใช้สถาบันน้อง
ผมจบจากราชภัฏเลย เอกภาษาอังกฤษ ศศบ. ฝึกงานที่บริษัททัวร์ชื่อจัมโบ้ทัวร์ กาญจนบุรี เป็นครูอัตราจ้างสอนภาษาอังกฤษที่จังหวัดชัยภูมิอยุ่ 1 เทิอม จากนั้นลาออก สมัครสอบไปทํางานเรือสําราญที่เมกาได้ ทํางานกับคนไทยมักโดนดูถูก ทํางานกับฝรั่งเขาปล่อยให้เราทําแล้วเอาผลงานมาวัดกัน เขาไม่สนว่าจบจากมหาลัยไหน เขาแคร์ว่าเราทําอะไรเป็น มีคําถามมากมายสําหรับคนที่จบจากราชภัฏทั้งหลาย / คําถามตอนที่เป็นนักศึกษา....เรียนที่ไหนหหรอ ตอบว่าเรียนที่ราชภัฏ คนถามแสดงท่าทาดูถูก/ พอเรียนจบก็มีคําถามอีก......ทํางานที่ไหนหรอ...คําตอบทําที่เมกา คนถามแสดงท่าทางไม่แน่ใจ เกิดคําถาม จริงหรอ ฟรุ๊กหรือเปล่าว/ คําตอบของผมคือ อาจเป็นเพราะผมฟรุ๊กสอบ TOEFL ได้เต็ม ตอบคําถามโต้ตอบกับฝรั่งได้ทุกข้อมั่งครับ/ คนถามแสดงท่าทางไม่พอใจ . เลือกที่ทํางานที่รับคนมีความสามารถจริงๆครับ ไม่ใช่วิ่งไปสมัครตรงที่เขาดูถูกเรา คนพวกนั้นดูคนที่เปลือก ถ้าเราเก่งจริงไม่ต้องไปสนหรอกครับบริษัทแบบนั้น บริษัทดีๆ ที่เมกาเยอะแยะ ในเมื่อคนไทยไม่ต้องการคนที่จบจากราชภัฏ เราก็ไปทําให้ฝรั่งเสียเลย อย่างน้อยเขาก็เห็นคุณค่าของเราครับ