ยังจำสายตานับ 14 คู่ที่ตั้งใจฟังเราโดยไม่มีสายตาไหนเลยที่จะเบนสายตาออกจากตัวเรา ทำให้ใจเรารู้สึกโป่งคับพองเต็มหน้าอก (ที่หญ่ายอยู่แร้น ๆๆ 555) และนึกยินดีว่าเราของเราแม้แต่เป็นเรื่องที่สำเร็จแบบเล็ก ๆ แต่ที่นี่มันช่างยิ่งใหญ่จริง ๆ ในวันนี้ก็เลยเก็บความภูมิใจเล็ก ๆ และไม่ลืมที่จะบันทึกภาพที่แสนจะยิ่งใหญ่ในวันนี้ไว้
งาน KM แห่งชาติเริ่มขึ้นเมื่อสองวันที่แล้ว ที่โรงแรมมิราเคิล แกนด์ในวันแรก วันนี้เราแต่งตัวซะเหมือนเป็นรัฐมนตรีหญิงเลยทีเดียว อิอิ...ทำเอาเพื่อน ๆ และพี่ ๆ ที่ไปด้วยหันมามองแบบ(หมั่นไส้) ชื่นชม 555
บรรยากาศของงานในวันแรกในห้องแกรนด์บอลลูมของโรงแรมทำให้นกตื่นตาตื่นใจมาก เพราะนอกจากงานของ Km จะอยู่ในห้องขนาดใหญ่แล้วยังขนาบข้างด้วยห้องจัดงานวิวาห์ ทุกห้อง(ขอย้ำ ทุก ห้องๆๆๆ) เออ..เนอะ ลืมไปว่าวันนี้เป็นวันดีใคร ๆ ก็ได้ฤกษ์วันนี้กันทั้งนั้นทำให้บรรยากาศในโรงแรม ฯ วันนั้นผู้คนอัดแน่นมาก อิอิ..หัวใจซีกด้านซ้ายกับมันสมองด้านขวาขบคิดกันว่า 55 นี่ถ้าเราแอบไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวเนี่ย เค้าจะรู้ไหมน๊า แบบว่าจะแอบไปกินขนมแต่งงาน ก็คนมันเยอะนี่นา
....เอาละ ฝอยมาเยอะแล้ว ขอเข้าเรื่องเลยนะ... เช้าแรกอาจารย์ประพนธ์ ฯ ท่านเป็นวิทยากร ท่านบอกว่า วันนี้เป็นวันของคนที่เป็น Km มือใหม่นะ...เพราะคงต้องวางพื้นเรื่อง KM แล้วท่านก็บอกว่า หากใครเก่งแล้วก็เฉย ๆ เสีย ลีลาท่านในการดำเนินเรื่องเป็นสิ่งที่นกบันทึกไว้ใน แมมโมรี่ความทรงจำทีเดียว ท่านไม่ใช่แสตนท์ ท่านไม่ใช้ที่นั่ง แต่ท่านเดินไปเดินมา ยกมือทักทายและประกอบการบรรยายท่านไม่เคยทำให้นกง่วงเลย.. แต่กลับซึมซับความรู้ผ่านเข้ามาสู่หัวใจและเซลล์สมองอย่างเป็นระบบ...และกลับนึกย้อนถึงตัวเองว่า เออนะเราเนี่ยจะต้องฝึกฝน เรียนรู้ และเสริมสร้างปัญญา และพัฒนาสมองซีกซ้าย ซีกขวา อีกนานเท่าใดหรืออาจจะไม่มีในชาตินี้ก็ได้ที่จะทำอย่าง อ.ประพนธ์ สัก เศษ 1 ส่วน 500 ก็ยังดี
...ในวันแรก เราได้มีการจัดกิจกรรมกลุ่ม ให้แรกเปลี่ยนเรียนรุ้ซึ่งกันและกัน ฝึกเล่าประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จของกันและกัน ทุกคนผลัดกันเล่าอย่างสนุกสนาน นกเองเป็นผู้หนึ่งที่มีโอกาสได้เล่ากรณีความสำเร็จของตัวเอง และยังจำสายตานับ 14 คู่ที่ตั้งใจฟังเราโดยไม่มีสายตาไหนเลยที่จะเบนสายตาออกจากตัวเรา ทำให้ใจเรารู้สึกโป่งคับพองเต็มหน้าอก (ที่หญ่ายอยู่แร้น ๆๆ 555) และนึกยินดีว่าเราของเราแม้แต่เป็นเรื่องที่สำเร็จแบบเล็ก ๆ แต่ที่นี่มันช่างยิ่งใหญ่จริง ๆ ในวันนี้ก็เลยเก็บความภูมิใจเล็ก ๆ และไม่ลืมที่จะบันทึกภาพที่แสนจะยิ่งใหญ่ในวันนี้ไว้ (ส่วนที่ไม่ได้นำมาลงในวันนี้เพราะนกบันทึกผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่นี่ (อิมแพคเมืองทองธานี) เขาไม่ให้เสียบไดร์ฟ ใด ๆ )
......บทเรียน KM ในวันแรกที่ โรงแรมมิราเคิลแกนด์ ทำให้นกมีพลังประหลาด มันรู้สึกถึง พลังในตัวเอง มุมมองใหม่ ๆ ที่เรามองภาพการทำงานขององค์กรของเรา กระหายฯ และอยากกลับเข้าทำงานเร็ว ๆ อยากนำความรู้ที่ได้รับในวันนี้ ถ่ายทอดให้แก่ผู้ที่ไม่ได้รับโอกาสมาอย่างนก ขอบคุณ สำหรับการไว้วางใจให้เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่ม KM ของเทศบาลนครพิษณุโลก ขอบคุณ ๆๆ และขอบคุณจริง ๆ
มาเยี่ยมชมแล้วครับ คงจำผมได้นะครับ เจอกันตอนทานข้าว นะครับ
ขอชมว่า เขียนได้ดีนะครับ
ผมยังเขียนเป็น ท่อนๆ อยู่เลย
....และกลับนึกย้อนถึงตัวเองว่า เออนะเราเนี่ยจะต้องฝึกฝน เรียนรู้ และเสริมสร้างปัญญา และพัฒนาสมองซีกซ้าย ซีกขวา อีกนานเท่าใดหรืออาจจะไม่มีในชาตินี้ก็ได้ที่จะทำอย่าง อ.ประพนธ์ สัก เศษ 1 ส่วน 500 ก็ยังดี
......บทเรียน KM ในวันแรกที่ โรงแรมมิราเคิลแกนด์ ทำให้นกมีพลังประหลาด มันรู้สึกถึง พลังในตัวเอง มุมมองใหม่ ๆ ที่เรามองภาพการทำงานขององค์กรของเรา กระหายฯ และอยากกลับเข้าทำงานเร็ว ๆ อยากนำความรู้ที่ได้รับในวันนี้ ถ่ายทอดให้แก่ผู้ที่ไม่ได้รับโอกาสมาอย่างนก ขอบคุณ สำหรับการไว้วางใจให้เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่ม KM ของเทศบาลนครพิษณุโลก ขอบคุณ ๆๆ และขอบคุณจริง ๆ
คำถามที่เกิดขึ้นว่าจะทำได้สักเศษ 1 ส่วน 500 ของท่านประพนธ์หรือเปล่า พี่ว่าคุณนกมีคำตอบในบทสุดท้ายของบันทึกแล้วนะคะ คนเราทำบทบาทภาระหน้าที่คนละอย่าง ท่าน อ.ประพนธ์ ก็ทำหน้าที่ท่าน พวกเราก็ทำหน้าที่ เหมือนที่คุณนกเขียน และจะกลับมาทำ ....เป็นกำลังใจให้ถ้วนหน้า..นะจ๊ะ
อิอิ (แซ่เฮ...ต้องมี อิอิ)