เช้าวันสดใสของฉัน ถูกทำลายด้วย วิถีกำจัดของเหลือด้วย "ไฟ"

วันนี้ฉันตื่นมาพร้อมกับอากาศเย็นเอื่อยๆ ใต้ผ้าห่มอุ่น แห่งเมืองเชียงใหม่ กว่าสามเดือนแล้วที่จากบ้านมา

อากาศยามสาย สายหมอกจางๆ ช่างสดชื่นเหลือเกิน

จนทำให้ฉันไม่อยากลุกออกจากอ้อมกอดของผ้านวมผืนหนาเลยทีเดียว 

แต่เป็นโชคร้ายของฉัน...กลิ่นไม่พึงประสงค์ลอยเล็ดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาจากที่ไหนสักแห่งในหมู่บ้าน กลิ่นที่ฉันคุ้นเคยและรอคอยว่าเมื่อไรจะหมดไป

ชุมชนที่ขาดการจัดการกับของเหลือใช้ในบ้านเรือน  ปราศจากการจัดการด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง

การเผา  จึงเป็นวิธีการที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดที่ชาวบ้านเลือกใช้ในการจัดการขยะในครัวเรือน

และนั้นคือต้นเหตุของกลิ่นที่ทำให้ฉันต้องจำใจลุกจากที่นอนอุ่นในเช้าวันสดใส

 

ฉันเคยลุกขึ้นพูดในที่ประชุมของหมู่บ้าน ต่อหน้าพระประธานในวิหารและชาวบ้านว่า

โปรดเลิกเผาขยะ

แต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนไม่ได้ง่ายเลย

ฉันกลายเป็นเด็กแปลกประหลาดที่เอาเรื่องไกลตัวมาบอกเล่า

ทั้งโรคปอด โลกร้อน

ถึงแม้ว่าจะเสนอแนวทางในการจัดการภายครัวเรือนไว้

ไม่ว่าจะเป็นการแปลงขยะเป็นรายได้ การทำปุ๋ยจากเศษอาหาร และชี้ให้เห็นภัยที่เกิดจากฝุ่นละอองของการเผาขยะที่จะเกิดขึ้นกับปอด แต่การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเปลี่ยนวีถึชีวิตที่ถึงแม้จะเป็นวิถีที่ผิดก็ตาม...

 

ฉันก็ได้แต่ฝากความหวังไว้กับการเปลี่ยนแปลงจาก อบต. เข้าสู่เทศบาล ในปลายปีหน้า

หวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น จาก อบต. ชุดปัจจุบันที่ไม่มีนโยบายเกี่ยวกับการจัดการขยะใดๆ แม้กระทั่งการเผาขยะที่เป็นสาเหตุของหมอกควันและอากาศเป็นพิษ

หรือฉันหวังมากเกินไป...

 

ฉันก็แค่คนตัวเล็กๆ ในชุมชน ในสังคม ในประเทศ ในโลก ในจักรวาล คงทำอะไรมากไม่ได้

แต่อย่างน้อยฉันก็จะไ่ม่ปลุกใครจากที่นอนด้วยกลิ่นควันแน่ แน่...   

 

วันละนิด วันละน้อย ค่อยค่อยใช้

เก็บกลับไป ใช้รอบใหม่ ไม่ทิ้งขว้าง

วันละเล็ก วันละหน่อย ค่อยค่อยวาง

โลกเรายัง คงต้องการ การดูแล

ฝากกลอนไว้ให้ช่วยกันต่อเติม...

จากบทเริ่มต้นร่วมกันของ ฉัน และ อ.เออวดี รวมมิตร