ความเคลื่อนไหวพี่น้องมราบรีวันที่31สิงหาคม 2550
ในช่วงอาทิตย์ที่สุดท้ายของเดือนสิงหาคม วันจันทร์เวลา 15.30 น.ได้พูดคุยกับเด็กหญิงวาน(ลูกสาวตาจันทร์นางเรียม-ที่ลงมาเรียนโรงเรียนนันทบุรีวิทยา-พักอยู่บ้านของลุงคำ) ความเป็นอยู่สุขสบายมากอยู่ห้องละ3คนและวานอยู่2คนกับโอหรือไลย(ลูกตาสี) ภรรยาของลุงคำเด็กๆเรียกว่าคุณแม่ดูแลอย่างดี ข้าวปลาอาหารจะช่วยกันทำกับพี่ๆ มีไพรินทร์ที่เรียนอยู่ ม.3 และพี่ของไพรินทร์ที่ทำงานอยู่ร้านวิวัฒน์ซุปเปอร์ในเมืองเป็นผู้ประกอบอาหารที่อยากกินกัน เมื่อถามถึงลุงคำวานจะไม่ค่อยพูดถึงและจะตอบว่าทำไมถึงถามถึงลุงคำค่ะ(ถามแบบคนช่างพูดแบบวาน) เมื่อถามถึงความเห็นในการเคลื่อนย้ายไปที่ใหม่วานมีความเห็นเป็นอย่างไร วานไม่ไป เพราะที่อยู่ทุกวันนี้มีพร้อมทุกอย่างแล้ว แต่เมื่อถามถึงความเป็นอยู่เช่น การไปรับจ้างของพ่อแม่ วานก็ตอบว่าไม่รู้ วานเล้าให้ฟังว่าเล่ารี(สุขสันต์)ได้มาพูดคุยกับพ่อ(นายจันทร์)นานมากเมื่อวันเสาร์ไม่รู้จะพูดคุยเรื่องอะไรกัน
วันพุธได้ขึ้นไปเยี่ยมพี่น้องมราบรี ออกเดินทางจากบ้านถืมตองเวลา 08.00 น.(เพลงชาติจบถึงหน้าสถานีอนามัยถืมตอง) อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนคาดว่าไม่ถึงชุมชนมราบรีฝนตกแน่ๆ ไปถึงที่ชุมชนนั่งที่น่าบ้านตาพัฒน์ไม่ถึง10นาทีฝนตก(หนักซะด้วย) ได้พูดคุยกับตาพัฒน์ที่รีบออกมาพูดคุยด้วยเหมือนจะฟ้องว่า “ลูกหมูที่มีคนเอาลงไปยังไม่เอาขึ้นมาเลย ไม่รู้ว่าเอาไปไหน” ได้ชี้แจงให้ตาพัฒน์รู้เท่าที่รู้มาคือ อาจารย์วิชัย คนสนิทของพ่อสุวัฒน์ได้เอาลงไปบริบารให้ 1 เดือน ตอนนี้ยังไม่ครบเดือนจึงยังไม่ได้เอาขึ้นมาให้ และคอกหมูที่บ้านเราก็ยังไม่ได้สร้างจึงไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ที่ไหน ได้พูดคุยแค่นี้ตาพัฒน์วิ่งไปเก็บผ้าที่ตากแดดไว้ ตาพัฒน์เก็บเฉพาะผ้าห่มเท่านั้นเสื้อผ้าไม่เก็บถามตาพัฒน์ว่าทำไม ตาพัฒน์ตอบว่าช่างเหอะเดี๋ยวก็แห้งเอง
ขณะฝนตกหนักได้วิ่งไปหลบฝนที่บ้านของตาเก๋อ ในบ้านตาเก๋อมีอาจารย์จำลอง(เป็นชาวเขา แต่ไม่รู้ว่าเผ่าอะไรดูตาชั้นเดียวและพูดภาษากลางไม่ชัด) ทราบหลังจากที่ฝนหยุดแล้วและถามตาเก๋ยจึงทราบว่าอาจารย์จำลองมาตามตาเก๋อไห้ไปโบสถ์บ้างขาดหลายอาทิตย์แล้วเดี๋ยวลูกๆและครอบครัวไม่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ แต่ตาเก๋อบอกว่าไม่อยากไปเพราะเสียเวลา ได้พูดคุยกับตาเก๋อถึงเรื่องของพ่อตาเก๋อ(ตากุ๊)ที่บอกว่าจะย้ายจากท่าวะมาอยู่ที่ชุมชนและทำไมกลับเป็นพ่อตาเก๋อย้ายปลายทางไปอยู่ท่าวะเสีย ตาเก๋อรู้เรื่องนี้หรือไม่ ตาเก๋อไม่รู้เรื่องและไม่เข้าใจว่าย้ายปลายทางคืออะไรและทำไปทำไม ได้พยายามเล่าให้ตาเก๋อเข้าใจถึงความสำคัญของบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน แต่เท่าที่สังเกตตาเก๋อก็ยังไม่เข้าใจและเห็นความสำคัญเท่าไหร่นัก ตาเก๋อเล่าถึงการทำงานที่ท่าวะเป็นงานหนักมากเพราะไม่ได้เป็นคนรับงานเองรับค่าจ้างเองเหมือนอยู่ที่ห้วยหยวกนายจ้างจะเป็นคนรับงานแทนและทำหลายที่ค่าจ้างได้แค่ 50 บาท และได้กินอาหารกินเหล้าแทน ทุกวันนี้สงสารพ่อถึงแม้จะไม่ใช่พ่อจริงๆก็สงสารเพราะแก่มากแล้ว น่าจะรุ่นเดียวกับตาปาหรือตาแก้ว ต้องทำงานหนักทุกวันกินเหล้าทุกวัน แม่ตาเก๋อมาอยู่ได้4-5วัน มีคนมาจากท่าวะรับแม่ไปตาเก๋อไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะไม่ได้อยู่ เก๋อบอกว่าทำอย่างนี้ไม่ถูก เพราะน่าจะบอกให้รู้ก่อนว่าจะไปอยู่อย่างไร
ได้นั่งพูดคุยกับตาเก๋อนาน ได้ถามถึงความเห็นการอยู่ที่ชุมชนกับอยู่ไร่ตาเก๋อชอบแบบไหน เพราะโดยส่วนมากตาเก๋อมักไปนอนที่ไร่เป็นประจำไม่ค่อยอยู่บ้านเท่าไหร่ ตาเก่อชอบนอนไร่เมื่อถามถึงเหตุผลคืออยู่ที่ไร่ไม่มีใครมารบกวน อยากทำอะไรก็ทำได้ไม่มีใครมาสั่งนั่นสั่งนี่เหมือนอยู่ในชุมชน แต่เมื่อถามเรื่องการโยกย้ายชุมชนที่เป็นที่อยู่ใหม่ทีป่ามีที่ทำกินไม่มีใครมารบกวนเหมือนกับอยู่ไร่ตาเก๋อไปหรือไม่ ตาเก๋อรีบปฏิเสธว่า “ไม่ไป” เมื่อถามถึงเหตุผล ตาเก๋อไม่มีเหตุผล ได้แต่ยิ้มและก้มหน้า และถามตาเก่อว่าหากต้องการจ้างตาเก๋อไปช่วยในการสร้างบ้านที่พื้นที่ใหม่เพราะเก๋อจะมีความรู้เรื่องการส้รางบ้าน(บ้านของตาเก๋อมีสองชั้น ซึ่งแปลกกว่าทุกบ้าน มีห้องนอนเป็นสัดส่วนไม่เหมือนบ้านม้งและพี่น้องมราบรี) ตาเก๋อถามว่าสร้างบ้านใคร ได้เล้าให้ตาเก๋อฟังถึงเรื่องการสร้างบ้านของพระ(อาศรม) ต้องการคนไปช่วยสร้างสัก3-5วัน เอาครอบครัวไปด้วยตาเก๋อว่าอย่างไร ตาเก๋อบอกว่าให้คำตอบไม่ได้ต้องปรึกษาพี่น้องดูก่อน
ตาแก้วยังไปรับจ้างทำไร่ข้าวโพดเหมือนเดิม งานนี้รับเงินนายวิโรจน์มา300บาทต้องดายหญ้าข้าวโพดให้หมด
ออกจากบ้านตาเก๋อไปพูดคุยกับเมิม(พ่อ)(ตาปา)ได้ยินซัวภรรยาของอ้ายชาเรียก จึงขอเรียกตาม ตาปาดีใจและเรียกเราว่า “เอมรอย”(ลูก) นั่งคุยกับเมิมได้ถามถึงตาล้วน(พ่อของตาปา)ผู้เป็นเหมือนต้นตระกูล เมิมปวดขาและแขนถูกตัวต่อต่อยขา 2 ตัว แขนซ้าย2ตัว ปวดมาก ลองเอาสิ่งที่ตาปาอธิบายมาเขียนเป็นผังคือ
ตาล้วน(พ่อ) ตาล้วน(ตาล้วน)
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText">ตาล้วน(พ่อ) ตาข่า(แม่)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตาจึรึกื้น</p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">ซัว</p></div></td></tr></tbody></table> ตาปา(ตาล้วน) อีแบยารามตาล้วน ตากุลโฮน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText">อ้ายก้อมอ้ายชา น้อย อ้ายหวัง อ้ายเหมย ตาลอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"> ตาปาก้า(ดอก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText">แก่น แอ๋ว ศินี ลู ธิดารัตน์ กระกูลใหม่ของตาลอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"> ลั้ง ก๊ะ แม บัว พงษ์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoBodyText">จากที่พูดคุย กับตาปา(เมิม) เมื่อที่ใหม่มีความชัดเจนและสะดวกสบายถึงแม้ตอนนี้ตาปาปฏิเสธที่จะไปเพราะเป็นห่วงลูกหลาน ตระกูลของตาปา มีนายอ้ายก้อม นางดา ลูกอีก 5คน(นายอ้ายก้อมอาจไม่ไปเพราะรางดามีแม่ที่ต้องดูแล แม่นางดาคงไม่ไปเพราะมีนางใบลูกอีกคน แต่สำหรับนายอ้ายชานางซัวลูก5คนนายลองนางน้อยลูก5คนและนายเหมยนางลอยลูก4คน ตาปาอาจไปเพราะลูกหลานไปเกือบหมดเมื่อตาปาไปลูกหลานก็น่าจะไป รวมคนแล้ว 22 คน ใน 22 คนนี้เป็นกลุ่มที่พูดคุยตลอดและเป็นกลุ่มที่มีความรู้สึกไม่ดีกับคริสต์(พี่นายลอง(นายยิ่ง)ตายเพราะยา นายลองเชื่อว่าเพราะนับถือคริสต์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"> ตาปามีความรู้เรื่องยาสมุนไพรหลายอย่างมาก นายอ้ายชามีความรู้เรื่องการก่อสร้าง นายอ้ายเหมยชอบเรื่องการซ่อมเครื่องใช้เช่นแผงพลังงานแสงอาทิตย์นายอ้ายเหมยดูแลและซ่อมเอง นายลองมีความคล่องตัวมากในการอยู่ป่าและปีนต้นไม้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"> ได้พูดคุยกับนายสี(ต่ำ) ซึ่งกำลังสร้างบ้านใหม่แทนที่บ้านเดิมของนายอ้ายชาที่ย้างลงไปอยู่ใกล้บ้านตาปาถึงเรื่องการขยายพื้นที่สร้างบ้าน ถามว่าเมื่อจะสร้างบ้านอีกจะทำอย่างไร นายสีบอกว่าก็ขยับขึ้นไปในป่าบนหมู่บ้าน และนายสีเชื่อว่าอาหารที่ทานทุกวันนี้เพราะอาจารย์สุขสันต์และหัวหน้าชัยเป็นคนเลี้ยง ไม่รู้ว่าเป็นงบมาจากรัฐบาลรู้แต่ว่าพี่น้องม้งมาเลี้ยงดูกลับกลายเป็นบุญคุณของพี่น้องม้งไปซะอีก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoBodyText" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoBodyText">วันอาทิตย์ที่ผ่านมาควายตัวเดิมที่ชนเมียนายเก๋อได้ชนนางนิดเมียนายสีสูงอีก ตอนนี้ไม่มีใครกล้าจับเลย สำหรับค่าปรับที่ไปกินข้าวโพดนายวิโรจน์นั้นตอนนี้จ่ายไป1200บาท และนายทง นายปศักดิ์ นายโหลไปทำงานถอนหญ้าข้าวโพดให้1วัน ไม่รู้ว่าหมดหนี้ค่าปรับหรือยัง ทั้งๆที่ข้าวโพดที่ควายกินนั้นตอนนี้ได้ถอดยอดออกมาเหมือนเดิมแทบมองไม่เห็นว่าควายไปกินตรงไหน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"> นายทงเป็นฝีที่เข่า ปวดมากเมื่อสองวันก่อนเดินไม่ได้เลยไม่ยอมไปหาหมอกลัวหมอผ่า ใช้ยาขี้ผึ้งทาและกินยาแก้ปวด(พารา ) ปีที่ผ่านมานายทงก็เป็นฝีที่เท้าเดินไม่ได้เป็นอาทิตย์ และหมอผ่า จึงเข็ดที่จะไปหาหมอ กลัวถูกผ่าอีกครั้ง นายทงเล่าว่าแต่ก่อนเมื่อไม่สบายเราก็เข้าป่าหายามาใส่เราอยากใส่ยาอะไรก็เลือกเอามาใส่เรารู้ว่ายาเป็นอะไร แต่ตอนนี้ไม่สบายต้องไปหาหมอไม่รู้ว่าหมดเอาอะไรมาใส่ที่แผลของเรา เจ็บมาก ไม่อยากไป (ในกรณีคล้ายกันนี้ตาปาก็ไม่ยอมรับยาเม็ดที่ได้จากอนามัยเพราะตาปาเชื่อว่าแผลจะหยายได้อย่างไรเม่อไม่ใส่ท่แผลแต่กินอทน) ลูกของหล้ากับนายเซ้งก็เป็นฝีที่ท้ายทอย ร้องไห้ งอแงมาก นายเล้ง ไม่สบายเป็นไข้หลายวันตอนนี้นอนอยู่ที่ไร่ นายเก๋อมาขอยาหมอเอาไปให้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"> ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับอาจารย์สมบัติ แก้วทิพย์ ครูนอกราชการเจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียว ปี 46 ถึงชีวิตของพี่น้องมราบรี อาจารย์ได้ให้ทัศนะว่าพี่น้องมราบรีเป็นมนุษย์กลุ่มเดียวที่เห็นมีจิตวิญญาณ เป็นมนุษย์อย่างแท้จริงไม่เหมือนคนที่บอกตนเองว่าศิวิไลแต่แท้ที่จริงไม่มีจิตวิญญาณเป็นมนุษย์เงินเดือนมนุษย์กล่อง นึก คิด ทำทุกอย่างด้วยอารมณ์แห่งความโลภ โกรธ หลง เป็นคนป่วยที่ไม่รู้ว่าตนเองป่วยและไม่ยอมรับด้วยส่าตนเองป่วย พี่น้องมราบรีเป็นผู้บริสุทธิ์มีจิตวิญญาณการกระทำไม่ขึ้นอยู่กับสถาพแวดล้อมแต่ขึ้นกับความรู้สึกที่บริสุทธิ์----------แต่น่ากลัวที่พี่น้องมราบรีเป็นผ้าขาวที่ถูกการป้ายสีที่ให้เปื้อนไปโดยที่พี่น้องไม่รู้ว่าสีที่ป้ายนั้นจะทำให้ผ้าขาวเป็นอย่างไรต่อไป สิ่งที่ควรและเร่งในการดำเนินการคือให้พี่น้องมราบรีรับรู้ว่าชีวิตที่ขาวบริสุทธิ์กำลังถูกป้ายด้วยสีแห่งความสงสารหรืออื่นๆอย่างไร</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p>
</font><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"></p>