<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>

ช้านี้ผมบุกกรมประชาสัมพันธ์ เนื่องจากคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองวุฒิสภา จัดการแถลงข่าวการรณรงค์เลือกตั้งใสสะอาด ครั้งที่3 ภายใต้แนวคิดหลัก คนดีไม่ขายเสียง เพื่อสร้างจิตสำนึกประชาธิปไตย ก่อนหน้านี่เขาก็ชวนให้มาร่วมด้วยทุกครั้ง แต่ผมไม่ถนัดคุยเรื่องแบบมีเงื่อนไข ที่เราไม่สามารถพูดได้อย่างตรงใจทั้งหมด  

ครั้งนี้เป็นแถลงการณ์ครั้งสุดท้าย จุดสีทองผ่องอำไพอยู่ที่ จดหมายเชิญที่ลงนามโดยท่าน ดร.ณรงค์ โชควัฒนา รองประธานกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน ..ผมไม่ได้มาเพราะปลื้มคำหวาน.. พิจารณาแล้วเห็นว่า ท่านเป็นผู้ที่มีความสามารถและประสบการณ์สูงยิ่ง ท่านที่เชิญเป็นคนดีแบบฉบับทองแท้ ถือศีล8 รับประทานมังสวิรัติ เป็นผู้ที่รักประเทศไทยด้วยความสุจริตใจ จึงต้องมาร่วมด้วยช่วยกันหน่อย 

เราเคยเรียนเชิญท่านณรงค์ โชควัฒนา ไปบรรยายให้ชาวบ้านฟังที่มหาชีวาลัยอีสาน คนรวยติดดินมีวิธีคิดแบบพอเพียง พูดคุยเรื่องยากๆให้ชาวบ้านรู้เรื่องและเข้าใจ หาไม่ได้ง่ายนักหรอก ผมถือว่า..เมื่อเราเชิญท่านๆยังมาให้เรา แล้วท่านเชิญเราบ้าง.. ผมเป็นคนกตัญญู..เมื่อมีโอกาสก็ต้องไปใช้หนี้น้ำใจที่ค้างคากัน และสิ่งนี้คืออานุภาพของการทำงานอิงระบบครับผม 

ผมไปถึงห้องแถลงข่าวอเนกประสงค์กรมประชาสัมพันธ์ มีนักข่าว นักศึกษา คณะกรรมการวุฒิสภายืนคุยกันด้านหน้า หลายท่านเฮโลมาคุยด้วย ร่วมทั้งเจ้าภาพที่เชิญ ก็ขอบคุณกันไปมาตามธรรมเนียม ในห้องประชุม ฝ่ายผู้ดำเนินรายการ คุณอดิศักดิ์ ศรีสม กับคุณทวินันท์ คงคราญ มาคุยแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นต่างๆ ผมบอกว่าเรื่องนี้ไม่สามารถพูดความจริงได้หมดจด เวลาจำกัดมาก แต่ทำไงได้ เราจะไปเรียกร้องหาความพร้อมในโลกนี้ได้ที่ไหน ผีถึงป่าช้า..เอาไงเอากัน 

ได้เวลาขึ้นเวทีถ่ายทอดสด กลายเป็นว่าผมตกอยู่ท่ามกลางนักข่าวการเมืองจากทีวี. หนังสือพิมพ์หลายสำนัก เพราะเป็นการแถลงข่าวการมีส่วนร่วมของกลุ่มการสื่อสาร มีตาแก่จากกระกูลเฮเป็นแกะดำปะปนอยู่คนเดียว ผมถามว่ามีเวลาพูดได้สักกี่นาที เขาบอกว่าสั้นๆกระชับ เพราะเวลาถ่ายทอดจริงๆประมาณ30นาที  

อีตาสมศักดิ์ ศรีสมเปิดประเด็นว่า ..เริ่มที่ผู้อาวุโสก่อนก็แล้วกัน อ้าว!..จะใครกันละ ผมก็พูดแบบที่ทิ้งทุ่นไม่ได้ ก็บอกไปว่า..ฝ่ายซื้อเสียงเขาพัฒนารูปแบบและกระบวนการจนเป็นระบบที่ทรงพลัง ชาวบ้านก็คุยๆกันเรื่องนี้ มันอึดอัดอึมครึมในทางปฏิบัติ ถ้าหมู่บ้านไหนไม่ร่วมมือกับนักการเมือง ก็จะถูกบอยคอตกลั่นแกล้ง ไม่สนับสนุนงบประมาณพัฒนาต่างๆ ข้าราชการก็เป็นเบ๊ หัวอกเดียวกัน ต้องรับในสั่งจากการเมือง ทุกอย่างเลยต้องหยวนๆยอมๆไปตามวัฒนธรรมการเมืองเถื่อน 

พวกที่รักประชาธิปไตยทำอะไรที่ไม่ทันกินหร๊อก! เลือกตั้งที ก็มาตีเกราะเคาะกะลาเรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียทีหนึ่ง ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ได้ผลก็ยังประพฤติกันอยู่แค่นี้  ทำไมไม่วางนโยบายเรื่องการเรียนรู้สิทธิหน้าที่พลเมืองให้ทุกระดับชั้น ให้มีการปฏิบัติเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมในวิถีชีวิตคนไทย วิธีนี้ต่างหากที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาว และเรื่องสิทธินี้มันก็ไม่ได้อยู่เฉพาะเรื่องเลือกตั้ง ในหน่วยงานในองค์กรมีต้องมีการพัฒนาเรื่องการบริหารอำนาจ บริหารความชอบธรรม ลดการบ้าพระเดชมาใช้พระคุณกันบ้าง กระบวนการเหล่านี้คนไทยทอดทิ้ง แล้วจะมาร้องแรกแหกกระเชอหาประชาธิปไตย 

เรื่องการซื้อเสียงอย่าไปโทษชาวบ้าน และหาวิธีแก้แบบน้ำขุ่นๆ เราต้องยอมรับว่า ..เราพัฒนาความรู้ พัฒนาคุณธรรม พัฒนาระบบเศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่ไม่ได้ ยิ่งพัฒนายิ่งเลอะ เกิดความเลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้น มีคนจนถาวร ที่ไม่มีความรู้ว่าจะแก้วิกฤติของครอบครัวได้อย่างไร คนยากจนเหล่านี้จึงบุกรุกขายทรัพยากร รุกป่าไม้ขาย รุกที่ดินปลูกของขายถูกๆ รุกแม่น้ำลำคลอง รุกภูเขา ตกเป็นเครื่องมือของคนเถื่อน คนยากคนจนไม่ยอมอดตายง่ายๆหรอก ดิ้นรนกระเสือกกระสนไปอย่างไร้รูปแบบและทิศทาง ขนาดลูกเมียยังขายให้ฝรั่ง เรื่องขายเสียงจะเหลือเรอะ.. 

อำนาจที่ประชาธิปไตยที่ประชาชนมอบหมายให้ ไม่เคยทำคุณประโยชน์อะไร ให้คนที่เขามอบสิทธิให้อย่างจริงจัง  เมื่อผลมันออกมาเช่นนี้ ชาวบ้านเขาไม่สนใจเรื่องประชาธิปไตยแบบหน้าไว้หลังหลอก เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ต่อตัวเขาเอง ตำราที่สอนๆเรื่องประชาธิปไตยก็โหล่ยโท้ย แต่ละมาตราท่องไปเรียนไปสอบกัน เข้าไม่ถึงกึ๋นปัญหาของชาติเลยแม้แต่น้อย ถ้าไม่จัดโครงสร้างการเรียนรู้และการพัฒนาสังคมให้ดีกว่านี้ บ้านเมืองเราก็จะย่ำแย่เพราะประชาธิปตายนี่แหละ   

ถาม    : เราไปแก้ไขนักการเมือง พรรคการเมืองตอนนี้ได้ไหม 

ตอบ    : ยาก..ยากอย่างที่สุด 

ถาม    : แล้วจะทำอย่างไรละ 

ตอบ    : เราต้องสร้างกลุ่มคนรักบ้านเมือง สนใจใฝ่เรียนรู้ รักในหลวง อย่างเป็นรูปธรรม 

ถาม    : กลุ่มที่ว่านี้จะพัฒนาไปพรรคการเมือง ส่งนักการเมืองลงเลือกตั้งใช่ไหม 

ตอบ    : เปล่าเลย คุณเคยได้ยินคำว่า สนับสนุนคนดีให้มาทำหน้าที่ดูแลบ้านเมืองไหม ตอนนี้คนดีที่จะมาดูแลบ้านเมืองอยู่ที่ไหน ชี้ตัวหน่อยสิ 

ถาม    : เราจะสร้างพลเมืองเสมือนนักการเมืองหรือพรรคการเมืองอิงระบบ ได้อย่างไร 

ตอบ    : ไม่รู้นะ แต่เห็นคนแซ่เฮเขารวมตัวกันทำอะไรอิงระบบแล้วเข้าทีนะ ทำท่าว่าจะเกิดเป็นองค์ที่มีชีวิต มีพลังใจ มีสติ มีความดีงานที่จะคิดจะทำอะไรเพื่อสังคมและบ้านเมืองแบบใจเชื่อมใจ ความรู้เชื่อมความรู้ ความคิดเชื่อมความคิด โอกาสเชื่อมโอกาส แม้แต่รอยยิ้มและอ้อมกอด เราแสดงให้ดูนะ

..คุณคนไทย..

มองไหม คุณเห็นไหม

คุณคิดไหมว่า คุณจะทำอะไรกับประชาธิปไตยได้บ้าง

ตอบตัวเองได้แล้วหรือยัง!    

ใครทำอะไรให้ ผมจะจดจำไว้ และพยายามตอบแทนคืนเท่าที่โอกาสอำนวย ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้เอง ใครเคยกอดผม ที่ไหน กี่ครั้ง ผมจดไว้ในใจไม่ตกหล่น แล้วผมก็จะขอคืน.. เล็งๆไว้ว่าวันที่30 น่าจะเป็นโอกาสอันสมควรชดเชยหนี้น้ำจิตน้ำใจของลูกหลาน ..ใครมีบัตรสมนาคุณกอด อย่าลืมนำมาแลกที่ ลุงเอก คนชอบวิ่ง หนูราณี นะครับ อิอิ.. 

ในระหว่างเขียนบันทึกนี้ เจ้าลูกชายฝ่ายกระโถนท้องพระโรงแจ้งว่า..ขอให้ผมจองห้องพักที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ การอยู่รวมกันจะสะดวกในการเดินทางและพบปะกัน อาจารย์แป๋วจอง วันที่29-30 หมอรุ่งกับหมอMoo จองวันที่30 น้าอึ่งกับเจ้าลูกชายจะมาพักกับผม มีท่านใดต้องการพักที่นี่ก็บอกนะครับ จะได้เหมาตึกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย อ้อ!แต่ละห้องเตียงคู่ ราคาพร้อมอาหารเช้า 2 ท่าน คืนละ1,000 บาท ครับผม

 

</span>