นับต้งแต่โครงการครอบครัวเข้มแข็ง จัดกิจกรรมเรียนรู้ภูมิปัญญาในนาข้าวของเยาวชนบ้านถืมตองหมู่ 1 ตำบลถืมตอง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ณ วันนั้นเด็กๆในหมู่บ้านถืมตองและหมู่บ้านใกล้เคียงเกือบ 30 ชีวิต ลงไปเรียนรู้การทำนาของผู้ใหญ่หลุย ปัญญาวัย จนถึงวันนี้ เก็บเกี่ยวข้าวแล้ว เด็กๆได้เรียนรู้อะไร
คราเมื่อเด็กๆบ้านถืมตองหมู่ 1 มี จอย ไก่ ชล ฟ้า อัพ บุ๋ม เข้าร่วมอบรมนักวิจัยเยาวชน จึงเกิดความรู้สึกว่าชีวิตของการเรียนทุกวันนี้ยิ่งเรียนยิ่งไกลชีวิตจริงทุกวัน สิ่งที่เด็กๆไม่รู้คือทุ่งนาที่เด็กลืมตามาก็เห็นทุกวัน แต่ไม่เคยสนใจและไม่รู้เลยว่าในนามีอะไร พ่อแม่ทำนากันอย่างไร ความสงสัยใครรู้ของเด็กๆ จึงเป็นเอกสารและถึงมือของแกนนำโครงการครอบครัวเข้มแข็งบ้านถืมตอง หมู่ 1 มีแม่พิศ แม่ของน้องฟ้า แม่จันทร์ พ่อเกียรติ พ่อของน้องจอย จึงได้เกิดกิจกรรมเรียนรู้ภูมิปัญญาในข้าวขึ้น
ณ วันนั้น เด็กๆปั่นจักรยานระยะทางเกือบ 5 กิโลเมตร กำลังใจที่เด็กๆฮึกเหิมและมั่นใจว่าสิ่งที่ตนเองอยากรู้นี้ ผู้ใหญ่ใจดีทุกคนเห็นด้วยและให้การส่งเสริม ทั้งผู้ใหญ่บ้าน ได้ใช้ผืนนาของท่านเองเป็นที่เรียนรู้ นายก อบต. สละงานในเมืองมาให้กำลังใจ ท่าน ผอ.โรงพยาบาลน่าน คุณหมคณิต ประธานคณะทำงานโครงการครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดน่าน ที่ปั่นจักรยานมาจากในเมืองระยะทางร่วม 10กิโล มาให้กำลังใจ และยิ่งไปกว่านั้น คุณหมอ (เด็กๆเห็นเท้าของคุณหมอแล้วอิจฉาว่าทำไมขาวสะอาด จนมีการหยอกล้อกันว่าขาวกว่าหน้าเพื่อนบางคนซะอีก) คุณหมอลงดำนา ทำให้เด็กยืนดูอยู่ไม่ได้ลงดำนากันอย่างสนุกสนาน และวันนั้นเป็นกิจกรรมที่เด็กๆสนุกและประทับใจ
จอย บอกว่า เพิ่งรู้ว่าพ่อแม่ลำบากขนาดใหนในการทำนา ทุกวันมีแต่ของเงินไม่รู้เลยว่าการอยู่กลางนามันร้อน
กิจกรรมเรียนรู้ในนาข้าวไม่ได้จบแค่นั้นเด็กกลุ่มเดิมได้ใช้ผืนนาของพ่อจอยประมาณ 10 ตารางเมตร ทดลองปลูกนาด้วยกล้าเส้นเดียว จากวันเอากล้าข้าวปลูกในนาด้วยมือที่เคยแต่จับปากกาเล็บหลายสีเท้าอ่อนนุ่ม ปากเคยแต่ของเงินและกินข้าว เด็กๆได้เฝ้าดูข้าวที่บรรจงปลูกอย่างตื่นเต้น เฝ้าดูเช้าเย็น เห็นหอยเชอรี่ 1 ตัวที่เข้ามาในนาเด็กๆต้องรีบโวยวาย และช่วยกันปราบ...ป้องกัน...
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไปนั่งพูดคุยกับพ่อแม่ถึงเรื่องปราบหอยเชอรี่ สิ่งที่พบและเรียนรู้ ทดลอง คือ นำเอาใบคับมาหมักกับน้ำขี้เถ้า ใช้แกลบผสมปูนขาว ปราบหอยเชอรี่
แมงบั่ว ในนา มีการปราบด้วยใช้ไฟล่อตัวเต็มวัย ตัวยอดบั่ว
ฯลฯ เด็กๆเรียนรู้มากมาย ผ่านการพูดคุยและคำแนะนำของพ่อแม่ อุ้ย
ถึงวันนี้ ขาวที่เด็กๆ ปลูก ดูแล ออกรวง เม็ดสวยงาม
เด็กๆ ทุกคนดีใจมาก ตื่นเต้น กับข้าวที่ตนเฝ้าดูแล และต่อไปจะกลายเป็นพันธ์ข้าวที่เด็กอาจจะได้ใช้ชื่อของตนเองเป็นชื่อพันธ?ข้าว
ตลอดระยะเวลาที่เกิดขึ้น เด็กๆ พูดคุย เรียนรู้ กับพ่อแม่โดยไม่รู้สึกตัวว่าเด็กทำให้ครอบครัวเข้มแข็ง จากข้าวเม็ดเดียว......
ไม่รู้ตอนนี้ข้าวที่น้องๆ ได้ร่วมแรงลงมือปักดำ เก็บเกี่ยวหรือยัง แล้วน้องๆ ได้เข้าไปมีส่วนเรียนรู้ในกระบวนการเก็บเกี่ยวด้วยไหม น่าสนใจนะถ้าเราตามต่อจนจบกระบวนการ
วันเสาร์ที่ 24 เด็กๆ ช่วยกันเกี๋ยวข้าว แต่ไม่สนุกเหมือนตอนปลูก (ตอนปลูกเกิดสงครามขี้ตม..สนุกมาก) แต่ตอนเกี๋ยวทั้งร้อนและคัน
วันนี้ 29 เด็กๆได้พันธุ์ข้าวที่เกิดจากการคัดพันธุ์ด้วยการเลือกรวงที่ดีที่สุดมาทั้งหมด 12 พันธุ์
ต่อไปน่านจะไม่มีเฉพาะ ข้าวพันธ์เหนียวหวั่น เท่านั้น จะมี เหนียวสุปรียา เหนียวชลธิชา ฯลฯ
สิ่งที่เด็กได้เรียนรู้ คือข้าวเป็นเจ้า ข้าวเป็นมหัศจรรย์แห่งพืช .....
ได้เรียนรู้ว่า "พ่อ แม่ เหนื่อยนัก กับการทำนาข้าว แล้วเราได้แต่เที่ยวให้สนุกเป็นสุข อยู่ไฉน ใยไม่คิดถึงเงินที่พ่อแม่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อ เล่า.....คำพูดของจอย....
จากวันนั้น ถึงวันนี้ เกือบ 4 ปี เข้าไปแล้ว????
ข้าวชลธิชา
ข้าวสุปรียา
เห็นรูปเห็นร่างบ้างหรือยังครับ????
อย่างไร ก็ตามทราบว่ากระบวนการเรียนรู้ได้ขยายตัวในหมู่ พ่อ ๆ-แม่ ชาวนา ถ้ามีเขียนมาเล่าบ้างซิ เพราะที่ศูนย์เรียนรู้โจ้โก้มีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่องเทคนิกการปลูกข้าวเส้นดเยวเพื่อการเพิ่มผลผลิต และมุ่งเป้าหมายเข้าสู่ระบบการทำนาแบบอินทรืย์โดยเฉพาะฤดูปลูก 2554 นี้มีเกษตรกรที่เข้าร่วมมากขึ้น
ถ้าน้องสนใจตอนแลกเปลี่ยนกันเชิญเข้าร่วมนะครับ