๑. ชื่อผลงาน
การบริหารจัดการโรงเรียนแกนนำการจัดการเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้าง
SEAT
๒. สนองนโยบาย สพฐ. กลยุทธ์ที่ ๒
ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชากรวัยเรียนอย่างกว้างขวางและทั่วถึง
๓. จุดประสงค์และเป้าหมาย
๑) วัตถุประสงค์
๑.๑)
พัฒนาและบูรณาการให้เด็กพิเศษสามารถเรียนร่วมกับเด็กปกติได้อย่างมีความสุข
๑.๒) พัฒนาในด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์
และสังคมของเด็กพิเศษทั้งที่บ้าน
และที่โรงเรียนให้ตรงกับความต้องการของแต่ละคน
๒) เป้าหมายของนวัตกรรม
๒.๑) ผลผลิต
๒.๑.๑)
มีนโยบายและแผนการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กพิเศษอย่างเป็นปัจจุบันและต่อเนื่อง
๒.๑.๒)
โรงเรียนมีการสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรทุกคนมีความรู้
ความเข้าใจ และมีทักษะในการพัฒนาเด็กพิเศษ
เพื่อให้สอดคล้องกับเด็กพิเศษแต่ละคน
๒.๑.๓) โรงเรียนมีเป้าหมายให้ผู้ปกครองได้รับความรู้
มีความเข้าใจในวิธีการพัฒนา
และให้มีส่วนร่วมกับโรงเรียนในการพัฒนาเด็กพิเศษให้เป็นในแนวทางเดียวกัน
๒.๒) ผลลัพธ์
๒.๒.๑)
ผู้บริหารเห็นความสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาเด็กพิเศษ
เร่งรัดให้เกิดการดำเนินงานเสริมสร้างการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย
จิตใจ อารมณ์ และสังคมแบบบูรณาการในการเรียนการสอน
๒.๒.๒)
บุคลากรในสถานศึกษามีความเข้าใจและมีความสามารถในการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กที่ความต้องการพิเศษเป็นอย่างดี
๒.๒.๓) ผู้ปกครองมีความรู้
ความเข้าใจสามารถให้การเลี้ยงดูบุตรหลานเพื่อส่งเสริมและพัฒนาอย่างถูกวิธี
๔. แรงบันดาลใจและแนวคิดหลักในการออกแบบงาน
๔.๑ แรงบันดาลใจ
การจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ
โดยเน้นจุดเด่นและจุดด้อยของนักเรียนซึ่งโรงเรียนอนุบาลสากเหล็กสามารถจัดการเรียนการสอน
ตอบสนองนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษได้ครบทั้ง ๙
ประเภทและสามารถจัดได้ดีเด่นจนสามารถเป็นแกนนำในระดับประเทศ
๔.๒ แนวคิดหลักในการออกแบบงาน
ในการออกแบบนวัตกรรมการจัดการเรียนร่วมของโรงเรียนอนุบาลสากเหล็กของโรงเรียนอนุบาลสากเหล็กเป็นไปโดยใช้โครงสร้าง
SEAT คือ
๑) ด้าน S:Student
คือนักเรียนมีการจัดการเรียนการเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษหรือความบกพร่อง
เพื่อให้นักเรียนมีความสามารถดำรงชีวิตกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
๒) ด้าน E:Environment
สิ่งแวดล้อมมีการจัดสภาพแวดล้อมที่มีขีดจำกัดน้อยที่สุด
และแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการเรียนร่วมประจำโรงเรียน /
มีการประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย / มีการพบปะพูดคุยกับคณะครู
และผู้ปกครองของเด็กที่มีความต้องการพิเศษอย่างสม่ำเสมอ
๓) ด้าน A: Activities
กิจกรรมการเรียนการสอน มีการปรับปรุงหลักสูตร
การจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (EP)
และแผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP)
๔) ด้าน T: Tools เครื่องมือ
จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ ตำรา
และสิ่งอื่นใดทางการศึกษาไว้อย่างพอเพียง
๕. วิธีการ / วิธีปฏิบัติจนได้ประสบผลสำเร็จ
นำสู่การปฏิบัติโดยนำโครงสร้าง SEAT
มาใช้ในการบริหารจัดการเรียนร่วมt
๖. ข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าผลงานประสบผลสำเร็จจริง
๖.๑ ผลการใช้นวัตกรรม
จากการจัดการเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้าง SEAT
ทำให้นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ
สามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
นักเรียนทั่วไปในโรงเรียนเกิดการตระหนักถึงการช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
เป็นการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมให้กับนักเรียน
๖.๒ การเผยแพร่นวัตกรรม
๑) การแก้ปัญหาหรือพัฒนาคุณภาพของกลุ่มเป้าหมาย
นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษสามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
๒) การนำไปใช้
ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันตามบทบาทภาระหน้าที่และการพัฒนางาน
๓) การยอมรับและการเผยแพร่
ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานทางการศึกษาอย่างกว้างขวาง
ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนจัดการเรียนร่วมดีเด่นทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
ระดับจังหวัด ระดับภาค จนถึงระดับประเทศ
๗. ชื่อผู้เสนอนวัตกรรม
นายวิสูตร ชาวไทย โรงเรียนอนุบาลสากเหล็ก
สพท.พิจิตร เขต ๑ สถานที่ติดต่อ
โรงเรียนอนุบาลสากเหล็ก กิ่งอำเภอสากเหล็ก
จังหวัดพิจิตร โทรศัพท์ ๐-๘๗๘๙-๖๓๙๕