สวิตเซอร์แลนเมืองไทย!!

ตอนนี้ใครๆ ก็พากันพูดถึง สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย หรือ ที่หลายๆคนรู้จักในนาม ปางอุ๋ง  เพื่อไม่ให้เป็นการตกเทรนด์ อิอิ ก็จะขอเล่าถึง สถานที่เที่ยวแห่งนี้ จากประสบการณ์ และ ความรู้ที่มีอยู่นะคะ

 

ปางอุ๋ง เป็น ทะเลสาบตามธรรมชาติอยู่ภายในโครงการ สวนป่าตามพระราชดำริ ปางตอง2 อยู่ในเขตรับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง!!(เขตรับผิดชอบไกลมากๆ) 

  

ปางอุ๋ง ห่างจาก ตัว อ.เมืองไปทางทิศเหนือ ประมาณ 44 กม แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านเข้าไปภายในหมู่บ้านรวมไทยอีกประมาณ 6 กม.  บริเวณโดยรอบ สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าสนสองใบ และสามใบ สามารถที่จะเปิดกระจกรถเพื่อสัมผัส อากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มที่ (เย็นพอๆหรือ มากกว่าแอร์รถยนต์อีกนะคะ) ถนนเป็นถนนคอนกรีต ค่อนข้างแคบ แต่ก็พอที่รถยนต์สองคันจะขับสวนกันได้(อาจต้องใช้ทักษะของคนขับนิดนึง) เส้นทางโค้งขึ้นไปตามสันเขา ดังนั้นกรุณาอย่าขับผาดโผนนะคะ (ถ้าใครที่เดินทางมาทางเส้นปาย ก็สามารถจินตนาการได้ เพราะ เส้นทางไม่ต่างกันมาก แต่ง่ายกว่าขึ้นดอยอินทนนท์(อันนี้เพื่อนบอกมา))

 

เมื่อไปถึงยังสวนป่าตามพระราชดำริแล้ว ถ้าต้องการพัก ที่นี่ก็มีบ้านพักให้เช่า ส่วนราคาต่อคืนนั้น ไม่แน่ใจนะคะ คาดว่า ไม่น่าจะเกิน 500 ต่อคืน หรือ หากอยากสัมผัสบรรยากาศอย่างเต็มที่ ที่นี่ก็สามารถจะตั้งเต้นท์พักแรมได้

     

นอกจากนั้นเค้ายังจัดสถานที่สำหรับตั้งแคมป์ไฟไว้ให้้ด้วย อาจารย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ท่านเคยไปตั้งแคมป์ที่นี่ ตอนช่วงฤดูหนาว ตื่นขึ้นมาตอนเช้า จากเต้นท์ที่พักซึ่งห่างจากทะเลสาปไม่ถึง สามสิบเมตร แต่ไม่สามารถมองเห็นน้ำได้เลย เพราะเต็มไปด้วยหมอกปกคลุม กว่าจะเ็ห็นแสงแดด ก็ปาเข้าไป เกือบๆ สิบโมงเช้านู้นเลยล่ะค่ะ (อยากลองไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งเหมือนกันนะเนี่ย)

บริเวณโดยรอบของสวนป่าตามโครงการพระราชดำริ ก็ถูกตกแต่งไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ซึ่งส่วนมากก็เป็นพันธุ์ไม้เมืองหนาว อาทิ ไฮเดรนเยีย ต้นปาล์มทรี ส้มสเปน เป็นต้น นอกจากนั้น ที่นี่ยังได้เพาะเลี้ยงกล้าไม้หลายชนิด ทั้ง พืชเมืองหนาว และพืชหายาก เพื่อการอนุรักษ์และ ขยายพันธุ์ ส่วนมากแล้วก็จะไว้ให้หน่วยงานราชการต่างๆเอาไปใช้ประดับตกแต่งสถานที่ แต่น่าเสียดายที่ บางชนิดเราไม่สามารถเอามาปลูกข้างล่างได้ เพราะหนาวไม่พอนั่นเอง 

               

       

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการมาเที่ยวที่นี่ให้คุ้ม 

1. ควรมีเวลาอย่างน้อย 1 คืน 1 วันเพราะ ตลอดเส้นทางก่อนที่จะไปถึงปางอุ๋งนั้น มีสถานที่น่าเที่ยวมากมายให้เราแวะ

2. ควรเตรียมเสื้อแขนยาว(ไม่จำเป็นต้องเสื้อกันหนาวนะคะ)มาด้วย ถึงแม้ว่าจะมาในฤดูอื่นที่ไม่ใช่ฤดูหนาว เพราะ อากาศที่นี่ ค่อนข้างเย็นตลอดปี  

3. ควรเตรียมอาหารขึ้นไปให้พร้อม ในกรณีที่ต้องการไปตั้งแคมป์หรือค้างคืน เพราะ ที่ข้างบน  อาหารหาซื้อยาก และค่อนข้างมีจำกัด(ในกรณีที่พักที่หมู่บ้านรวมไทยหรือ ปางอุ๋ง)

4. การเริ่มต้นท่องเที่ยวนั้นจากประสบการณ์ ถ้าจะให้สัมผัสบรรยากาศอย่างเต็มที่ ควรไปเริ่มต้นที่จุดสูงสุด คือ หมู่บ้านรักไทย(ชิมชา อาหารจีน) หรือ รวมไทย(ปางอุ๋ง)ก็ได้  แล้วค่อนเลาะๆ เที่ยวลงมาเรื่อยๆ จนตัวอำเภอเมือง  นั่นหมายความว่า ขึ้นไปพักแรมที่หมู่บ้าน แล้วตื่นเช้ามาเพื่อเริ่มต้นเที่ยว 

โปรแกรมที่แนะนำ 

พักแรมที่หมู่บ้านรักไทย(จุดสูงสุดและเป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนเข้าสู่เขตพม่า)  ทานอาหารเช้าแบบจีนยูนาน ชิมชาร้อนๆ จากนั้นเดินทางลงมาประมาณ5กม.เพื่อ แวะเดินเที่ยวประมาณ 30 นาทีที่แปลงสาธิตเกษตร Food Bank(ที่นี่มีลักษณะเป็นเนินเขาเตี้ยๆ ปลูกพืชหายากหลายชนิด เช่น พญาเสือโคร่ง เสลดพังพอน ซึ่งมีป้ายบอกชื่อวิทยาศาสตร์ และสรรพคุณ ทั้งภาคภาษาไทย และภาษาอังกฤษ) จากนั้นเลี้ยวขวา ประมาณ 6 กม. เพื่อ เข้าไปสัมผัสบรรยากาศของปางอุ๋ง จากนั้นวกกลับออกมาแล้วเดินทางต่อไปยังพระตำหนักปางตอง (ที่นี่มีลักษณะคล้ายๆสวนสัตว์เปิด มีสัตวหลายชนิด อาทิ แกะ เสือ กวาง และยังมีศูนย์เฟิร์นไว้ให้ศึกษาเฟิร์นนานาชนิดอีกด้วย)อาจแวะทานมื้อเที่ยงที่นี่ก่อนก็ได้ แล้วก็ขับรถลงมาเรื่อยๆ ก็จะเจอ น้ำตกผาเสื่อ แวะเล่นน้ำ หรือถ่ายรูปกับน้ำตกสวยๆ แล้วก็เดินทางลงมาจบที่ถ้ำปลาเป็นที่สุดท้าย

 ดูเหมือนว่าโปรแกรมค่อนข้างยาวนะคะ แต่ก็สามารถเที่ยวได้ภายใน 1 วัน  ถ้าไม่อ้อยอิ่งอยู่ที่ไหนนานจนเกินไป อิอิ

จะเ็้ห็นได้ว่า ตลอดเส้นทางมีที่เที่ยวหลายที่ที่น่าสนใจไม่แพ้กันกับปางอุ๋ง  ไว้คราวหน้าจะมาพูดถึงรายละเอียดของที่เที่ยวอื่นๆ ตามเส้นทางนี้นะคะ

****************************************************

ภาษาไตบล๊อกละคำ  ขอเสนอคำว่า ปางอุ๋ง

ปาง หมายถึง ที่พักริมทาง 

อุ๋ง หมายถึง พื้นที่ที่มีเต็มไปด้วยโคลนเฉอะแฉะ  

 ดังนั้น ปางอุ๋ง จึงหมายถึง ที่พักริมทางที่มีลักษณะเต็มไปด้วยโคลนค่อนข้างเฉอะแฉะ

*ว่ากันว่า สมัยก่อน พื้นที่แถวปางอุ๋งในปัจจุบัน เป็นที่พักริมทาง ของคนที่เดินทางไปมาตามเขตชายแดน และด้วยสภาพพื้นที่ที่มีลักษณะเฉอะแฉะ จึงถูกเรียกว่า ปางอุ๋ง

 ป.ล. * อันนี้ได้รับคำบอกเล่ามาอีกที หากข้อมูลผิดพลาดประการใด ขอผู้รู้จริงช่วยชี้แนะด้วยนะคะ