ยังติดใจเรื่องปลาดุกร้าของลุงช่วงอยู่  โชคดีที่มีข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มเล็ก  บันทึกการเรียนรู้ ตามไปดู ครูเกษตรอินทรีย์ที่พระพรหม  ของ คุณสมโภชน์ นาคกล่อม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของ สรส.  ที่ได้ไปถอดความรู้จากลุงช่วงมาบันทึกไว้ ขออนุญาตนำมาเผยแพร่เพื่อประโยชน์แห่งการเรียนรู้ใน G2K  แห่งนี้            

                ส่วนประกอบที่สำคัญของปลาดุกร้า คือ เกลือหรือน้ำตาล เราเอาเกลือผสมน้ำตาลทราย โดยใช้สูตรน้ำตาลทราย 8 ขีด ใช้เกลือ 1 กิโลกรัมต่อปลา 10 กิโลกรัม ลองคำนวณตามสัดส่วนของปลาเล่น ๆ ดู ถ้าใช้ปลาหมดบ่อจะได้ 75 กิโลกรัม ก็ใช้เกลือตามสัดส่วนดังกล่าวคือ 7.5 กิโลกรัม เป็นต้น การเลือกใช้เกลือก็มีผลต่อรสชาติปลาดุกร้า ควรใช้เกลือเม็ดใหญ่เพราะอร่อยกว่าเกลือถุง ป้า (เมียลุงช่วง) แกได้ลองใช้เกลือถุงเปรียบเทียบแล้ว เรื่องสัดส่วนนี้ เที่ยงตรงเพราะป้าชั่งทุกครั้งที่ทำ          

           ตำให้เข้ากัน แล้วเอาเกลือและน้ำตาลที่ตำผสมกันเสร็จแล้วนี้จุกในพุงปลา เรียงเป็นชั้น ๆ โรยเกลือและน้ำตาลระหว่างชั้นให้ทั่วถึง หมักไว้ 3 คืน เอาออกมาตากแดด 3 แดด ก็จะได้ปลาดุกร้าพร้อมใส่ถุงขายได้ ปลาดุกร้าเก็บไว้ได้นาน ที่บ้านเก็บไว้ก็ไม่ได้กิน เขามาซื้อหมดถึงในบ้าน ตอนนี้ทราบว่ามีคนเอาไปขายถึงอีสานแล้ว         

            นอกจากปลาดุกร้าแล้วปลาดุกแดดเดียวก็สร้างรายได้ให้ลุงช่วงไม่น้อย ลุงช่วงมีเคล็ดลับในการเลือกปลา ใช้อายุประมาณ 4 เดือนกำลังดี เพราะปลาตัวโตและไม่เหนียว ต้องใช้ปลาเป็นมาทุบหัวให้ตาย อย่าใช้วิธีน็อคให้ตายในบ่อ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เลือดขังอยู่ในตัว ซึ่งจะทำให้คาวได้ ได้ความรู้          ลุงช่วงได้ความรู้ใหม่จากการจับปลาดุกมาแปรรูปในรอบนี้ ที่ได้ข้อสรุปว่า หากจะแปรรูปต้องจับหมดบ่อ จากเดิมที่เมื่อก่อนปลา 1 บ่อ จะตักแปรรูป 3 ครั้ง ตักแล้วปลาจะไม่กินอาหาร อีกอย่างหนึ่งถ้าเหลือปลาไว้ในบ่อไม่เติมน้ำ ปลาจะแทงผ้าพลาสติกที่ปูบ่อพังอีกด้วย (ปลาดุกมันตีกัน) แต่ละบ่อได้กำไร ขาดทุนเท่าใด ลุงช่วงมีสมุดบันทึกจดตัวเลขไว้หมดบ่อละ 1 เล่ม             

            ลุงช่วงยังมีความสามารถด้านช่างฝีมือและภูมิปัญญาอีกด้วย เช่น สานเสื่อจากต้นคล้าไว้นั่ง ไว้ตากข้าว ตากของ ทำไม้กวาดสวย ๆ จากไม้ไผ่สีสุกข้างรั้วบ้าน ขายในชุมชนอันละ 50 บาท นอกจากนี้ก็เป็นศิลปินพื้นบ้าน เล่นดนตรีไทย เช่น ขลุ่ย ซอ นักเรียนโรงเรียนท่าช้าง เครื่องดนตรีมาให้ลุงช่วงสอนถึงบ้าน   นอกจากนี้ยังเป็นครูสอนเกษตรให้กับนักเรียนนี้ด้วย  ไม่นานมานี้อาจารย์คณะอุตสาหกรรมเกษตร มทร.ศรีวิชัย นครศรี ฯ ได้พานักเรียนมาดูการแปรรูปผลผลิตการเกษตรจากลุงช่วง              

            อ่านเรื่องลุงช่วงเพิ่มเติมแล้วก็ชื่นชมในความเป็นคนเก่ง คนดีของลุงช่วง ที่ใช้ปรัชญาการทำมาหากิน แบบคนไม่อยู่นิ่ง ทำหลายสิ่ง แต่ละสิ่งไม่มาก    คำว่า พอเพียง  เป็นรูปธรรมชัดเจนทั้งวิธีคิด วิธีปฎิบัติ  ก็เห็นได้จากวิถีลุงช่วงนี่แหละ              

            ติดต่อลุงช่วง สิงโหพล 126 หมู่ 5 ตำบลช้างซ้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช 085-8821852