ได้อ่านบันทึกของคุณเบิร์ดเมื่อไม่นานนี้เกี่ยวกับคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย และมีผู้แสดงความคิดเห็นที่มีประโยชน์มากมาย เลยเห็นว่าน่าจะถือโอกาสประกาศความดีของหนังสือและสาระที่ได้รับการถ่ายทอดเพื่อแบ่งปัน ที่ผู้สนใจการพัฒนาการศึกษาของเยาวชนไทยควรได้อ่าน
หนังสือเล่มมี้ชื่อ "โรงเรียนจัดการความรู้" เขียนโดย "คุณครูใหม่- วิมลศรี ศุษิลวรณ์" หนังสือจะเปิดตัวในงาน มหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ ๔ ซึ่งจะจัดขึ้นที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน - ๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ นี้
ผู้เขียนได้รับเกียรติให้เขียนคำเกริ่นนำ จึงขอนำมาเผยแพร่นำหน้าก่อนหนังสือเปิดตัวอย่างเป็นทางการค่ะ
คำเกริ่นนำ
ได้มีโอกาสดีก่อนหลายๆท่านในการอ่านหนังสือ “โรงเรียนจัดการความรู้” เพราะต้องศึกษาข้อมูลของประเด็นที่จะเสวนากับวิทยากรในห้องย่อย Love & Learn ของวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ ในงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ ๔ ซึ่งมีหัวข้อใหญ่ของงานคือ “เปลี่ยนกระบวนทัศน์ พัฒนาวัฒนธรรมการเรียนรู้”
การเสวนาในห้องย่อย Love & Learn นั้นเน้นที่จะสร้าง กระตุ้น ให้คนมีใจที่จะเรียนรู้ร่วมกัน การได้อ่านหนังสือเล่มนี้นอกจากจะช่วยในการเตรียมตัวเพื่อเป็นผู้ดำเนินรายการในช่วงดังกล่าวแล้ว ยังทำให้ได้เรียนรู้สิ่งไม่ธรรมดาว่าโรงเรียนในฝันนั้นเป็นจริงได้ โดยเกิดจากฝันของครูและฝันของผู้ปกครองเป็นฝันเดียวกัน เป็นการดำเนินการ child-centered แบบเพลินพัฒนา ที่เด็กเป็นศูนย์กลางของกระบวนการที่จะจูงให้ทุกคนมาสร้างความดีด้วยกัน มาทำให้ฝัน เป็นฝันดี และฝันที่เป็นจริงได้ สำหรับทุกคน
หนังสือมีความยาวไม่มาก แต่ต้องค่อยๆอ่านเพื่อซึมซับ รับรู้เรื่องราวจากจุดเริ่มต้น ที่พัฒนามาจนทุกวันนี้ เป็นการถ่ายทอดจากใจของ “คุณครูใหม่”– วิมลศรี ศุษิลวรณ์ ที่มีต่อการถอดบทเรียน การจัดการความรู้ของโรงเรียนเพลินพัฒนา เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทางวัฒนธรรม
ผู้อ่านจะได้สัมผัสแรงบันดาลใจ ความมีใจอยากทำ ใจรักที่จะทำ ในสิ่งที่เป็นการนำสิ่งใหม่ไปใช้การพัฒนาโรงเรียน คุณครูใหม่กล่าวว่า “การเริ่มสิ่งใหม่ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แต่ไม่ได้ยากสุดชีวิต” สิ่งใหม่ที่ว่านี้คือ “การจัดการความรู้” นั่นเองที่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างกระบวนการเปลี่ยนแปลงทั้งวิธีคิดและวิธีปฏิบัติ แตกต่างจากสิ่งที่โรงเรียนทั่วไปปฏิบัติกันไม่ว่า ระหว่างครูด้วยกัน ครูกับผู้บริหาร ครูกับนักเรียน และระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง ให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นความสุขของทุกฝ่าย ทุกคน สุขที่ได้ร่วมทำงานนั้นและสนุกกับผลของงานที่เปล่งประกาย
ภาษาธรรมกล่าวว่า การมีศรัทธาเหมือนมีมือที่จะใช้หยิบฉวยรัตนะได้ ศรัทธาทำให้จิตผ่องใส เบิกบาน หนังสือเล่มนี้แสดงให้เห็นถึงศรัทธาของโรงเรียนเพลินพัฒนา ที่มีต่อการที่จะสร้างเยาวชนที่มีสุขภาวะ มีคุณภาพ และคุณธรรม รวมทั้งศรัทธาหรือความเชื่อมั่นที่มีต่อการนำ “การจัดการความรู้” ไปใช้ จนได้ผลตามเป้าหมาย ประสบการณ์และความรู้ จากการลงมือปฏิบัติเองและผลงาน ซึ่งเป็นความอิ่มใจ ปิติสุข ได้ผ่านการร้อยเรียงเป็นตัวอักษร เพื่อบอกเล่า แบ่งปัน และขยายต่อความรู้ ในหนังสือ “โรงเรียนจัดการความรู้”นี้
ยุวนุช ทินนะลักษณ์๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
ชอบถ้อยประโยคนี้ >> ภาษาธรรมกล่าวว่า การมีศรัทธาเหมือนมีมือที่จะใช้หยิบฉวยรัตนะได้
ขอบคุณค่ะ ..
สวัสดีค่ะอาจารย์ขจิต
พี่ก็ทราบข่าวว่ามีโรงเรียนอีกมากมายที่ทำได้ดีเช่นกัน ดังนั้นตามหลักของการจัดการความรู้คือ สิ่งที่ทำต้องมีการบันทึก นอกจากเพื่อสามารถนำมาทบทวนได้แล้วยังสามารถแบ่งปันความรู้ เกิดการสร้างเครือข่ายต่อไปได้ พี่หวังว่าหนังสือเล่มนี้คงจะเป็นแรงบันดาลใจให้โรงเรียนจำนวนมากหันมาสนใจการพัฒนาการศึกษาโดยใช้เคเอ็มเป็นเครื่องมือ และบันทึกเรื่องราวเผยแพร่ เป็น "ยุทธศาสตร์ขยายความดี"นะคะ
วันที่ ๓๐ พ.ย. ก็จะไปร่วมประชุมด้วยค่ะ ต้องได้พบกันแน่ๆ
สวัสดีเจ้าคุณต้อม
ยิ้นดีนักเจ้าที่เข้ามาร่วมอ่านโตย
สวัสดีค่ะพี่นุช
ชอบจังค่ะ การมีศรัทธาเหมือนมีมือที่จะใช้หยิบฉวยรัตนะ..จิตศรัทธาที่พิสุทธิ์พลิกฟ้าพลิกดินได้เลยนะคะพี่นุช
การจัดการความรู้เป็นความหวังใหม่ในการจัดการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นเนาะคะ..ดีใจจังค่ะที่มีคนใช้แล้วได้ผลดี และเสียดายที่หลายๆโรงเรียนไม่ได้มีการถ่ายทอดสิ่งดีๆที่ทำไว้ออกมาให้สังคมได้รับรู้
มหกรรมคราวนี้น่าจะสนุกนะคะ ..และหวังว่าจะมีการขับเคลื่อนให้เกิด love & learn ได้ในทุกพื้นที่เลยนะคะพี่นุช
ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับแสงสว่างจากเทียนอีกเล่มหนึ่งในการจัดการศึกษา
สวัสดีค่ะ
คำเกริ่นนำไพเราะมากค่ะ
พี่เชื่อว่า การศึกษาที่มีคุณภาพโดยภาพรวมของทั้งชาติ คือ คือ ระบบการศึกษาที่ออกแบบและบริหารจัดการให้เหมาะเจาะสอดคล้องกับสังคมและประเทศชาติ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสาธารณะ ตัวผู้เรียนเอง ก็จะได้รับการพัฒนาจิตใจ อุปนิสัย และระบบคุณค่าคุณธรรม ที่พึงประสงค์ของสังคมโดยรวมด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.นุช
อ.นุช ครับ จากการเวียนว่ายอยู่ในบล็อก ทำให้พบว่ามีบุคคลากรทางการศึกษาที่มีความคิดดีๆ ที่จะพัฒนาเด็ก ทั้งปัญญาและจิตใจไม่ใช่น้อย หาก g2k สายการศึกษามาร่วมกันเรียนรู้ สู่การจัดการความรู้เราคงได้ดูรูปแบบใหม่ๆในการศึกษาไทย ครับ
สวัสดีค่ะคุณนายดอกเตอร์
ขอบคุณที่แนะนำหนังสือเล่ม "โรงเรียนจัดการความรู้" เขียนโดย "คุณครูใหม่- วิมลศรี ศุษิลวรณ์" คงจะได้หาอ่านหนังสือที่มีค่าควรอ่านอีกเล่มหนึ่ง
สวัสดีค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่มาแวะอ่านนะคะ
ได้ร่วมงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่๔ ได้พบตัวจริงของหลายๆท่านและได้มีโอกาสทักทาย สวัสดีกัน แต่ไม่มีโอกาสสวัสดีอาจารย์ Panda เลยค่ะ ตอนอยู่บนเวทีเสวนา มองลงมาเห็นอาจารย์ แต่พอเลิกอาจารย์ก็ไม่อยู่แล้ว เสียดายจังค่ะ
ที่พบตัวจริงทุกคนดูหนุ่มสาวกว่าที่เห็นในภาพจากบล็อกมากค่ะ เช่น คุณครูอ๊อด คุณลุงเอก อาจารย์กมลวัลย์ ไม่ได้อยู่สังสันทน์กับเหล่าบล็อกเกอร์ที่นัดพบกันหลังงานมหกรรมวันแรก เพราะต้องกลับอยุธยา สงสารคนขับรถ และตัวเองก็ไม่ชอบอยู่บนถนนเวลากลางคืนค่ะ คงมีโอกาสให้ได้พบกันอีกแน่ๆค่ะ
ได้รับหนังสือมาสองสามเล่มจะแบ่งให้บางท่านที่ไม่ได้ไปร่วมงานแล้วอยากอ่านและอยู่ไกลอาจหาซื้อลำบาก
คิดว่าอาจารย์ Lin Hui คงได้อ่านจากอาจารย์ Panda แล้วนะคะ
ว๊าย ตกรูปคุณเบิร์ด
ไปได้ยังไง ขอโทษจริงๆค่ะเดี๋ยวน้องจะน้อยใจคิดว่าพี่นุชไม่สนใจ ที่จริงต้องบอกว่ายกคำเกริ่นนำนี้มาลงก็เพราะคุณเบิร์ด บอกอยากอ่าน จะขอปลอบใจด้วยการส่งหนังสือ “โรงเรียนจัดการความรู้”ไปให้เร็วๆนี้นะคะ
พึ่งมีโอกาสมาได้อ่านบันทึกนี้ค่ะพี่นุช
สวัสดีค่ะน้องแจ๋วแหวว
หมู่นี้พี่ชีพจรลงเท้า ทำให้ไม่ค่อยได้มาตอบอย่างรวดเร็วนะคะ
ดีใจที่น้องแจ๋วแหววได้อ่านหนังสือเล่มนี้ เราจะได้ไปช่วยกันเล่าบอกต่อๆกันไป ให้ความดีได้มีที่มากๆในสังคมและทำให้ป็นแรงบันดาลใจให้เกิดอย่างนี้มากๆค่ะ
ขอบคุณในคำชมค่ะ
จะเข้ามาบอกว่า น้องมะปรางเปรี้ยว ส่งมาให้ 1 เล่ม และได้อ่านแล้ว ดีมากๆค่ะ
วันที่ 27-4 ม.ค2008 ไปไหนหรือเปล่าคะ ถามดูก่อน เผื่อพาหลานไปเยี่ยม พ่อแม่เขาเอามาฝากค่ะ ไปHoney moon รอบ 2 กันทั้งคู่
แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ ถามไว้เผื่อๆน่ะค่ะ
ยินดีมากเลยค่ะที่คุณพี่ศศินันท์
มีช่วงเวลาว่างที่บอกมาเพราะอยู่บ้านค่ะ ช่วงเทศกาลมักอยู่บ้านไม่ไปเที่ยวไหนหรอกค่ะ
หนังสือดีจริงๆค่ะ