"เราคงไม่ได้พบกันอีกต่อไป" "แม่" อยู่กับเขาตลอดเวลา...."แม่ไม่ตายไปในใจผมเลย แม้กระทั่งความฝัน"

มาเล่าต่อค่ะ 

คุณหมูเล่าในส่วนสายสัมพันธ์ ความคิดถึงที่มีต่อ"แม่"

เขาบอกแม่ไว้ว่าจะเดินทางสามปี ถึงสามปีครึ่ง แม่หรือ "ป้าหวน" ที่คุณหมูและแม่ชอบหยอกล้อกัน

"พันพรือล่ะ"

"ป้าหวน บายดีม้าย "

"เอาหล่าว ไอ้หมูเรียกป้าหวนหล่าว แม่นิ พรือเรียกป้าหวน...." 

แม่ของหมูมักทวนคำทวนเวลา และขีดปฏิทิน...ทุกวัน

สามปีถึงสามปีครึ่ง 

เมื่อคุณหมูเดินทางครบสามปีสองเดือน แม่เสียชีวิตกะทันหัน 

คุณหมูเขียนไว้ว่า "..วันนี้ผมรู้สึกอะไรบางอย่าง คำตอบแบบไม่รับผิดชอบ...ของผม...ว่าเวลาได้เปลี่ยนไป เวลาเพิ่มขึ้น...แต่เวลาของแม่ผม(กำหนดโดยแม่?)...คือสามปีถึงสามปีครึ่ง...ที่แม่จะมีชีวิตอยู่...ปฏิทินชีวิตแม่ไม่ใช่ปฏิทินของผม..." 

หมูได้เขียนถึงหมอน...หมอนใบหนึ่งว่า

หมอนใบนั้นตอนเช้า คงจะหนักกว่าตอนค่ำเป็นไหน ๆ

เป็นหมอนของ"แม่"ที่ใช้หนุนนอน

ใต้หมอนมีรูปถ่ายลูกชายคือ คุณหมู 

หมอนตอนเช้าที่หนักกว่าตอนค่ำก็เพราะหนักไปด้วยน้ำตาของแม่ในยามค่ำคืนจนถึงรุ่งเช้า

เป็นหมอนที่บรรจุน้ำตา(แห่งความคิดถึง)

และเป็นน้ำตาที่บอกว่า....."เราคงไม่ได้พบกันอีกต่อไป" 

หมูได้มีโอกาสมาเยี่ยมแม่ก่อนแม่เสียชีวิตและได้เก็บเอาบัตรประชาชนหมดอายุของแม่ติดกายไปทุกหนทุกแห่ง

ทำให้เขารู้สึกว่า "แม่" อยู่กับเขาตลอดเวลา.... 

"แม่ไม่ตายไปในใจผมเลย แม้กระทั่งความฝัน"   

(ซึ้งค่ะ.....ไม่ตายไปในใจฉันเลย แม้กระทั่งความฝัน)