ร่วมด้วยช่วยกัน......
สร้างนิสัยออมเงินดีกว่ากินขนมหวาน
ครูวารุณี จำปานิล ครูพี่เลี้ยงเด็กใน ศพด.บ้านด่านศรีสุข มีปัญหาคาใจมานานนักหนา ว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เด็กกินขนมที่ศูนย์เด็กเล็กได้ ??? เพราะขนมก่อเกิดขยะเกลื่อน ขนมทำให้เด็กๆ ทะเลาะ กัดกันเพื่อแย่งขนม ท้ายสุดคือเสียงร้องไห้ของเด็กๆ
พี่ที่สถานีอนามัยเปรียบเหมือนประกายแสงสว่าง ที่มาชวนร่วมทางไม่กินหวาน “ครูไม่อยากให้เด็กกินขนมที่ศูนย์ใช่ไหม น่าจะร่วมโครงการไม่กินหวานนะ” ครูวารุณี เกิดคำถามต่อไปว่า “ แล้วจะให้ทำอย่างไรล่ะ” พี่เขาก็ไม่มีคำตอบ เพียงแต่ให้กำลังใจว่า “ ใหม่ๆ ก็ลำบากหน่อย แต่คงต้องพูด คุยกันบ่อยๆ พี่คิดว่าน้องทำได้” เธอจึงได้คิดว่า ใช่เลยศูนย์เด็กมีพันธมิตรที่พร้อมช่วยอยู่แล้ว เพียงแต่เรามีแนวคิดว่าจะทำอะไร เขาจะช่วยกันหาทางออกว่าจะทำอย่างไร
จุดเริ่มของการเปลี่ยนแปลง โดยการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ของอบต. ด่านศรีสุข และเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย จัดเวทีประชาคม แล้วให้คุณครูนำเสนอปัญหาต่อ แกนนำในหมู่บ้าน และเธอได้เสนอแนวคิดว่าน่าจะให้เด็กออมทรัพย์ดีกว่ากินขนม ซึ่งทุกคนเห็นด้วย และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ
กระบวนการเปลี่ยนจากผู้ปกครองซื้อขนมให้เด็กทุกคนก่อนมาที่ศูนย์เด็กเป็นการออมเงิน ถูกพัฒนา จากการให้เด็กหยอดเงินที่ได้มาใส่กระปุกออมสิน เกิดปัญหาว่าเมื่อเงินมีมากจะเป็นภาระ จึงนำไปฝากธนาคาร ในนามเด็กและผู้ปกครอง มีเจ้าหน้าที่ธนาคารมารับที่ศูนย์เด็ก แต่ละปีผู้ปกครองก็ดีใจมียอดเงินบัญชีก้อนโต บางคนเก็บได้เป็นหมื่นบาท
สิ่งที่เกิดขึ้นมาจากความความร่วมมือ ของครูพี่เลี้ยงที่คิดดี ตั้งใจทำจริง แม้จะมีภาระเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่อบต. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นที่ปรึกษาที่คอยชี้แนะให้ฝันของศูนย์เด็กเล็กเป็นจริงได้ ขนมหายไปเป็น เด็กๆ ได้รับการฝึกการออมเงิน และการกินผลไม้แทนขนมหวาน นี่คือ เรื่องดีๆ ที่ศพด. บ้านด่านศรีสุข อ.โพธิ์ตาก หนองคาย

ควรสอนให้เด็กรู้จักการออมเงินตั้งแต่อายุเท่าไหร่
วัยอนุบาลก็เริ่มไดแล้วค่ะ ให้เด็กหยอดกระปุ๊กออมสินทุกวัน เงินของพ่อแล่แม่น่ะแหละค่ะ
ตัวเราก็ต้องชื่นชมว่าเขาทำในสิ่งที่ดี ทำแล้วพ่อแม่ชอบ และพ่อแม่ก็ต้องเป็นตัวอย่างด้วยค่ะ เช่น พอได้มาก เราก็ไปฝากออมสินให้เขา เราก็ฝากของเราด้วย แม้ไม่มากนัก แต่เราสอนให้ลูกรับรู้ว่า เราต้องมีทุนสำรองในยามขัดสนค่ะ
บุบผา
kuy