“ททท.จะส่งรายชื่อชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว ให้กับบริษัทเอเย่นต์ของ ททท.ทั่วโลก เพื่อให้บริษัทนำเที่ยวเหล่านี้นำไปทำตลาดต่างประเทศ พร้อมกับประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ และเวบไซต์ของททท.เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว
แม้ว่า 183 ชุมชน ที่เสนอตัวเข้าประกวดชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว จะถูกคัดเลือกในรอบแรกจนเหลือ 94 ชุมชน แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป ก่อนที่จะสรุปว่า "ชุมชนใด" จะผ่านการคัดเลือกในรอบสุดท้ายภายใต้เกณฑ์การตัดสินที่เคี่ยวขลัก
ชี้ชะตาโดยคณะกรรมการตัดสินรางวัลตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนทั้ง 13 ชีวิต
....ที่จะรู้ผลการตัดสินภายในอีกไม่กี่อึดใจนี้
วันชัย ............................. ผู้อำนวยการกองส่งเสริมบริการท่องเที่ยว ททท. ขยายความว่า แนวคิดของการคัดเลือกชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว ที่โฟกัสไปที่การดำเนินวิถีชีวิตชุมชนตามแนวพระราชดำรัส "เศรษฐกิจพอเพียง"
หมายถึง การพึ่งพาตนเองของคนในชุมชน อยู่อย่างพออยู่พอกิน ไม่เป็นหนี้เป็นสิน มีรายได้หลักพอที่จะเลี้ยงตนเองและคนในครอบครัว
โดยรายได้จากการท่องเที่ยว จะเป็น "รายได้เสริม"
สำหรับเกณฑ์ที่คณะกรรมการตัดสินฯ จะใช้ตัดเชือกว่าชุมชนใดจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยวนั้น จะเป็นการพิจารณา 360 องศา แบ่งเป็น 4 เกณฑ์หลักๆ ด้วยกัน ได้แก่
ชุมชนมีแนวนโยบายเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร
ชุมชนมีความเข้มแข็งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างไร
ชุมชนมีศักยภาพในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวอย่างไร
ชุมชนมีปัจจัยพื้นฐานในการต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างไร
โดยแต่ละเกณฑ์ คณะกรรมการตัดสินฯ จะมีคะแนนให้ลดหลั่นกันไป ตามแต่ศักยภาพของแต่ละชุมชนในเรื่องนั้นๆ ซึ่งจะมีรองกรรมการ 4 ท่าน เป็นหัวหน้าคณะทำงานในการลงพื้นที่ในแต่ละภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้
การประกวดครั้งนี้ ยังเป็นเหมือน "แข่งขันกับตนเอง" เพราะหากชุมชนใดผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะได้ชื่อว่าเป็น "ชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว" โดยไม่ต้องไปแข่งขันกับชุมชนอื่น
เนื่องจากแต่ละชุมชนที่เข้าประกวด ล้วนมีความแตกต่างกันในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยว วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ฯลฯ
"ต้องบอกเลยว่าการประกวดครั้งนี้ เป็นการแข่งขันกับตัวเอง ใครผ่านเกณฑ์ก็จะได้รับการคัดเลือก คณะกรรมการตัดสินฯ จะลงพื้นที่ โดยเริ่มจากการฟังบรรยายจากหัวหน้าชุมชน ก่อนจะเข้าไปสำรวจพื้นที่ว่าเป็นไปตามการบรรยายหรือไม่
นอกจากนี้ คณะกรรมการตัดสินฯ จะสอบถามถึงการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ เช่น การมีส่วนร่วมกิจกรรมภายในชุมชน และการต้อนรับนักท่องเที่ยว"
...และเพื่อความเป็นกลาง บริสุทธิ์-ยุติธรรมในการตัดสิน ททท.จึงไม่ส่งคนเข้ามาเป็นกรรมการตัดสินรางวัลในครั้งนี้ จะมีเพียงสำนักงาน ททท.ส่วนภูมิภาค 22 แห่ง ร่วมในการคัดเลือกชุมชนในเบื้องต้นเท่านั้น
"เจ้าหน้าที่สำนักงาน ททท.ที่อุดรธานี เคยเล่าให้ฟังว่า มีชุมชนบางชุมชนที่มีความพร้อมที่จะเข้าประกวด แต่เขียนโครงการไม่เป็น จึงมาให้เจ้าหน้าที่ ททท.ช่วยเขียนโครงการให้ บอกว่า ททท.ช่วยเขียนโครงการให้หน่อยได้ไหม ก็ต้องตอบกลับไปว่า เราแนะนำได้แต่ช่วยเขียนไม่ได้" ผู้อำนวยการกองส่งเสริมบริการท่องเที่ยว ททท. เล่า
อย่างไรก็ดี เพื่อให้เห็นภาพของการประเมินแหล่งชุมชนดีเด่นตามเกณฑ์ที่กำหนด ผู้อำนวยการกองส่งเสริมบริการท่องเที่ยว ททท.จำเป็นต้องหยิบยกบางชุมชนมากล่าวถึง ซึ่งไม่มีผลต่อการให้คะแนนของคณะกรรมการตัดสินฯ แต่อย่างใด
โฮมสเตย์วัฒนธรรมเบิ่งวัฒนธรรมหม้อลำบ้านป่าขาว จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นหนึ่งในหลายชุมชนที่เข้าประกวดชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว
โดยชุมชนนี้ยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการตั้งคำถามว่า "ทำอย่างไรจึงจะทำให้คนในชุมชนไม่ไปกู้หนี้ยืมสิน" ไม่ว่าจากกองทุนหมู่บ้าน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และหนี้นอกระบบ
จึงเป็นที่มาของการจัดตั้ง "สหกรณ์ชุมชน"
...โดยมีเงื่อนไขการระดมเงินจากสมาชิกที่แหวกแนว
"ชาวบ้านที่ต้องการจะฝากเงินกับสหกรณ์ เขาจะกำหนดไว้เลยว่าห้ามฝากเงินเกิน 1,000 บาทต่อครอบครัว เพราะกลัวว่าหากอนุญาตให้ฝากเงินในจำนวนมากกว่านี้ จะกลายเป็นการเก็งกำไร "ค้าดอกเบี้ย" นำไปสู่การกู้หนี้ยืมสินในภายหลัง ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของชุมชน
ส่วนคนที่จะกู้เงินมีข้อแม้ว่าจะต้องร่วมกิจกรรมของชุมชน มีอาชีพเป็นของตัวเอง เพื่อคืนกำไรให้กับชุมชนและคนในครอบครัว"
นอกจากนี้ ชุมชนดังกล่าว ยังสะท้อนถึงความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยว ด้วยการเปิด "เวบไซต์ท่องเที่ยว" เป็นของตนเอง โดยความร่วมมือของทางจังหวัด
ในแง่ศักยภาพในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว ชุมชนแห่งนี้จะนำเงินที่เก็บจากนักท่องเที่ยวที่มาพักโฮมสเตย์และท่องเที่ยวในชุมชน วันละ 400 บาทต่อคนต่อวัน มาจัดสรรเป็นหลายส่วน
โดยแบ่งให้กับเจ้าหน้าที่นำเที่ยว 100 บาท แบ่งเป็นค่าประกอบอาหาร 100 บาท แบ่งเป็นค่าเวรยาม 100 บาท
เงินที่เหลืออีก 100 บาท จะตกเป็นของสหกรณ์ชุมชน เพื่อใช้เป็นเงินกองกลางจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าดูงาน โปรโมทแหล่งท่องเที่ยวชุมชน และเป็นรายได้ของชุมชนที่จะแปลงมาเป็นเงินปันผลทุกปี
อีกชุมชนที่จะยกตัวอย่าง คือ ชุมชนจีนดอยแม่สรอง จังหวัดเชียงราย แม้จะเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่รวมเอาหลายหมู่บ้านเข้าไว้ด้วยกัน แต่ชุมชนแห่งนี้ก็หาญเข้าประกวดโดยเห็นว่าน่าจะเป็นชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยวกับเขาได้เช่นกัน
ผู้อำนวยการกองส่งเสริมบริการท่องเที่ยว ททท. เล่าถึงที่มาของชุมชนแห่งนี้ว่า ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนชาวจีนอพยพเข้ามาในไทย จนปัจจุบันได้รับสัญชาติไทย มาตั้งชุมชน ณ พื้นที่แห่งนี้ โดยได้เรียนรู้การปลูกชาจากผู้เชี่ยวชาญชาวไต้หวัน
ปัจจุบันชุมชนแห่งนี้กลายเป็นชุมชนที่ส่งออกชา นอกจากนี้ยังปลูกต้นไม้เมืองหนาว เช่น ซากุระ เมเปิล อาหารสไตส์จีนฮ่อ ยังเป็นอีกเอกลักษณ์ของชุมชนแห่งนี้
ในแง่ของการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ชุมชนแห่งนี้พยายามหารายได้เลี้ยงตัวเอง ด้วยการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์เล่าความเป็นมาของชุมชน มีพระธาตุที่นับถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของแหล่งท่องเที่ยว มีการจำหน่ายใบชา, ทำอาหารแปรรูปจากใบชา เช่น ไข่ต้มใบชา และเมนูขาหมู ที่เข้ากันได้ดีกับน้ำชา
นอกจากนี้ ยังมีองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่เป็นนายกเทศมนตรี เขามาบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว อาทิเช่น มีไกด์เด็ก และระบำเด็กชาวทิเบต ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว
"ในการลงพื้นที่ของคณะกรรมการตัดสินฯ จะมีการสัมภาษณ์คน สอบถามร้านค้า มีการสังเกตพฤติกรรมชุมชน การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน" ผู้อำนวยการกองส่งเสริมบริการท่องเที่ยว ททท. เล่า
หรืออย่างกรณีของชุมชนโฮมสเตย์บ้านจอมแจ้ง จังหวัดหนองคาย จะมีตารางดูงานกำหนดเป็นรายวัน ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวอย่างลองสเตย์ เช่น มีการดำนา ปลูกมะเขือเทศริมฝั่งแม่น้ำโขง
ผู้อำนวยการกองส่งเสริมบริการท่องเที่ยว ททท. ยังเล่าต่อว่า หลังจากประกาศผลรางวัลดังกล่าวในราวต้นเดือนธันวาคมนี้แล้ว ททท.จะทำการโปรโมทชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยวเหล่านี้ในหลายรูปแบบ เพื่อดึงดูดใจนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน ประสบการณ์ที่หาได้ไม่ง่าย
ในเบื้องต้นจะเน้นไปที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
“ททท.จะส่งรายชื่อชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว ให้กับบริษัทเอเย่นต์ของ ททท.ทั่วโลก เพื่อให้บริษัทนำเที่ยวเหล่านี้นำไปทำตลาดต่างประเทศ
โดยรูปแบบการท่องเที่ยว น่าจะเป็นลักษณะลองสเตย์ หรือการพำนักระยะยาว เพื่อจะมีเวลามากพอในการศึกษาวิถีชีวิตชุมชนที่แท้จริง”
นอกจากนี้ อาจจะนำสื่อมวลชนจากต่างประเทศ ร่วมกับการเชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนหนึ่งมาเที่ยวชมชุมชนดีเด่นที่ได้รับรางวัล เพื่อให้สื่อมวลชนต่างชาติกลับไปเขียนโปรโมท ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้มาชม ก็จะกลับไปบอกต่อพรรคพวกเพื่อนฝูงให้มาเที่ยวประเทศไทย
พร้อมไปกับการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ของ ททท.และเวบไซต์ และยังจะหาผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสินค้า เข้ามาช่วยในการออกแบบสินค้าที่ระลึกตามชุมชนดีเด่นเหล่านั้น เพื่อให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม
ผู้อำนวยการกองส่งเสริมบริการท่องเที่ยว ททท.ยังมีแนวคิดในการผนวกความร่วมมือของหน่วยงานระดับกองของ ททท.เพื่อให้ร่วมกันโปรโมทชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว ทั้งในเรื่องแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก-โรงแรม การเดินทาง สปา สุขภาพ ฯลฯ
โดยอาจจะกำหนดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนดีเด่น แทรกอยู่ในทริปการเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทางท่องเที่ยวหลักๆ ที่มีชื่อเสียงของไทยอยู่แล้ว
เช่น เส้นทางพัทยา-ระยอง-เกาะช้าง ระหว่างทริปอาจจะพานักท่องเที่ยวแวะชมชุมชนดีเด่นที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจังหวัดตราดนัก หรือพาแวะชมวิถีชีวิตชุมชนชาวเลที่เกาะช้าง เป็นต้น
นอกจากนี้ ชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว ยังจะมีโอกาสเดินทางไปดูงานชุมชนดีเด่นในต่างประเทศ และถูกส่งประกวดชุมชนดีเด่นแข่งกับชุมชนดีเด่นในต่างประเทศ ซึ่งมีการจัดประกวดชุมชนดีเด่นอยู่แล้ว
มาร่วมกัน “ลุ้น” ว่าชุมชนใดใน 94 ชุมชน จะกลายเป็น “ชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว” เพราะนอกจากจะเชิดหน้าชูตาคนในชุมชนด้วยกันแล้ว
ยังถือเป็นการเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศได้เข้าถึงวิถีชีวิตชุมชน นิยามใหม่ของการท่องเที่ยว ที่เข้าถึงแก่นของชุมชนนั้นๆ ที่เดินตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่คุณจะประทับใจมิรู้ลืม
----------------------------------
วิถีเศรษฐกิจพอเพียง นิยามชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว
http://www.bangkokbizweek.com/20071104/travelbiz/index.php?news=column_25061403.html
สวัสดีค่ะ
เข้ามาอ่านค่ะ และขอขอบคุณในข้อมูลที่ดีนี้นะคะ