ราชาศัพท์ คือ ถ้อยคำที่ใช้พูดกับพระราชา

 

วัฒนธรรมการใช้คำราชาศัพท์

 

วัฒนธรรมสะท้อนการยกย่องและความผูกพันระหว่างกษัตริย์กับประชาชน

   

              ราชาศัพท์  คือ ถ้อยคำที่ใช้พูดกับพระราชา  แต่ปัจจุบันมีความหมายกว้างครอบคลุมไปถึง พระบรมวงศานุวงศ์ พระภิกษุ  เทพเจ้า และคำสุภาพที่ใช้กับบุคคลอันควรเคารพ ให้เกียรติ  ข้าราชการและสุภาพชน 

  

ที่มาของวัฒนธรรมการใช้ราชาศัพท์

  

             แต่เดิมครั้งกรุงสุโขทัยยังไม่มีวัฒนธรรมการใช้ราชาศัพท์ เพราะกษัตริย์อยู่ในฐานะพ่อขุนตามแบบการปกครองแบบพ่อปกครองลูก คำพูดที่ใช้จึงแบบสามัญ  ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมขอม  และได้ยกฐานะกษัตริย์สูงขึ้นเป็น สมมติเทพ   หรือสมมุติขึ้นเป็นองค์เทพ และบัญญัติธรรมเนียมการใช้คำพูดกับกษัตริย์ไว้ในกฎมณเฑียรบาลซึ่งปรากฏหลักฐานในสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ.1991-2031)  ดังนั้น ชื่อของกษัตริย์ และถ้อยคำที่ใช้กับกษัตริย์จึงเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะยกย่อง ให้เกียรติ และแสดงฐานะอันสูงส่งสมเป็นองค์สมมติเทพที่ไม่เหมือนกับสามัญชนทั่วไป

  

             มีคำอธิบายอันควรแก่การสังเกตในวัฒนธรรมการใช้ราชาศัพท์ว่า (สนิท บุญฤทธิ์ 2544 :12-14)  กษัตริย์ไทยทรงมีธรรมประจำใจ ทรงทศพิธราชธรรม ปกป้องประชาอาณาราษฎร์ให้ร่มเย็นเป็นสุข จึงทรงอยู่ในฐานะอันควรบูชาเหนือหัว เราจึงมีพระนามขานพระองค์ว่า พระเจ้าอยู่หัว   ทรงอยู่ในฐานะเจ้าของแผ่นดินนำความอุดมสมบูรณ์มาให้แผ่นดิน จึงได้พระนามว่า พระเจ้าแผ่นดิน  ทรงอยู่ฐานะเจ้าของชีวิตทั้งหลาย ทรงสามารถประหารชีวิตคนชั่วคุ้มครองคนดีและให้ความอุปถัมภ์ค้ำชูชีวิตผู้มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารได้ จึงได้พระนามว่า พระเจ้าชีวิต  ทรงเป็นจอมทัพ เป็นนักรบที่นำทหารปกปักรักษาแผ่นดิน จึงได้พระนามว่า พระมหากษัตริย์  และทรงเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งคุณธรรม จึงได้พระนามว่า พระธรรมราชา   คำนำหน้าพระนามว่า พระ  มาจาก วร  แปลว่า  ประเสริฐ   พระมหากษัตริย์จึงเป็นบุคคลอันประเสริฐ ที่ทรงคุณูปการยิ่งแก่ปวงชนในแผ่นดิน  ควรค่าแก่การเคารพยกย่องอย่างสูงดั่งเทพเจ้า

  

คำราชาศัพท์มาจากไหน

  

            คำราชาศัพท์มาจากการเลือกคำในภาษาต่างๆ ที่มีความเหมาะสมเพื่อให้เกิดความรู้สึกยกย่องเทิดทูนยิ่ง ภาษาใดที่ถือว่าเป็นภาษาสูงและศักดิ์สิทธิ์ก็จะนำมาประดิษฐ์ใช้เป็นราชาศัพท์ เช่น

  

           ภาษาเขมร  - เป็นภาษาจากชนชาติที่มีอารยธรรมเจริญสูงสุดมาก่อนและกษัตริย์ขอมก็ทรงอยู่ในฐานะสมมติเทพด้วย ราชาศัพท์ที่มาจากภาษาเขมร เช่น โปรด (ชอบ)  เสด็จ(ไป)  เสวย (กิน)  เขนย (หมอน)  ขนง(คิ้ว)  บรรทม (นอน)  สรง (อาบ)  ทูล (บอก) ฯลฯ

  

          ภาษาสันสกฤต เป็นภาษาที่พวกพราหมณ์ผู้กระทำพิธีติดต่อ บวงสรวงเทพเจ้า จึงสมควรนำมาประดิษฐ์ใช้ เช่น  มูรธาภิเษก (น้ำในพิธี)  หฤทัย (ใจ)  พระโอษฐ์ (ปาก)  พระปฤษฎางค์ (หลัง) สวรรคต (ตาย) ฯลฯ

  

         ภาษาบาลี เป็นภาษาที่ใช้ในพระไตรปิฎกในพระพุทธศาสนา และถือเป็นพระวจนของพระพุทธเจ้าซึ่งถือเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์  เช่น  พระบรมราโชวาท (คำสอน)  พระราชสาสน์ (หนังสือ) พระอัสสาสะ (ลมหายใจเข้า) พระปัสสาสะ(ลมหายใจออก) พระบาท (เท้า)  ฉลองพระหัตถ์ช้อน(ช้อน) ฯลฯ

  

        ภาษาอื่นๆ รับมาจากการติดต่อค้าขาย เช่น ภาษาเปอร์เซีย (พระสุจหนี่-ผ้ารองนั่ง )  ภาษาจีน (พระเก้าอี้เก้าอี้)  ภาษาอังกฤษ (พระโธรนเก้าอี้สูง)

  

        และภาษาไทย เช่น ลูกหลวง  หลานหลวง  เรือต้น  ม้าต้น  ช้างทรง เครื่องสูง  เครื่องบินพระที่นั่ง ฯลฯ

   

หลักการใช้คำราชาศัพท์

      1. คำราชาศัพท์สมบูรณ์ต่อไปนี้ใช้ได้เลย ไม่ต้องใช้คำว่า พระ  หรือ ทรง  นำหน้าอีก 

 พลับพลา   พาหุรัด    ทองกร    น้ำจัณฑ์    น้ำสังข์ 

 สร้อยพระศอ  ฝ่าพระบาท   ฉลองพระองค์   ลายพระหัตถ์        

น้ำพระเนตร   วันพระราชสมภพ  เครื่องบินพระที่นั่ง  

 เสด็จ  โปรด   เสวย   บรรทม   ตรัส   กริ้ว   สรง 

 ประชวร  ทอดพระเนตร  โปรดเกล้าฯ  น้อมเกล้าฯ 

 ทูลเกล้าฯ  ประทาน 

       (ยกเว้น  ผนวช  ให้ใช้  ทรง  นำหน้าได้ )

  

   2. คำสามัญใดๆ เมื่อต้องการใช้เป็นคำราชาศัพท์ต้องนำมาปรุงแต่งก่อนโดยใช้คำประกอบหน้า และคำประกอบหลัง ดังนี้

  คำประกอบหน้า -  พระบรมราช,พระบรม,พระราช,พระ,ราช, ทรง     

พระบรมราชโองการ    พระบรมราชานุญาต   พระบรมราชภิเษก      

พระบรมราชานุสาวรีย์  พระบรมราโชบาย      พระบรมราชูปถัมภ์      

พระบรมเดชานุภาพ     พระบรมวงศานุวงศ์    พระบรมโพธิสมภาร      

พระบรมฉายาลักษณ์    พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์  พระราชสมภพ      

พระราชอาสน์   พระราชหัตถเลขา  พระราชวโรกาส   พระราชอันตุกะ      

พระราชอิสริยยศ  พระราชวินิจฉัย  พระราชกำหนด  พระราชกุศล      

พระตำหนัก  พระสุธารส  พระอักษร  พระกระแสรับสั่ง 

พระสหาย    พระคู่หมั้น  พระขวัญ  พระเก้าอี้  พระแท่น 

ราชกิจ  ราชสมบัติ   ราชพัสดุ   ราชรถ  ราชานุสรณ์  ราชาธิบาย 

ราชูปถัมภ์  ราชานุญาต

  

     ทรง     1.นำหน้าคำนามเพื่อให้เป็นคำกริยาราชาศัพท์

     ทรงดนตรี  ทรงช้าง  ทรงกีฬา  ทรงปืน  ทรงบาตร 

ทรงชุดวอร์ม  ทรงสูท  ทรงสกี

 

               2. นำหน้าคำกริยาให้รู้ว่าเป็นคำราชาศัพท์ 

 ทรงวิ่ง ทรงทบทวน  ทรงปฏิเสธ  ทรงขอบใจ  ทรงหยิบ

ทรงทำนุบำรุง

 

               3. นำหน้าคำนามราชาศัพท์ที่มีพระนำหน้า 

 ทรงพระสรวล ทรงพระโอสถมวน  ทรงพระสุบิน 

ทรงพระอักษร  ทรงพระประชวร  ทรงพระพิโรธ

 

              4. ไม่ใช้  ทรง  นำหน้า ราชาศัพท์ที่มีคำว่า มี หรือ เป็นนำหน้าอยู่แล้ว เช่น

มีพระราชโองการ  มีพระราชดำรัส  มีพระราชเสาวนีย์ 

มีพระกระแสรับสั่ง มีพระบรมราชโองการ  มีรับสั่ง  

เป็นพระกรุณา  เป็นพระมหากรุณาธิคุณ เป็นพระราชอันตุกะ 

เป็นอัครศาสนูปถัมภก  

ยกเว้นคำสามัญที่มีคำว่าเป็นนำหน้า สามารถใช้ทรงนำหน้าได้ เช่น 

ทรงเป็นทหาร  ทรงเป็นปราชญ์  ทรงเป็นครู

  

คำประกอบหลัง -  ทรง,ต้น,หลวง,พระที่นั่ง

  

        โดยส่วนใหญ่คำประกอบหลังจะใช้ทำเป็นคำนามราชาศัพท์ เช่น 

 รถทรง  ช้างทรง  ม้าทรง  เครื่องทรง  พาหนะทรง

เครื่องต้น  ช้างต้น  ม้าต้น   เรือต้น  พระแสงปืนต้น 

 นาคหลวง  ฝนหลวง  รถยนต์หลวง อารามหลวง

แพทย์หลวง  ทุนหลวง  เรือนหลวง โรงเรียนหลวง

ข้าหลวง  รถพระที่นั่ง  เรือพระที่นั่ง  ช้างพระที่นั่ง

เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง  รถไฟพระที่นั่ง

  

        ในกรณีที่มีคำว่า พระที่นั่ง นำหน้านามราชาศัพท์เฉพาะอยู่แล้ว ไม่ถือว่าเป็นคำประกอบหน้า เช่น  พระที่นั่งต่างๆ ได้แก่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท   พระที่นั่งบรมพิมาน เป็นต้น

  

การแบ่งหมวดคำราชาศัพท์ 

        1. หมวดทั่วไป  แบ่งย่อยอีก 5 หมวด  

หมวดเครือญาติ   เช่น        

ปู่,ตา    -   พระอัยกา      ย่า,ยาย  - พระอัยกี พระอัยยิกา      

อา      -  พระเจ้าอา (น้องชายของพ่อ) 

            พระปิตุจฉา (น้องสาวของพ่อ)

 น้า       - พระมาตุลา (น้องชายของแม่)

             พระมาตุจฉา (น้องชายของแม่)

  

หมวดร่างกาย เช่น

นม         - พระถัน              น้ำนม  - พระกษิรธารา   

 หน้าท้อง  - พระนาภี            หลัง    - พระปฤษฎางค์ 

 ผิวกาย    - พระฉวี               ปอด   - พระปัปผาสะ 

  เลือด    - พระโลหิต            เหงื่อ  -  พระเสโท

  

หมวดเครื่องอุปโภคบริโภค เช่น

 เครื่องประดับ  -  พระปิลันธ์      

 เครื่องประดับพระเกียรติยศ - เครื่องสูง   

เครื่องแสดงความเป็นกษัตริย์ เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์

    ได้แก่  พระมหาพิชยมงกุฎ (มงกุฎ)  พระแสงขรรค์ชัยศรี(ดาบ)  

 ธารพระกร(ไม้เท้า)  วาลวิชนี(พัด,แส้ขนจามรี) และ ฉลองพระบาท(รองเท้า)  

 เนคไท  - ฉลองพระองค์เนคไท  ลิปสติก พระสำอางลิปสติก  

เครื่องหอม  -  พระสุคนธ์            ร่ม        -  พระกลด 

 ร่มเป็นชั้น   -   ฉัตร                 แว่นตา   - ฉลองพระเนตร

  

หมวดคำแสดงอาการ  เช่น

 สั่ง    -  มีพระบรมราชโองการ     สอน -  มีพระบรมราโชวาท  

 พูด   -  มีพระดำรัส                  ใช้    - มีพระราชกระแสรับสั่ง                                                        

ให้เข้าเฝ้า  บอกพระเจ้าแผ่นดิน   -   ขอพระราชทานกราบบังคมทูล

รายงานพระเจ้าแผ่นดิน       -    กราบบังคมทูลรายงาน 

ขออนุญาตพระเจ้าแผ่นดิน   -    ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต 

ขอโอกาสพระเจ้าแผ่นดิน    -    ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาส 

พระเจ้าแผ่นดินให้             -