ปัจจุบันคำว่า “การศึกษา” แปลว่า มีกระดาษ (ประกาศนียบัตร ปริญญา) ที่แทบไม่เกี่ยวข้องกับรากศัพท์เดิมที่แปลว่า "การพัฒนาตนเอง" แต่อย่างใด

 ผมได้รับคำถามจากคุณ sasinanda เกี่ยวกับคำว่า KNOWLEDGE MANAGEMENT หรือการจัดการความรู้ โดยกล่าวว่า

โดยส่วนตัว เฉยๆกับคำว่า KM

อาจจะเป็นเพราะว่า ทำเรื่องนี้ มาตลอดชีวิตของการทำงาน

จนปัจจุบันนี้ ก็ยังทำอยู่  แต่ไม่ได้เรียก KM  

เลยเห็นว่า ไม่มีอะไรใหม่ในแก่นแท้ แต่ใหม่ด้วยศัพท์

อาจารย์คงไม่รำคาญที่จะขอคุยต่ออีกนิดค่ะ

ดิฉันเห็นบางองค์กร มุ่งไปสกัด ความรู้จากบุคคลากรมาเก็บไว้ในองค์กร

บางทีสงสัยว่า ความรู้ที่ไปเก็บมา มีคุณค่าแก่การเก็บทุกอย่างหรือเปล่า

เพราะความรู้หลายอย่าง เปลี่ยนแปลงตลอด ไม่ต้องเก็บก็ได้

และความรู้บางอย่าง เป็นความลับสุดยอด ถ่ายทอดออกมายังไม่ได้ จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควร 

บางที เอาความรู้ไปไว้ในคอมฯเยอะแยะ แต่เครื่องคอมมีไม่พอให้พนักงานใช้ หรือพนักงานบางคนยังใช้ไม่คล่อง เลยไม่ค่อยมีใครใช้มากนัก บางทีอยู่ในรูปเอกสาร ใช้เวลาอ่านมาก ก็ไม่ค่อยอ่านกันอีก 

ประสบการณ์ของดิฉัน สำหรับพนักงานระดับในLine ดิฉันใช้ เสียงตามสายค่ะ  ทำงานไป ฟังไป จนเข้าเนื้อ

และใช้วิธี ให้มีการเข้าแถวเคารพธงชาติ และประชุมสั้นๆทุกเช้า พนักงานไม่มีตกข่าวเลยสักคน

ส่วนอีกแบบหนึ่งของการจัดวางความรู้ Knowledge location นั้น  ดิฉันให้ทำบอร์ด เรียงตามทางเดินยาว เป็นสีสันสวยงาม เป็นการ์ตูนก็มี เป็นการสอนงานล้วนๆ

แต่ในรูปแบบที่ไม่เครียด พนักงาน ชอบกันมาก เดินดูกันทุกวัน เป็นปกติ

อีกอย่างหนึ่ง คือการทำจ.ม.ข่าวทุก 2 สัปดาห์ เน้นความรู้ในการทำงาน  ไม่มีซุบซิบนินทานะคะ มีรูปสี สวยๆ พนักงานก็ชอบอ่าน คนเขียนก็ชอบเขียน พวกสาวๆจะชอบที่หัวหน้าหนุ่มๆเขียน พร้อมโพสต์ท่าหล่อๆ กรี๊ดสลบเลย ก็สนุกดีค่ะ

ดิฉันถึงได้ถามตัวเองว่า ทำไม hit คำนี้กันจัง เรื่องนี้มีมานานมากๆแล้ว คงจะเป็นเพราะ นำมาบัญญัติศัพท์นั่นเอง

ผมเลยมาพิจารณาว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ควรปล่อยให้ผ่านไป ผมจึงตอบ และนำมาขยายความดังนี้ครับ

  <p>คุณ sasinanda ครับ</p>  <p>ในความคิดลึกๆ ผมก็ไม่อยากติดคำศัพท์อะไรทั้งนั้นครับ</p>  <p>แต่ ที่ผมยังใช้คำนี้นั้น ผมใช้ในเชิงสื่อความหมายกับคนอื่นๆ ว่าเป็นอะไรเท่านั้น</p>  <p>ที่กล่าวมาในกระบวนการขององค์กรนั้น ถือเป็น แนวปฏิบัติที่ดี หรือที่ทางศัพท์เขาใช้คำว่า Best practice นะครับ</p>  <p>ผมว่า จะทำยังไงก็ได้ ขอให้บรรลุเป้าหมายแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีก็ใช้ได้แล้วครับ</p>  <h1>ในสมัยพุทธกาล ท่านใช้คำว่า "ศีล สมาธิ ปัญญา"</h1>  <h1>ต่อมาจนถึงปัจจุบัน เราใช้คำว่า "ศึกษา"</h1>  <p>คนไทยมีนิสัยชอบเล่นคำ บิดเบือนคำ หรือเปล่าไม่ทราบ</p>  <p>ปัจจุบันคำว่าการศึกษา แปลว่า มีกระดาษ (ประกาศนียบัตร ปริญญา) ที่แทบไม่เกี่ยวข้องกับรากศัพท์เดิมที่แปลว่า</p>  <p>การพัฒนาตนเอง” แต่อย่างใด</p>  <p>แม้แต่ผู้สอนเองก็ประเมินกันที่ กระดาษ ไม่ได้ดูกันที่คุณภาพจริงๆ แต่อย่างใด</p>  <p>วันนี้ผมเข้าประชุมหลักสูตรท้องถิ่นที่สารคาม พิธีกร เขาบอกว่าขอให้ทำดีๆไว้เดี๋ยวก็มีคนมาประเมิน เชิงประจักษ์ ให้</p>  <h1>ผมกระซิบกับเพื่อนที่นั่งข้างๆ (ดร. ศักดิ์พงษ์ หอมหวล ที่ทำหน้าที่สารถีของท่านครูบาสุทธินันท์) ในที่ประชุม </h1><h1> ว่า ให้อมพระมาพูดก็  ไม่เชื่อ </h1>  <p>เพราะคำว่า เชิงประจักษ์ และ ผลงาน ก็ไม่พ้น ประเมินกระดาษ เช่นเดิม</p><p>  เพราะ เชิงประจักษ์ คือเห็นชัดเจนจริงๆ ด้วยญาณ ด้วยการรับรู้ ด้วยความเข้าใจ ใครๆก็ยอมรับ ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ</p><p>แบบนักปราชญ์ทั้งหลาย ไม่เห็นต้องมีการเสนอขอ หรือ ผลิตกระดาษเปื้อนหมึก “มาอวด” กันแต่อย่างใด</p><p>ถ้าแน่ใจจริงๆ ลองมาประเมินผมให้เป็น ศาสตราจารย์ เชิงประจักษ์ ดูซิครับ</p>  <p>แบบไม่ต้องมีเอกสารใดๆ เอาแต่ผลงาน เชิงประจักษ์</p>  <p>ไม่ว่าจะเป็น งานสอน งานวิจัย งานบริการสังคม งานพัฒนาองค์ความรู้ในทุกด้าน เพื่อพัฒนาประเทศชาติ และสังคมไทย ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับแปลง ครัวเรือน จนถึงระดับชาติ ว่าพอจะเป็น ศาสตราจารย์ ได้ไหม </p>  <p>ผมยังขาดอะไร ที่ผมยังไม่ได้ทำ หรือ ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ยังต้องปรับปรุง</p><p></p><h1> โดยผมไม่ต้องร้องขอ ไม่ต้องมีกระดาษให้เปลืองทรัพยากรของโลก </h1>  <h1> ว่ากันตัวต่อตัวโดยไม่ดูกระดาษเปื้อนหมึก ว่า ผมด้อยกว่า หรือดีกว่า คนที่ผ่านการประเมิน ศาสตราจารย์ เชิง กระดาษเปื้อนหมึก ตรงไหนบ้าง ว่ากันมาชัดๆ </h1><h1>จะผ่านหรือไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญ </h1><h1>แต่มีใครกล้าทำ ตามที่พูด สักคนไหม</h1>  <h1>นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่า การวัดระดับการศึกษา </h1><p>(การพัฒนาตนเอง จนสมควรได้รับการยกย่อง เป็น……..)</p><h2>ไม่ใช่มาหาวิธีวัดกระดาษ ชั่งกระดาษเปื้อนหมึก </h2><h2>ที่ใช้ทำอะไรก็แทบไม่ได้ ยกเว้นไว้ชั่งกิโลขาย กับเอาไว้เผาเจ้าของผลงาน ตอนน้ำมันขึ้นราคา</h2><h2>แต่ก็สามารถใช้แลกเงินประจำตำแหน่งได้</h2>  <h1>แต่ปัจจุบัน เราทำลายคำที่ดีๆเหล่านี้ เราไม่หาทางแก้ไข ป้องกันการบิดเบือนความหมายที่แท้จริง แต่เราใช้วิธีดิ้นรนหาคำใหม่  เช่น "การจัดการความรู้"</h1><h1></h1><p>เป็นคำใหม่มาทดแทน </p>  <p>นี่แหละที่ผมเข้าใจ</p>  <h2> พอพูดเรื่อง การจัดการความรู้ ก็ไปติดกับกับ “คุณกิจ คุณอำนวย คุณเอื้อ คุณประสาน ฯลฯ” หลุดโลกไปอีก </h2><h2>เท่านั้นยังไม่พอ </h2><h2>ยังไปติดกับรูปแบบการ “สั่งให้เรียน สั่งให้รู้”  อีก</h2><h2>เรียกว่าหลุดจักรวาลไปเลย ครับ</h2><h2></h2><p>ผมเลยกลับมาคิดว่า เราต้องพยายามดึงกลับมาหากระบวนการเรียนรู้แบบจริงๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง (อกาลิโก) </p><p>ดังที่ผมเขียนไว้ในเรื่อง KM ที่ผมรู้จัก (ด้วยตัวผมเอง)</p>  <h2>ผมก็ไม่ทราบเราจะพยายามกำหนดศัพท์ แล้วก็หาทางบิดหนีความหมายตามความเป็นจริงกันไปถึงไหน</h2><h2></h2><p>ไม่ว่าใครจะกำหนดคำว่าอะไร ให้ชัดเจนขึ้น แต่ท่าน “เซียน” ทั้งหลายก็หาช่องว่างของการตีความ หาทางหนีจนได้</p>  <p>ยังงี้แหละครับ น่าเวียนหัวจริงๆ</p>  <h3>ผมเลิกวิ่งตามการใช้ศัพท์ของ “นักบัญญัติศัพท์” แห่งชาติ แล้วครับ</h3><h3></h3><h2>และกลับมาที่อะไรก็ได้ ที่แปลว่า "การพัฒนาตนเอง"</h2><p>นี่คือ ??? ที่ผมรู้จักและเห็นด้วยครับ</p>  <p>ทำไปเลยครับ</p>  <h3>ถ้าได้ผลดี มีความสุข ไม่เดือดร้อนใคร ต้องสนใจว่าจะเรียกว่าอะไร</h3><p>ผมว่าเราเข้าใจตรงกันนะครับ</p> ขอบคุณครับ