ผีเงือกอาศัยในเงิบถ้ำเงื้อมฝั่งวังน้ำลึกเฝ้ารักษาสายห้วงน้ำใหญ่

"ระวังเน้อ...หละอ่อนสูเขาไปเหล้นน้ำจะถูกผีเงือกเอาไปกิ๋นในวังน้ำใหญ่......."  นี่เป็นคำเตือนของผู้ใหญ่บอกให้ลูกหลานอย่าไปเล่นน้ำในที่อันตราย

เกี่ยวกับเงือกมีตำนานมากมาย ไม่ว่าเงือกตามแม่น้ำ หรือทะเลหรือแม้แต่ต่างประเทศหากเราไปเที่ยวก็มักจะเห็นรูปปั้นนางเงือกตัวเป็นคนหางเป็นปลานั่งอยู่หน้าอ่าว  หรือแม้กระทั่งในเรื่องพระอภัยมณีก็มีเรื่องนางเงือกมาเกี่ยวข้อง  แสดงว่านางเงือกมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตผู้คนอยู่ไม่น้อย

อย่างไรก็ตามตัวจริงเป็นอย่างไรไม่มีใครพบเห็น แต่ในตำนานล้านนาเอกสารหลายฉบับต่างบันทึกเรื่องเกี่ยวกับเงือกไว้ค่อนข้างตรงกันดังเช่นตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่กล่าวถึงความดุร้ายของเงือกดังนี้

"........พระญาฅำฟูได้ไพเมืองเชียงคำ  อุบายเล้าโลมอย่าหื้อสหายตนเคียดหั้นแล     พระญาฅำฟูจักขึ้นเมือเรีอน    เมียงั่วหงผู้ ๑  มีรูปโฉมงามนัก   มาชำระตีนพระญาฅำฟูแล้วจูงมือพระญาเมือเรือน   นางผู้นั้นกะทำมายาล่อพระญา    พระญาบังเกิดตัณหาคลาดจากสติ   มีใจใคร่กัตติอยู่นอนกับด้วยนางผู้นั้น   จิ่งหยักมือนางผู้นั้นหื้อสัญญา   ยามตัณหาเกิด  พระญาค็เอานางผู้นั้นมานอนด้วยฅืนรุ่ง  ท่านกฎุมพีค็บ่รู้สภาวะอันพระญาเอาเมียตนไพอยู่ไพนอน      หั้นแล       ได้ ๖  วัน   ๗  วัน   พระญาไปดำหัวสรงเกสในแม่น้ำเชียงฅำ  ยามนั้นเงือกตัว  ๑    ใหย่นักลุกแต่เงื้อมผาออกมาชักเอา พระญา เข้าไพในเงื้อมผาที่หั้นแล        คนทั้งหลายเปนต้นว่าเสนาอามาจจ์  แสวงหาพระญาบ่พบไหนสักแห่ง  นานได้  ๗  วัน   ซากพระญาไหลออกมา  ฅนทั้งหลายจิ่งรู้ว่าพระญาฅำฟูตาย    หั้นแล......"(คำอ่านภาษาล้านนา...."ผะญาคำฟูฮู้ว่าสหายของต๋นเกี้ยด จึ่งไปเมืองเจียงคำ อุบายเล้าโลมอย่าหื้อสหายเกี้ยดหั้นแล       ผะญาจักขึ้นเมือเฮือน  เมียงั่วหงผู้นึ่งมีฮูปโสมงามนัก  มาจำระตี๋นผะญา  แล้วจู๋งมือผะญาเมื่อเฮือน   นางผู้นั้นขะตำมายาล่อผะญา    ผะญาบังเกิดตั๋ณหาก้าดจากสติ้   มีใจ๋ไค่กัตติ(รัก/พอใจ)อยู่นอนกับด้วยนางผู้นั้น    จึ่งหยักมือนางผู้นั้นหื้อสัญญา   ยามตั๋นหาเกิดผะญาก็เอานางผู้นั้นมานอนด้วยคืนฮุ่ง        ต้านกะฎุมปีก็บ่ฮู้สภาวะอันผะญาเอาเมียต๋นไปอยู่ไปนอน  หั้นแล     ได้หกเจ็ดวัน  ผะญาไปดำหัวสะหรงเกสในแม่น้ำเจียงคำ  ยามนั้นเงือกตั๋วนึ่งใหญ่นักลุกแต่เงิ้มผาออกมาจั๊กเอาผะญาเข้าไปในเงิ้มผาตี้หั้นแล    คนตังหลายเป๋นต้นว่าเสนาอามาตย์  แสวงหาผะญาบ่ป๊บไหนสักแห่ง    นานได้เจ็ดวันซากผะญาไหลออกมา   คนตังหลายจึ่งฮู้ว่าผะญาคำฟูต๋าย   หั้นแล...."

เท่าที่ยกตัวอย่างก็เป็นตำนานเงือกเอาชีวิตเจ้าเมืองคือพญาคำฟูเจ้าเมืองเชียงแสนในล้านนา

ส่วนเรื่องเงือกที่เล่ากันทั่วไปมันเป็นผีรักษาแม่น้ำใหญ่คอยเอาชีวิตผู้คนที่กระทำขึ้ดทำลายแม่น้ำหรือเป็นผู้ไม่อยู่ในศีลธรรม

ลักษณะเงือกผู้คนล้านนาก็มีเล่าหลายสาย แต่ที่จะเล่าต่อไปนี้ก็เป็นสายหนึ่งว่ากันดังนี้ "...อันว่าผีเงือกมันตั๋วยาวเหมือนดั่งป๋าเหยี่ยน(ปลาไหล)ผิวหนังมีเมือกมื่น(ลื่น)หลืดๆหลาดๆจับยับมันบ่ได้เมือกไคลมันหนายับก็หลูด...ยับก็หลูด...ส่วนหัวมันเหมือนมุ่มเหมือนงูมีหงอน   มันชอบอยู่ในเงิ้มถืบถ้ำวังน้ำเลิ้ก(ลึก)มันชอบกิ๋นคนที่ไปเปลี่ยนกระแสแม่น้ำ  เยี๊ยะขึ้ดจา(อาถรรพ์)กับแม่น้ำกว๊านใหญ่  ด้วยเหตุที่มันมีเมือกและอยู่ในเงิบนี้เองผู้คนจึงเอาลักษณะเมือกกับเงิบมาผสมกั๋นฮ้อง(เรียก)มันว่าเงือกบ่งบอกลักษณะผีร้ายที่มีเมือกอยู่ในเงิบฝั่งวังน้ำ

วันเดือนดับเดือนเป็ง(วันแรม/วันเพ็ญ   ๑๔หรือ  ๑๕  ค่ำ)ผีเงือกจะออกมาหาเหยื่อตะแหลง(แปลงร่าง)เป็นปลาตัวใหญ่บ้าง  บางครั้งตะแหลงเป็นคนเดินตามหาดทรายบ้างตรวจตราท้องน้ำ  หากมันเกิดอารมณ์อยากเล่นน้ำมันจะเล่นน้ำดีดน้ำเสียงดัง..โต้มต้าม....โต้มต้าม..สายน้ำฟ้งกระจายดั่งถูกก้อนหินใหญ่ทุ่มลง   หากผู้คนได้ยินเสียงน้ำจะรีบขึ้นจากแม่น้ำทันทีพร้อมกับสงบปากเงี้ยบ..เงียบไม่ส่งเสียงดังเอะอะโวยวายเพราะกลัวว่าผีเงือกจำเสียงได้หากกลับลงน้ำเมื่อใดผีเงือกก็จะมาลากเอาตัวไป

ในการกระทำพิธีเกี่ยวกับสายน้ำพ่อปู่อาจารย์(พิธีกร)  จะต้องกล่าวโองการถึงเทพยดาทุกหมู่เหล่าและต้องกล่าวอัญเชิญวิญญาณผีเงือกมาร่วมด้วย  เช่นว่า "   โอก๋าสะ......นาคฅรุฑปรมัยไอศวรย์เงือกน้ำวังใหญ่ จุ่งมา...."  เป็นต้น

ตำนานเงือกทำให้ผู้ใหญ่เล่าสู่ลูกหลาน เพื่อป้องกันลูกหลานไปเล่นน้ำลึกโดยเฉพาะช่วงที่มีการชักลากไม้ซุงปล่อยลงน้ำเพื่อส่งท่อนซุงเป็นสินค้าลงเจ้าพระยา ตามแม่น้ำสายต่างๆไม่ว่าปิง  วัง  ยม    น่าน ล้วนมีไม้ซุงนับหมื่นๆท่อนไหลตามน้ำยามนี้เองซุงบางท่อนติดรากไม้ใกล้ฝั่งกระแสน้ำดันด้านเหนือใต้สลับกันทำให้ไม้ซุงกระดกหัวท้ายเหมือนไม้กระดานหกตามสนามเด็กเล่น   เด็กๆที่เห็นไม้กระดกด้วยกระแสน้ำจึงพากันไปนั่งเล่น  ด้วยเกรงจะเกิดอันตรายผู้ใหญ่จะห้ามปรามว่า "      ระวังเน้อผีเงือกไม้ทุงจะเอาไปกิ๋น" ทำให้เด็กกลัวแม้แต่ผู้เขียนก็ต้องหยุดได้แต่พากันนั่งบนฝั่งมองและช่วยกันนับจำนวนที่มันหกขึ้นลงหัวไม้ซุงฟาดน้ำทุ่ม..ท่าม...ทุ่ม...ท่าม ด้วยความนุกสนาน ส่วนในหน้าแล้งแม้น้ำจะมีระดับตื้นอยู่บ้างแต่ตามวังน้ำยังลึก มีเงิบเงื้อมฝั่งน้ำเป็นโพรงถืบถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพวกปลาไหลไฟฟ้าหากไม่ระวังตัวจับหรือถูกตัวมันก็จะเกิดอาการเหมือนไฟฟ้าดูดเพราะพิษของมันนั่นเอง

-ผีเงือกน้ำเถื่อนถ้ำถืบผา  อยู่เงิบฝั่งนา   จักจ๋าไขแจ้ง

ผิวหนังมัน    มีเมือกบ่แห้ง ลื่นไหลหลูดหลุดลุ่ยหลุ้ย

ตั๋วเหมือนเหยี่ยน ยาวไหว-วก-วุ้ย  ฮักษากว๊านอั้นคงคา

เวลาลงน้ำ   อย่าเข้าไปหา    มันจักบีฑา  จีวาต๋ายอ้อง...ฮื้ย...กั๋วแต๊..แต๊